อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563

"เฟกนิวส์" ติดบ่วงเจอ"เพจดักควาย"

จุดอ่อนที่สำคัญของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงหนีไม่พ้นเรื่องการสื่อสารและการทำความเข้าใจกับสังคม โดยเฉพาะในช่วงบ้านเมืองเกิดวิกฤต นอกจากนี้ยังมี “เฟกนิวส์ “ ที่คอยมาสร้างความปั่นป่วน จากนี้ต้องรอดูว่า กลไกรัฐสามารถเปิดโปงได้หรือไม่ว่า ใครอยู่เบื้องหลัง การสร้างข่าวปลอม อังคารที่ 24 มีนาคม 2563 เวลา 09.00 น.


ต้องถือว่าหนักหนาสาหัสพอสมควร หลังจากประเทศไทยเผชิญมหันตภัยร้าย ซึ่งกำลัง ทำลายชีวิต คนทั่วโลก “โควิด-19" ยิ่งวันนี้คนป่วยเกิน 300,000 คน ขณะที่ผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ15,000 คน ถ้ายังไม่สามารถผลิตวัคซีน หรือยารักษาโรคได้ ก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อ และจำนวนคนเสียชีวิตจะอยู่ที่ตรงไหน
 
ส่วนประเทศไทยเอง แม้จะ มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 คน แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังมีเสียงวิจารณ์ถึงการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่มีเอกภาพและมีปัญหาในการบูรณาการร่วมกัน

แต่ปัญหาใหญ่สุด คงหนีไม่พ้นกระบวนการสื่อสาร และการทำความเข้าใจของสาธารณชนของฝ่ายบริหาร ไล่ตั้งแต่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเกิดภาวะวิกฤตประเทศ



จนถูกตั้งคำถามว่า เป็นเพราะหัวหน้ารัฐบาล ตกอยู่ภายใต้วงล้อมคนใกล้ชิดบางกลุ่ม ซึ่งไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้คนที่ตัวเองรัก หรือรับฟังข้อเสนอแนะจากใคร รวมทั้งนายกฯยังมีที่ปรึกษหลายคน เลยเข้าตำรามากคนมากความ ทำให้คนมีอำนาจตัดสินใจรู้สึกสับสน

แม้ในที่สุด “พล..ประยุทธ์" จะปรับแนวทางการทำงาน ในการรับมือกับเชื้อโรคร้าย ใช้แนวทางและข้อเสนอของแพทย์เป็นตัวนำ จนเริ่มมีเสียงวิจารณ์ในทางบวก โดยนำภาพการพบของหัวหน้ารัฐบาลกับ “สุดยอดอาจารย์หมอ“ มาเผยแพร่ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งถูกยกให้เป็นภาพประวัติศาสตร์....ภายหลังรัฐบาลออก 6 มาตรการ ยกระดับความเข้มข้นรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศ ในภาวะที่กำลังเผชิญกับภัยเชื้อร้าย ที่ถูกเรียกว่า “ โควิด-19 “

โดยภาพข่าวระบุว่า ...พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งหารือร่วมกับคณะแพทย์ที่มีชื่อเสียงชั้นนำของประเทศและทำประโยชน์ให้สังคม ที่ทำเนียบรัฐบาล  ซึ่งแต่ละคนเป็นถึงอาจารย์หมอและเป็นถึงอดีตรัฐมนตรี

ประกอบด้วย ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล อดีต รมว.สาธารณสุข, ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อดีต รมช.ศึกษาธิการ, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์

.นพ.อมร ลีลารัศมี อาจารย์แพทย์อายุรศาสตร์ นายกแพทยสมาคม และ .พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทั้งหมดถูกเชิญมาเป็นการด่วน เพื่อขอคำปรึกษาถึงมาตรการรับมือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และผลจากการหารือยังเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการที่ออกมา

โดยนายกฯนั่งฟังอย่างตั้งใจและกล่าวในการหารือว่า "ให้ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เป็นคนนำเรื่องมาตรการ รัฐบาลและหน่วยงานราชการขอเป็นฝ่ายสนับสนุน"



แต่ในเรื่องสื่อสารก็ยังเป็นปัญหาอยู่ดี แม้กระทั่งการให้ข่าวที่สับสน จาก”นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณี พล... อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชกรุงเทพมหานคร( กทม. ) กรณีออกคำสั่งปิดห้างสรรพสินค้า และร้านประกอบธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ

จน โฆษกรัฐบาล ต้องออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้พูดว่า จะไม่มีการปิดห้างสรรพสินค้า และไม่ได้บอกว่าเป็นข่าวปลอม ตนบอกเพียงว่า อย่าเพิ่งไปเชื่อข้อมูลที่ไม่มีที่มาที่ไป ขอให้รอฟังการแถลงอย่างเป็นทางการจาก กทม.

แต่ที่เลวร้ายมากกว่านั้น คือความพยายามสร้างข่าวปลอมหรือ เฟกนิวส์ เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดกับคนในสังคม แม้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( เอ็มอีดีเอส ) “สามารถจับกุม และดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องไปหลายราย แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งขบวนการสร้างข่าวปลอมได้ จนเกิดคำถามว่า มีคนบงการ “ เฟกนิวส์ “หรือไม่

ยิ่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Zen Wide ออกมาระบุว่า เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาจากประเทศสเปน เพื่อกลับประเทศไทย แต่ต้องต่อเครื่องที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนที่จะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คัดกรองโรคระบาดโควิด-19 เหมือนประเทศอื่นที่ตนเองได้เดินทางผ่านมา

“ผมมาต่อเครื่องที่อาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ก็ต้องเดินผ่าน 3 ขั้นตอน ในการตรวจร่างกายก่อนขึ้นเครื่อง จนผมบินมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ผมเดินลงจากเครื่องตอน 6 โมงเช้า เดินผ่านตม. ไปยืนรอรับกระเป๋าพร้อมกันกับนักเดินทาง 500-600 คน ที่บินมากับสายการบิน อื่นๆ 2-3 ลำ ที่บินลงในเวลาไล่เลี่ยกับผม เมื่อได้กระเป๋า ผมและอีก 500-600 คนในตอนนั้น ก็เดินออกไปนอกสนามบิน โดยที่ไม่ได้เจอะเจอกับเจ้าหน้าที่แมวน้ำอะไรใด ๆ ที่จะมาตรวจสุขภาพเลยแม้แต่นิดเดียว"



จากนั้นเพจ Drama-addict ก็ออกมาเปิดเผยว่า ภาพดังกล่าวที่ชายหนุ่มนำไปโพสต์นั้น เป็นภาพเก่าเมื่อ 2 ปีก่อน โดยระบุเนื้อหาโพสต์ว่า “ภาพของคนที่บอกว่า เป็นคนที่กลับจากสเปน กลับมาถึงไทย ที่สนามบินไม่เจอด่านตรวจอะไรเลย เป็นภาพจากข่าวเก่า สองปีก่อน”

ทั้งนี้ ทางเพจระบุเพิ่มเติมว่า “ส่วนเจ้าของโพสต์ ทอท. เขาพยายามติดต่อไปพูดคุย แต่ยังติดต่อไม่ได้ ก็รีบคุยกับเขาเถอะ ถ้ายอมรับว่าเข้าใจผิด เพราะไม่เห็นอุปกรณ์ตรวจอุณหภูมิ ยังพอคุยกันได้ ไม่งั้นอาจถูก ทอท. ดำเนินคดี”

หลายคนที่ติดตามเฟซบุ๊ก Zen Wide จะพบว่า เพจฉาวรายนี้มักนำเสนอข่าวในทางลบ โจมตีรัฐบาลและประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนคิดไม่ถึงว่า จะนำเรื่องแพร่ระบาดของ โควิด -19มาเป็นเครื่องมือ ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ ทั้ง ๆ ที่เชื้อโรคร้าย ส่งผลกระทบกับทั่วโลก และหลังจากถูกจับได้ว่า นำเสนอข่าวปลอม เพจดังล่าวก็หายไปทันที

แต่ที่ไม่น่าเชื่อ หลังจาก เฟซบุ๊กฉาว“ นำเสอข่าวเท็จไป กลับมีนักการเมืองหลายคน ไม่ว่าจะเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และ นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. นำข้อมูลดังกล่าวไปขยายผลต่อในโลกออนไลน์ จนถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง



ขณะที่ "นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์รมว.เอ็มอีดีเอส ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงมาตรการจัดการกับข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ว่า ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมโดยกระทรวงดิจิทัลฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข่าวปลอม และโพสต์ต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย เราได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลที่พี่น้องประชาชนแจ้งเข้ามา และจากการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบโพสต์ต่าง ๆ ตอนนี้ได้ส่งหลักฐานทั้งหมดไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

อยากเตือนผู้ใช้ออนไลน์ทุกท่านนะครับ ว่าอย่าแชร์ต่อ เนื่องจากผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้โพสต์หรือแชร์

...ต้องจับตาดูว่า จากนี้ไป หน่วยงานรัฐจะสามารถกระชากหน้ากาก ขบวนการสร้างข่าว

เฟกนิวส์ ที่ออกมาสร้างความสับสน และปั่นป่วน ให้เกิดขึ้นกับสังคมได้หรือไม่ โดยเฉพาะ จอมบงการที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง เพราะหลายครั้งมักตรวจพบว่า คนที่สร้างข่าวเท็จ เป็นเพจขาประจำ ที่นำเสนอข่าวลบกับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
.....................................
คอลัมน์ สืบเสาะเจาะข่าว
โดย "ระฆังแก้ว"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 30