อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563

ทุกโหมดเดินทางคึกคักขยับเวลา เฮ!คลายล็อกเฟส2อย่าประมาท

เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระยะ (เฟส) 2 เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชน  ทุกโหมดเดินทางคึกคักขึ้นทันทีแม้ว่ายังต้องอยู่ภายไต้เงื่อนไขการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโดยเคร่งครัดและห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว)  เวลา 23.00-04.00 น.   อังคารที่ 19 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ลงนามในประกาศ ขร. เรื่อง มาตรการพึงปฏิบัติการจัดการระบบขนส่งทางราง เพื่อขอความร่วมมือผู้ให้บริการระบบขนส่งทางราง ทั้งรถไฟ และรถไฟฟ้าทุกระบบ ได้แก่ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติม อาทิ ให้เปิดบริการเดินรถภายหลัง 04.00 น. และปิดบริการสถานีปลายทาง เวลา 22.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารกลับถึงเคหสถานก่อนเวลา 23.00 น. รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารให้เพียงพอ กับปริมาณการเดินทางในแต่ละวัน โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนเช้าและเย็น ควบคู่กับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ภายในสถานี และในขบวนรถ รวมถึงให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการ


 
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ฤกษ์เปิดเดินขบวนรถโดยสารพิเศษทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. แต่ให้บริการเฉพาะรถโดยสารชนิดพัดลม รวม 42 ขบวน ดังนี้ 1. ขบวนรถโดยสารพิเศษ เปิดบริการวันที่ 18 พ.ค.-17 มิ.ย.63 จำนวน 8ขบวน (ไป-กลับ) และ 2. ขบวนรถชานเมือง และขบวนรถธรรมดา และขบวนรถท้องถิ่น 34 ขบวน (ไป-กลับ) ทั้งนี้ผู้โดยสารที่จะเดินทางข้ามเขตจังหวัด ต้องกรอกข้อมูลคำถามสุขภาพ ตามแบบฟอร์ม ต.8/คค./รฟท. และต้องตรวจคัดกรอง รวมถึงแสดงเหตุผลความจำเป็น พร้อมหลักฐานการอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่  สอบถามขบวนรถและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690  ตลอด 24 ชม.
 
ด้าน นายมาโนช สายชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจเดินรถบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. บอกว่า ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดเดินรถเส้นทางสายเหนือ อีสานและตะวันออกรวม 16 เส้นทางทั่วประเทศ  คิดเป็นประมาณ 25% ของเส้นทางเดินรถหมวด 2 (กรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัด) ที่มีประมาณ 98 เส้นทาง ถ้ารวมเส้นทางเดินรถหมวด 3 (ระหว่างจังหวัด) อีก 31 เส้นทาง ทำให้ บขส. มีเส้นทางเดินรถทั้งหมด 129 เส้นทางทั่วประเทศ โดยเส้นทางที่เปิดบริการขณะนี้เป็นเส้นทางที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือเคอร์ฟิวมากนัก เช่น บางจังหวัดปลายทางไม่มีการกักตัว 14 วัน และเดินรถในช่วงกลางวัน คือ ออกจากกรุงเทพฯ ช่วงเช้า และไปถึงปลายทางไม่เกินเวลา 20.00 น.


 
เพื่อให้ผู้โดยสารถึงที่พักก่อนเคอร์ฟิว 23.00 น. จากปกติการเดินรถของ บขส. ผู้โดยสารมักนิยมเดินทางช่วงกลางคืน ประมาณ 80% ออกจากกรุงเทพฯ ช่วงกลางคืน ไปถึงจังหวัดปลายทางในช่วงเช้า และอีก 20% เป็นการเดินทางช่วงกลางวัน  พร้อมคุมเข้มมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  อย่างเคร่งครัด  อาทิ จัดที่นั่งภายในรถโดยสารเว้นระยะนั่ง อย่างน้อย 1 เมตร เดินทางข้ามพื้นที่จังหวัด ต้องกรอกข้อมูลคำถามสุขภาพ ตามแบบ ต.8-คค ที่ระบุจุดเดินทางที่ออกและจุดหมายปลายทางเพื่อประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ
 
และให้ซื้อตั๋ว บขส. ได้ที่ ช่องจำหน่ายตั๋วสถานีบขส.ทั่วประเทศแบบวันต่อวัน ไม่รับจองผ่านระบบออนไลน์และไม่ให้จองล่วงหน้าเนื่องจากมีรถให้บริการจำกัดตามมาตรการเว้นระยะห่างของที่นั่ง ทำให้จำนวนผู้โดยสารที่เคยบรรทุกได้เต็มคันเหลือครึ่งคัน ส่วนการเปิดเดินรถที่เหลืออีก 75%  บขส. ต้องติดตามนโยบายการผ่อนปรนจากรัฐบาลก่อน ทั้งนี้บขส. เตรียมเปิดเดินรถภาคใต้ 3 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ-เกาะสมุย, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต และ กรุงเทพฯ-ตรัง วันที่ 1 มิ.ย.63 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24  ชม.


 
มาดูรถเมล์กันบ้าง นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบุว่า  ขสมก. จัดแผนเดินรถเมล์ ใหม่ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา อาทิ เพิ่มจำนวนรถออกวิ่ง จากเดิม 90% (2,705 คัน/วัน) เป็น 95% (2,855คัน/วัน)  ปรับเวลาให้บริการ จากเวลา05.00-21.00 น. เป็นเวลา 05.00-22.00 น.(เวลา22.00 น. คือเวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) เพิ่มความถี่ในการปล่อยรถ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (05.00-08.00 น.) และก่อนเคอร์ฟิว (21.00-22.00 น.) ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5-10นาที 

รวมถึงปล่อยรถเมล์คันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทางเวลา 21.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ปล่อยรถ 3 คันสุดท้าย ให้ห่างกัน 5-10 นาที ซึ่งรถเมล์ 3 คันสุดท้าย จะติดป้ายข้อความบริเวณหน้ารถ คือ เหลือรถ 2 คันสุดท้าย, เหลือรถ 1 คันสุดท้าย และ รถคันสุดท้าย คาดว่าการคลายล็อกดาวน์จะทำให้มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 100,000 คน หรือใช้บริการวันละ 600,000 คน 
 
สำหรับกรมทางหลวง (ทล.) ปรับเวลาปิดบริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ทั้ง 2 สาย หมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา และหมายเลข 9 ช่วงบางปะอิน-บางพลี และช่วงสุขสวัสดิ์-บางขุนเทียน เวลา 23.00-04.00 น. จากเดิม 22.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. ทั้งนี้ยกเว้นยานพาหนะที่ได้รับอนุญาตผ่านทางช่วงเคอร์ฟิว โดยเปิดเฉพาะช่องเงินสด เช่นเดียวกับการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขยับเวลาปิดบริการทางพิเศษ (ทางด่วน) ทุกสายเวลา 23.00 น.- 04.00 น. จากเดิม 22.00 น.-04.00 น. ยกเว้นรถที่ได้รับอนุญาตเช่นกัน    

ผ่อนปรนการเดินทาง ให้ประชาชนได้เคลื่อนไหวมากขึ้น แต่ผู้โดยสารอย่าประมาทเด็ดขาด ทุกคนต้องนิวนอร์มอล ใช้ชีวิตด้วยวิธีแบบใหม่ สวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เผื่อเวลาเดินทาง เหลื่อมเวลาเดินทาง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสตัวร้าย
..............................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 42