อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563

ดอกไม้ป่าหลากหลายผลิดอกทุกปีงามประทับใจ

ผลจากการระบาดเชื้อไวรัสทำให้คนต้องอยู่กับบ้านกันมาก ผมก็เป็นผู้สูงอายุคนหนึ่งเข้าหลักเกณฑ์ควรอยู่กับบ้าน อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ได้ผลดีกับตัวเราและส่วนรวมด้วย อาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.

ผลจากการระบาดเชื้อไวรัสทำให้คนต้องอยู่กับบ้านกันมาก ผมก็เป็นผู้สูงอายุคนหนึ่งเข้าหลักเกณฑ์ควรอยู่กับบ้าน อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ได้ผลดีกับตัวเราและส่วนรวมด้วย ปัญหามีอยู่ว่าเมื่ออยู่บ้านแล้วจะทำอะไรดี ไม่ปล่อยเวลาอันมีค่าให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ผมแบ่งเวลาเป็น 3 ส่วนในชีวิตประจำวัน ทำเรื่องส่วนตัว ภารกิจ ต่าง ๆ รวมทั้งออกกำลังกายแล้วมาพักผ่อนนอนหลับ อีกส่วนที่เหลือคือทำงาน เราถนัดงานทางไหนก็ทำไป ผมถนัดทางเขียนหนังสือก็หาเรื่องมาเขียนให้ได้ จะไปเขียนเรื่องเจ็บป่วย ไปโรงพยาบาลเขาก็ไล่กลับให้มาอยู่บ้าน
        
ผมมีหนังสือเรื่องดอกไม้ป่าอยู่ 3 เล่ม คนเขียนคือ คุณชัชฎา วงศ์ทองสงวน ผู้รักธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ เธอชอบดอกไม้ป่า รอนแรมไปตามป่า พบดอกไม้ป่าสวย ๆ ถูกใจก็ถ่ายรูปเก็บไว้ การรวบรวมดอกไม้ป่า ปีหนึ่งออกครั้งเดียว แต่ละดอกก็ออกในวันเวลาต่างกัน สถานที่ที่จะไปพบก็ต่างกัน กว่าจะได้ถูกใจต้องใช้เวลาเป็นปีและหลายปี ในที่สุดด้วยใจรักธรรมชาติ เธอก็รวบรวมได้จำนวนหนึ่งแล้วพิมพ์ออกเผยแพร่ คนที่จะรักธรรมชาติแบบเดียวกันก็มีไม่มากนัก พิมพ์ครั้งเดียวก็จบลง ผมก็รักธรรมชาติเช่นกัน แต่ไม่ซาบซึ้งมากเพียงอยากรู้อยากเห็นว่าเขาทำอะไรกัน จะได้ตามโลกทัน พอมาอยู่บ้านเรื่องไวรัส เห็นหนังสือสามเล่มนี้เข้า ดูแล้วมีคุณค่า กว่าจะรวบรวมได้ต้องใช้เวลา ค่าใช้จ่ายมาก จึงอยากมาเผยแพร่ท่านผู้อ่านเพียงบางส่วน บางตอน เผื่อบางท่านที่รักดอกไม้ รักธรรมชาติ จะได้มีอารมณ์ร่วมไปด้วย

      
ดอกนางอั้ว
นางอั้วเป็นธิดากษัตริย์องค์หนึ่ง มีคู่หมั้นที่พ่อแม่หมั้นให้ชื่อท้าวซูลู ไม่เคยเห็นหน้ากัน ท้าวซูลูเลยไม่สนใจ ต่อมาแม่นางอั้วได้ยกลูกสาวให้เจ้าเมืองอีกเมืองหนึ่ง ก่อนวันแต่งสามวันท้าวซูลูเสด็จมาในงานแต่งงาน พอพบหน้าหลงรักนางอั้วและนัดพบในอุทยาน คู่หมั้นมาพบเข้า นางอั้วตกใจและอับอายมากจึงผูกคอตาย กลายเป็นดอกไม้ชื่อ นางอั้ว ดูจะเห็นคล้ายหน้าคนมีผมยาวสยาย เห็นนิ้วเล็ก ๆ เป็นเถาลงมา มีเชือกห้อย
        
ปีบทอง เดือนเมษายนผู้เขียนขับรถขึ้นเขาใหญ่ทางปากช่อง เลี้ยวไปหลายโค้งแล้วโค้งหนึ่งก็พบปีบทองออกดอกเต็มต้นอยู่ริมเขา ต่ำจากโคนต้นลงไปเป็นเหวลึก ลงไปถ่ายรูปด้วยความระมัดระวัง มิฉะนั้นอาจไปนอนอยู่ตีนเขาได้ กว่าจะได้ดอกไม้แต่ละดอกมาพิมพ์ให้ได้อ่านกัน นอกจากต้องใช้เวลายังต้องเสี่ยงชีวิตอีกด้วย แต่ถ้าได้ดอกไม้สวยและชอบ ยอมตาย
         มะลิไส้ไก่ มะลิเป็นดอกไม้ที่คนไทยนำมาใช้ประโยชน์มาก ลอยน้ำให้หอม ใช้กับน้ำกิน น้ำล้างหน้า ล้างมือ ใส่ในขนม ใส่ในน้ำข้าวแช่ ร้อยเป็นพวงมาลัยบูชาพระ บ้านตามชนบทมักจะปลูกมะลิ ดมแล้วหอมชื่นใจ ดอกไม้ก็เหมือนทุกชีวิต แม้จะหอม สวย ในที่สุดก็จะค่อยร่วงโรยไปตามกาลเวลาเพียงไม่กี่วัน


      
เอื้องม่อนไข่
ภาษาเหนือแปลว่าไข่แดงที่ต้มสุกแล้ว พบที่เชียงใหม่มาก จะเห็นสาวเหนือนำมาบูชาพระและปักมวยผม ดอกหอมมาก สะดุดตาผู้พบเห็น ที่พักตามชนบทจะปลูกกันมาก ทำให้ผู้มาพักประทับใจในรูปสวยและส่งกลิ่นหอม มาเที่ยวนี้แล้วครั้งหน้าก็อยากมาพักอีก
       พวงแสด เป็นดอกไม้ทางเหนือ พอหน้าหนาวพวงแสดจะงามเลื้อยอยู่หน้าบ้าน หลังคาบ้านเต็มไปหมด มองดูลานตา สีแสดสะดุดตา งามประทับใจผู้พบเห็น
         ในหนังสือดอกไม้มีมากมายหลายร้อยชนิด ผู้เขียนได้บอกสรุปว่า ดอกไม้จะงามได้ต้องอาศัยต้น ราก ใบ กิ่งก้านที่แข็งแรงมั่นคง ไม่อาจอวดความสวยงามต่อสายตาของมวลมนุษย์ได้ หากปราศจากความเกื้อหนุนจากดิน น้ำ แสงอาทิตย์ และสายฝน การทำหนังสือเรื่องดอกไม้นี้ก็เช่นกันต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย เข้าป่าก็ต้องไปกันหลายคน ช่วยกันแบกหามอุปกรณ์เรื่องกล้อง เรื่องที่พักต้องนอนกางเต็นท์กัน เพราะบางแห่งก็ไม่มีโรงแรม ช่วยกันหลายฝ่ายจนกระทั่งมาถึงผู้อ่านด้วยความภูมิใจ
       เรื่องดอกไม้เป็นอีกแนวหนึ่งของการนำเสนอยามอยู่บ้าน ต้านเชื้อ เพื่อชาติ จะออกไปทำข่าวเรื่องเจ็บป่วย เขาก็กลัวจะไปติดโรค เลยลองมาเขียนเรื่องดอกไม้ น่าเห็นใจคนจัดทำ กว่าจะได้ดอกไม้ป่าหลายร้อยชนิดก็แสนยาก รวบรวมเป็นเล่มต้องใช้กระดาษดี โรงพิมพ์ดี รายจ่ายก็สูง พอออกจำหน่ายก็ได้น้อย ทำแล้วไม่คุ้มกัน แต่คนทำมีความสุข ก็ขอให้กำลังใจด้วย.

..........................................
นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี
      

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 56