อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563

เรื่องของ "เสธ.ขี้ลืม"

ทหารมีหน้าที่หลายอย่าง สั่งให้ทำโน้นทำนี่ แต่ใครจะคิดว่า ทหารก็ขี้ลืมกะเขาเหมือนกัน มาดูกันว่า "เสธ.ขี้ลืม" เป็นอย่างไร...?? จันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.00 น.


ไหน ๆ ก็สนิทสนมตามอ่านกันมาจนป่านนี้แล้ว และหลังจากที่ได้ใคร่ครวญหลายตลบว่าจะส่งผลเสียต่อทั้งส่วนตัวและทางราชการที่ผมเคยรับใช้หลวงท่านอยู่หรือไม่ อย่างไร ในที่สุดผมก็ตัดสินใจที่จะนำเรื่องลับสุดยอดของพวกเราเหล่าทหารของชาติเรื่องหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง โดยจะจับเอาพฤติกรรมสมัยเรียนที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกของพี่น้องผองเพื่อนบางท่านมาเปิดโปง ณ โอกาสอันเป็นมงคลนี้
 
เรื่องของความขี้ลืมครับ…
 
อย่างไรก็ตามเพื่อความเป็นธรรม ผมจะขอเอาเรื่องของตัวเองมาเป็นบทเปิดรายการเสียก่อนเป็นลำดับแรก เนื่องจากที่ผ่านมาได้ถูกต่อว่าจากเพื่อน ๆ เสมอว่า ดีแต่เอาเรื่องของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็น เสธ.เยลลี่ไม่ว่าจะเป็น เสธ.ไพโรจน์กับอาหารสำเร็จรูป ฯลฯ เรื่องตัวเองมีตั้งเยอะทำไมไม่เอามาขายกินบ้าง


 
ผมเป็นคนขี้ลืมอย่างมหาวายร้ายครับ…
 
เรื่องพื้น ๆ อย่างแว่นเสียบอยู่บนศีรษะแล้วเที่ยวถามหาไปทั่วโลก หรือว่าวางโทรศัพท์มือถือไว้แล้วกว่าจะหาพบก็แทบจะเที่ยวเกณฑ์ลูกน้องทั้งกรมมาหา ฯลฯ อะไรแบบนี้ ถือว่าเด็กมาก แต่ที่อาจแตกต่างไปจากชาวบ้านชาวเมืองเขาบ้างก็เช่น ทั้ง ๆ ที่สวมแว่นอยู่กับตา แต่ก็เที่ยวค้นหาว่าไปวางไว้เสียที่ไหน (วะ) หรืออย่างก่อนจะออกจากที่ทำงาน ด้วยความที่เป็นคนรอบคอบก็ร้องถามลูกน้องว่า เฮ้ย...โทรศัพท์มือถือของเราอยู่ที่ไหนวะ...เล่นเอาลูกน้องแทบจะลงไปนอนดิ้นอยู่กับพื้นก่อนที่จะกระซิบกราบเรียนอย่างนอบน้อมว่า ก็ท่านกำลังใช้พูดอยู่นั่นไงครับ อย่างนี้เป็นต้น
 
เรื่องเด็ดสุด ๆ แห่งความขี้ลืมอันถือเป็นความภาคภูมิใจยิ่งของผมต้องเรื่องนี้ครับ…
 
ทหารทั่วไปมักมีเสื้อซาฟารีติดตัวไปด้วยเสมอ ถ้ามีรถเองก็แขวนไว้ในรถและพร้อมจะหยิบมาสวมใส่ได้ในชั่วพริบตา ด้วยเหตุที่ว่า บางครั้งก็มีนัดหมายมื้อเที่ยงบ้าง มื้อเย็นบ้าง ไอ้ครั้นจะแต่งเครื่องแบบเต็มเหนี่ยวเอ๊ย...เต็มยศ เที่ยวไปปรากฏกายที่โน่นที่นี่ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นร้านอาหารก็ย่อมไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง ยิ่งเมื่อตอนปรากฏข่าว เสธ.โล้น ที่เป็นอดีตพระแล้วทะลึ่งแต่งกายพันเอกห้อยสายเสธ. จนเป็นข่าวใหญ่โต พวกผมก็ยิ่งระวังตัวกันยกใหญ่ในการที่จะเลือกแต่งเครื่องแบบให้ถูกกาละเทศะ
 
ตานี้ถ้าคุณขี้สงสัยเกิดถามว่า ก็ทำไมไม่เตรียมชุดพลเรือนไว้ให้พร้อมทั้งเสื้อและกางเกงแล้วเวลาจะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายก็ให้มันพ้น ๆ ความเป็นคนมีสีไปเสียเลย เพราะคุณคงเคยเห็นชายฉกรรจ์ที่แต่งกายท่อนล่างด้วยกางเกงสีเขียวขี้ม้า พร้อมด้วยรองเท้าหุ้มข้อที่ดูอย่างไร ๆ ก็เห็นชัดว่าหมอนี่ทหารแหง แต่พอมองขึ้นมาเบื้องสูงแทนที่จะเป็นเสื้อเครื่องแบบก็กลับเป็นเสื้อซาฟารีเสียนี่ อยากให้รู้ว่าตัวเองเป็นทหาร ติดนิสัยเบ่งตามแบบฉบับคนมีสีหรืออย่างไร หรือว่าอยู่ระหว่างภารกิจสำคัญรับจ้างทวงหนี้จึงต้องเอาสีเขียวมาข่มขู่กัน...จงอธิบายให้เข้าใจโดยละเอียด


 
ถือโอกาสอธิบายเสียตอนนี้เลย ก็เป็นอย่างที่คุณว่านั่นแหละ พวกเรานอกจากมักมีเสื้อซาฟารีแขวนไว้ในรถแล้ว ใครที่เป็นมนุษย์ธุระเยอะหรือรู้ตัวล่วงหน้าว่ามีนัดหมายตอนเย็นหรือแอบไปมีเดทกับสาวใด...อันนี้ แน่นอนก็มักเตรียมชุดพลเรือนไว้เปลี่ยนตอนเลิกงานจะได้กลมกลืนไปกับสถานที่และผู้คนในบรรยากาศใต้แสงเทียนท่ามกลางบทเพลงนุ่มนวลที่ขับขาน
 
แต่บางครั้งมันไม่เป็นอย่างนั้น เช่น นัดกินข้าวเที่ยงกัน บ่ายโมงตรงก็ต้องกลับมาทำงานต่อ ครั้นจะเปลี่ยนเป็นชุดพลเรือนเสียเลยก็เอิกเกริกเสียเวลาวุ่นวาย รวมทั้งที่สุดแสนจะอันตรายหากดวงสมพงษ์ไปจ๊ะเอ๋กับนายเข้า ก็คงต้องเดือดร้อนหาคำอธิบายกับเครื่องแต่งกายชุดพลเรือนในเวลาราชการอีกต่างหาก ดังนั้น ทางออกที่ดี ง่าย และปลอดภัยที่สุดก็คือถอดเสื้อเครื่องแบบแขวนไว้หลังโต๊ะทำงาน แล้วแทนที่เสียด้วยเสื้อซาฟารีสะดวกดี เจอะนายก็เข้าใจได้โดยง่ายว่าเดี๋ยวเลิกกินก็จะไปทำงานต่อแล้วครับ หรือมีนัดฉุกเฉินตอนเย็นแต่ไม่ได้เตรียมชุดพลเรือนมา ก็จะมีชุดซาฟารีนี่แหละแก้ปัญหาได้ดังใจ
 
เรื่องทั้งหมดมีแค่นี้หรอกครับ ไม่ได้คิดจะเบ่งอะไรหรอก
 
ถึงอยากเบ่งก็ลำบากครับ นอกจากผู้บังคับบัญชาจะเข้มงวดแล้ว ระยะหลัง ๆ นี่ผมไม่ค่อยเห็นใครกลัวทหารเลย เบ่งไปก็เท่านั้น หน้าแตกซะเปล่าๆ
...............................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์ 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 108