อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563

เก็บตัว-กักตนเองอยู่บ้าน วิธีการตัดวงจรโควิด-19

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับผู้ที่ต้องเฝ้าระวังหรือกักกันตนเอง​ ควรล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยและอยู่ห่างกันราว 1-2 เมตร พฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


การเก็บตัวอยู่บ้านไม่ออกไปไหนโดยไม่มีความจำเป็นในห้วงเวลานี้ เป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนเพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อโควิด-19​ แต่ละคนจึงต้องมีวินัยและมีความเอาใจใส่ต่อการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท​ โดยงดเว้นจากการปะทะสังสรรค์ทางสังคม​(Social Interaction) ​ไม่คบค้าสมาคมหรือคลุกคลีตีโมงกับผู้อื่นดังที่เคยปฏิบัติมา

ซึ่งเป็นการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social​ Distancing) ไม่ว่าจะเป็นการพบปะสังสรรค์​ในงานสังคมทั่วไป ​การเข้าร่วมชุมนุมกับกิจกรรมต่าง ๆ ฯลฯ​ ​แนวทางดังกล่าวเป็นวิธีการที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ห่างไกลจากการได้รับเชื้อ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังลุกลามขยายตัวในวงกว้างอย่างรวดเร็ว  การมีความเสี่ยงต่ำจากการได้รับเชื้อจะมีผลต่อการตัดวงจรโค​วิด​-19​ ให้อยู่ในวงจำกัด ง่ายต่อการควบคุม



ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการได้รับเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศที่เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยง  ผู้ทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ  ​ผู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่ติดเชื้อโควิด-19 จากสถานบันเทิงย่านทองหล่อและผู้เข้าชมการแข่งขันชกมวยที่สนามมวยลุมพินี​ รวมถึงผู้ที่อาจได้รับได้รับการแพร่เชื้อมาอีกทอดหนึ่ง​ ต้องกักกันตนเอง (self​ quarantine)​เป็นระยะเวลา 14 วัน

เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นพาหะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น อีกทั้งยังต้องตรวจสอบตนเอง (Self-Monitoring) โดยวัดอุณหูภูมิร่างกายของตนเองอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง บันทึกลงกระดาษ แล้วพิจารณาว่ามีไข้หรือไม่ หากมีไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส​ มีอาการเจ็บคอ มีน้ำมูก ไอ​ จาม หายใจหอบเหนื่อย​ อย่าได้ประมาท​ ให้รีบแจ้งกรมควบคุมโรคทันทีที่ โทร 1422 เพื่อให้ส่งรถพยาบาลมารับตัวไปดำเนินการรักษาโดยด่วน

การเป็นผู้เก็บตัวและการเป็นผู้กักกันตนเองอยู่บ้าน​ หากประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องโควิด-19 อย่างถูกต้องจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยับยั้งเชื้อ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและส่วนรวม



สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้กักกันตนเองอยู่บ้านจะต้องมีหลักปฏิบัติที่ถูกต้องดังคำแนะนำและข้อควรปฏิบัติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ​คือ​ สวมหน้ากากอนามัย และอยู่ห่างจากผู้อื่น 1-2 เมตรล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ป่วยและผู้สูงอายุ​ ห้ามกินอาหารและใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น เช่น​ ​​ถ้วย จาน ชาม ช้อน​ แก้วน้ำ​ ​ฯลฯ

โดยไม่อาจนำล้างปะปนกับของผู้อื่น​รวมถึงควรแยกของใช้ส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม โดย​ไม่นำไปซักล้างปะปนกับของผู้อื่น ให้แยกห้องนอน​ ​เมื่อใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้อื่นต้องทำความสะอาดลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ชักโครกและพื้นห้องน้ำให้ปลอดเชื้อ​หลังจากที่ใช้​ทุกครั้ง ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษทิชชู่ทุกครั้งที่ไอ จาม

หากไม่มีกระดาษทิชชู่ ให้ใช้ต้นแขนด้านใน หรือข้อศอกตัวเองแทน ห้ามไอ จาม ใส่ฝ่ามือตัวเอง​ ทิ้งหน้ากากอนามัย หรือกระดาษทิชชู่ที่ใช้แล้วให้ถูกวิธีโดยทิ้งในถุงพลาสติก ปิดถุงให้สนิท มิดชิดก่อนทิ้งลงถังขยะที่ปิดมิดชิด แล้วล้างมือด้วยสบู่และน้ำนานราว 15-20 วินาที หรือแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปทันที



สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับผู้ที่ต้องเฝ้าระวังหรือกักกันตนเอง​ ควรล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยและอยู่ห่างกันราว 1-2 เมตร หากต้องการที่จะกินอาหารร่วมกัน ควรจะแยกชุดอาหาร และนั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ทำความสะอาดที่พักและบริเวณต่างๆ ด้วยน้ำยาฟอกขาว 5% หรือน้ำยาฟอกขาว 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 99 ส่วน หรืออาจจะเช็ดพื้นผิวสัมผัสด้วยแอลกอฮอล์ 70% พร้อมกับสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง เช่น ถุงมือ หน้ากากอนามัย หรือแว่นตาขยาย เป็นต้น และอย่าลืมสังเกตอาการเจ็บป่วยของตัวเองด้วย

คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับการทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ และสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19  ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล  คือ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่สัมผัสบ่อย เช่น โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนแท็บเล็ต​ ให้เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70-90% และปล่อยให้แห้ง​

พื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ หรือข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ที่สัมผัสบ่อย และห้องน้ำ​ ให้​เช็ดด้วยน้ำยาฟอกผ้าขาว (3-6% โซเดียมไฮโปคลอไรท์) ผสมน้ำยา 1 ส่วนต่อน้ำ 49 ส่วน เช่น ไฮเตอร์ 1 ฝาขวด (ประมาณ 10 ซีซี) ผสมน้ำครึ่งลิตร เช็ด หรือแช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาที แล้วเช็ดออกด้วยน้ำสะอาด​

พื้นผิวโลหะ​ ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70-90% ปล่อยให้แห้ง ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อนโลหะได้​ ผ้า เช่น ผ้าปูเตียง ผ้าห่ม ผ้าขนหนู เสื้อผ้าต่างๆ​ ให้ซักผ้าตามปกติ ใช้ผงซักฟอกธรรมดา และน้ำ หรือซักผ้าด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิน้ำ 60-90 องศาเซลเซียส​

อีกทั้งการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับการทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ และพื้นผิวโลหะต่าง ๆ ยังสามารถทำความสะอาดได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค (เช่น เดทตอล รุ่นมีมงกุฎ ตัวยาคลอโรไซลีนอล) ผสมน้ำยา 1 ฝาขวดกับน้ำ 2 แก้วน้ำดื่ม เช็ด หรือแช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาที



การแสดงออกทางสังคมปรบมือให้กำลังใจแก่แพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญยิ่ง ถ้าจะช่วยกันยกระดับรวมพลังกันเพื่อชาติให้มากกว่านี้ต้องเก็บตัวและกักกันตนเองอยู่บ้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากผู้ใดที่ยังคงพอมีหน้ากาก​ N95 เหลืออยู่บ้างช่วยส่งไปให้แพทย์ตามโรงพยาบาลต่างๆในฐานะนักรบเสื้อกาวน์ ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายกับการต่อสู้เอาชนะโควิด-19 เพื่อคนไทยทั้งชาติ

โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยเมื่อวันที่​ 1​ เม.ย.​63​ ว่า  มีผู้ติดเชื้อ​ ​1,771 ราย​ รักษาหาย​ 416 ราย​ อยู่ระหว่างการรักษา​ 1,343 ราย​ เสียชีวิตแล้ว 12 รายใน 60 จังหวัด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด- 19​ ทั่วโลกเมื่อวันที่​ 1​ เม.ย.​ 63​ ว่า มีผู้ติดเชื้อ 856,917 ราย รักษาหาย 177,141 ราย เสียชีวิต 42,107 ราย ประเทศที่ที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ สหรัฐอเมริกา 187,347 ราย, อิตาลี 105,792 ราย, สเปน 95,923 ราย, จีน 81,518 ราย​ และเยอรมนี 71,808 ราย

รายงานล่าสุดเช้านี้วันที่ 2 เม.ย. 63 ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อราว 920,000 ราย เสียชีวิตราว 46,000 ราย โดยมีสหรัฐอเมริกาติดเชื้อราว 211,000 ราย เสียชีวิตราว 47,000 ราย อิตาลีติดเชื้อราว 110,000  ราย เสียชีวิตราว 13,500 ราย  และสเปนติดเชื้อราว 100,000 ราย เสียชีวิต 9,400 ราย
..............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”  
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 228