อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 22 มีนาคม 2563

ศาสตราจารย์ เดวิด แพตเตอร์สัน ผู้อำนวยการวิจัยทางคลินิกและแพทย์ที่ปรึกษาด้านโรคติดเชื้อแห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์และ Royal Brisbane and Women’s Hospital และทีมผู้เชี่ยวชาญ เริ่มการทดลองทางคลินิกของการรักษาที่มีศักยภาพสำหรับ COVID-19 อาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563 เวลา 06.30 น.


@@@@ ในขณะที่ศูนย์วิจัย Kaiser Permanente Washington Research Institute ในเมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทดลองฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส Covid-19 ให้กับนาง Jennifer Haller เป็นรายแรก ในจำนวนอาสาสมัคร 45 ราย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เพื่อทดสอบความปลอดภัยของวัคซีน ชึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการที่จำเป็นก่อนที่วัคซีนจะได้รับการอนุญาติให้ผลิตและจำหน่าย ................ ในประเทศออสเตรเลียเองก็มีการประกาศในเดือนมกราคม เมื่อการระบาดอยู่ในช่วงเริ่มต้น ว่ากำลังเร่งทำงานกับวัคซีน โดย ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ University of Queensland ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพัฒนาวัคซีนระหว่างประเทศที่เรียกว่า Coalition of Epidemic Preparedness Innovations (CEPI) ขณะนี้กำลังจะทดลองกับอาสาสมัครในอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้า การพัฒนาวัคซีนสำหรับการใช้ป้องกัน Covid-19 เป็นไปอย่างกว้างขวาง โดย สถาบันการวิจัยและบริษัทยา มากกว่า 50 แห่งทั่วโลกกำลังร่วมมือกันในการค้นหาวัคซีน ซี่งกว่าจะสำเร็จและแพร่หลายก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยกว่า 6 เดือน การพัฒนาการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัส Covid-19 จึงเป็นเรื่องเฉพาะหน้าและเร่งด่วน ..................... ทีมนักวิจัยของรัฐควีนส์แลนด์ได้เริ่มการทดลองทางคลินิกของการรักษาที่มีศักยภาพสำหรับ COVID-19 โดยใช้ยาที่มีอยู่สองตัวในปัจจุบัน Professor David Paterson ผู้อำนวยการวิจัยทางคลินิกและแพทย์ที่ปรึกษาด้านโรคติดเชื้อแห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์และโรงพยาบาล Royal Brisbane and Women’s Hospital (RBWH) เปิดเผยว่า ยาดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูงเมื่อใช้กับไวรัสในหลอดทดลองเป็นครั้งแรก ศาสตราจารย์ แพตเตอร์สันกล่าวว่า “ตอนนี้เราพร้อมที่จะเริ่มการทดลองผู้ป่วยด้วยยา หนึ่งในนั้นคือยาเอชไอวีและยาต้านมาลาเรียอีกตัวหนึ่ง ก่อนที่จะมีการทดลองทางคลินิกในขั้นตอนต่อไป เราได้ทดลองกับผู้ป่วยชาวออสเตรเลียในรายแรกๆหลายราย ที่ติดเชื้อ COVID-19 ผู้ป่วยได้รับยาและทุกรายหายเป็นปกติโดยไม่มีร่องรอยของไวรัสที่เหลืออยู่ในระบบร่างกาย ยาเหล่านี้มีศักยภาพที่จะเป็นยารักษาที่แท้จริงสำหรับทุกคนซึ่งแตกต่างจากประสบการณ์แบบสุ่ม” ..................... ศาสตราจารย์ แพตเตอร์สัน ย้ำว่า นักวิจัยต้องการเริ่มต้นการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล 50 แห่ง ทั่วประเทศออสเตรเลีย เพื่อกำหนดวิธีที่ดีที่สุดในการใช้ยา “ การรักษานี้จะเกี่ยวข้องระหว่างการเปรียบเทียบยาตัวหนึ่งกับอีกตัวหนึ่ง หรือเปรียบเทียบกับการใช้ยาทั้งสองตัวรวมกัน เราพร้อมที่จะดำเนินการแล้วและสามารถเริ่มลงทะเบียนผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วในการทดลองของเรา” ศาสตราจารย์ แพตเตอร์สัน กล่าว
  
@@@@ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ขอรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย สถานะวันที่ 21 มีนาคม 2563 ดังนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ใน ออสเตรเลีย มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 รวม 877 ราย เพิ่มขึ้นจากวันที่ 20 มีนาคม 2563 จำนวน 168 ราย (แหล่งข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียเมื่อเวลา 06.30 น. และล่าสุด สื่อมวลชนรายงานว่า รัฐควีนส์แลนด์มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 40 ราย) ในจำนวนดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 7 ราย และรักษาตัวหายแล้ว 46 ราย  รัฐนิวเซาท์เวลส์ 382 ราย (รวมผู้เสียชีวิต 6 ราย) รัฐควีนส์แลนด์ 184 ราย รัฐวิกตอเรีย 178 ราย รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 50 ราย รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 64 ราย (รวมผู่เสียชีวิต 1 ราย) รัฐแทสเมเนีย 10 ราย รัฐ Northern Territory 3 ราย และ ACT 6 ราย สถิติตอนนี้มีผู้ติดเชื้อ  COVID-19 ทั่วโลกกว่า 226,800 ราย ในจำนวนดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตว่า 9,500 ราย …………….. เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นถึงกว่าร้อยละ 24 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มของจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เช่น อิตาลีและฝรั่งเศส และใกล้เคียงกับอังกฤษที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.4 โดยจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ .................... มาตรการรับมือการแพร่ระบาดของรัฐบาลออสเตรเลีย วันที่ 19 มีนาคม 2563 นาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียประกาศห้ามชาวต่างชาติทุกคนที่ไม่ใช่ผู้มีถิ่นพำนักถาวรในออสเตรเลียเดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป สำหรับพลเมืองออสเตรเลียและผู้มีถิ่นพำนักถาวรในออสเตรเลียยังสามารถเดินทางกลับประเทศได้ แต่ต้องดำเนินการกักกันตัวเองเป็นเวลา 14 วัน สืบเนื่องจากการจำกัดเดินทางไปต่างประเทศของพลเมืองออสเตรเลีย นาง Marise Payne รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ได้ประกาศให้นักการทูตออสเตรเลียในประเทศที่มีความเสี่ยงจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 เจ้าหน้าที่สายสนับสนุนที่ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ และครอบครัวของบุคลากรที่ประจำการในต่างประเทศสามารถเดินทางกลับออสเตรเลียได้ตามความสมัครใจ วันที่ 19 มีนาคม 2563 รัฐบาลรัฐแทสเมเนียประกาศภาวะฉุกเฉิน ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 20 มีนาคม2563 โดยจะอนุญาตเฉพาะผู้เดินทางที่มีเหตุจำเป็น (essential traveller) เดินทางเข้ารัฐโดยไม่ต้องกักกันตัวเอง ส่วนผู้เดินทางเข้ารัฐแทสเมเนียโดยไม่มีเหตุจำเป็น (non-essential traveller) จะต้องดำเนินการกักกันตัวเองเป็นเวลา 14 วัน หากฝ่าฝืน จะถูกปรับไม่เกิน 16,800 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้ รัฐแทสเมเนียประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 420 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อช่วยเหลือแก่บุคคลหรือครอบครัวที่ต้องกักกันตัวอง และจัดสรรเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยแก่ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว โรงแรม และการส่งออก และจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่เทศบาลเพื่อบูรณะและปรับปรุงสถานที่และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มการจ้างงานในท้องถิ่น ................... มาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ วันที่ 19 มีนาคม 2563 นาย Philip Lowe ประธานธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia: RBA) ได้เรียกประชุมฉุกเฉินและมีมติลดดอกเบี้ยนโยบายจากร้อยละ 0.5 เหลือร้อยละ 0.25 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและลดภาระผู้กู้ยืมเงินซื้อบ้าน นอกจากนี้ RBA ได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing: QE) เป็นครั้งแรกเพื่อเพิ่มปริมาณเงินในระบบ และกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ โดย RBA จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียในตลาดรอง โดยตั้งเป้าหมายอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะเวลา 3 ปีอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.25 นอกจากนี้ RBA ยังจะจัดหาเงินทุนระยะยาวมูลค่า 90,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียให้แก่สถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนสินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าวและแนวโน้มเศรษฐกิจออสเตรเลียและเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยทำให้อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ออสเตรเลียลดลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2545
 
 
นาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียประกาศห้ามชาวต่างชาติทุกคนที่ไม่ใช่ผู้มีถิ่นพำนักถาวรในออสเตรเลียเดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป
 
@@@@ ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เรื่องแนวปฏิบัติสำหรับผู้มีสัญชาติไทยในเครือรัฐออสเตรเลีย ที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท) ได้มีประกาศ เรื่องแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ทำการบินมายังประเทศไทยลงวันที่ 19 มีนาคม 2563 โดยข้อ 4 ของประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า “ในกรณีที่ผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังประเทศไทยเป็นผู้มีสัญชาติไทย ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศดำเนินการคัดกรอง ดังต่อไปนี้ 1. ตรวจสอบใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทางอากาศ (Fit to Fly) และ2. ตรวจสอบหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทยที่สถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ หรือกระทรวงการต่างประเทศออกให้” ทั้งนี้ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563 เวลา 00.00 น. ของประเทศไทย เป็นต้นไป นั้น ................. ในการนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา จึงขอเรียนแนวทางการดำเนินการตามข้อ 4 ของประกาศ กพท. ฉบับดังกล่าว สำหรับผู้มีสัญชาติไทยในเครือรัฐออสเตรเลีย ดังนี้ 1. เอกสารสำคัญสำหรับสายการบิน ผู้มีสัญชาติไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงการแพร่ระบาด จะต้องนำเอกสาร 2 ฉบับ ไปยื่นให้กับผู้ดำเนินการเดินอากาศ (สายการบิน) ที่ทำการบินไปยังประเทศไทยตอน check in ดังนี้ 1.1 ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly) 1.2 หนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทย ที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา หรือ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ................. 2. ขั้นตอนการขอรับหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อความสะดวกและความรวดเร็วในการดำเนินการ ขอให้ผู้เดินทางขอหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือ สถานกงสุลใหญ่ฯ โดยในส่วนของสถานเอกอัครราชทูตฯ มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้2.1 ดาวน์โหลด “แบบฟอร์มลงทะเบียนคนไทยที่จะเดินทางกลับประเทศไทย” จากเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฯ https://canberra.thaiembassy.org/ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและสแกนเป็นไฟล์ภาพสี หรือถ่ายรูปสี 2.2 นำส่งไฟล์แบบฟอร์มฯ พร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่ (1) ใบรับรองแพทย์ - Fit to Fly (2) สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง และ (3) เอกสารสำรองบัตรโดยสารเครื่องบิน ไปยังไปรษณีย์อิเล็คทรอนิกส์สถานเอกอัครราชทูต ที่ rtecanberra2@gmail.com 2.3 สถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดส่งหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทย และไฟล์สแกนภาพสีของหนังสือรับรองฯไปให้ผู้ร้องทางไปรษณีย์อิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งผู้ร้องสามารถนำไปพิมพ์ภาพอีและแสดงต่อเจ้าหน้าที่สายการบินต่อไป ................... 3. หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ rtecanberra2@gmail.com หรือหมายเลขโทรศัพท์ 026 206 0100 (วันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.30 น. ถึง 17.00 น.) หรือหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน 0402 735 642 หรือ Line ID cbrconsular จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
 
@@@@ เดินทางมารับตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ประจำเครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 มาถึงก็เตรียมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศออสเตรเลีย จริงๆแล้วเตรียมตัวบินไปร่วมงานพร้อมกับพบปะชุมชนไทยหลายแห่งเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องคนไทยในรัฐต่างๆ แต่มาเจอวิกฤตการณ์ และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด งานเทศกาลไทยทุกแห่งได้ยกเลิกงาน จึงยังไม่ได้ออกไปพบปะชุมชนไทย ได้แต่ฝากเสียงและคลิปให้ไปออกตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เดลินิวส์ หรือ รายการไทยอีสานเรดิโอ ทางสถานี 2MCR FM 100.3 MHz ด้วยความห่วงใยในสุขภาพในยามนี้ หลังวิกฤตการณ์นี้คงออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวไทยได้โดยปรกติ ............... นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ ก่อนเดินทางมารับหน้าที่ เอกอัครราชทูตไทยคนใหม่ ประจำเครือรัฐออสเตรเลีย เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปี 2560-2563 และเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่าง 2558-2560 เป็นรองอธิบดีกรมอาเซียน ระหว่างปี 2555-2558 และเคยประจำการในต่างประเทศที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 
เอกอัครราชทูตไทยคนใหม่ ประจำเครือรัฐออสเตรเลีย นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ ซึ่งเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ฝากความห่วงใยในสุขภาพตามสื่อต่างๆ อาทิ เดลินิวส์  รายการไทยอีสานเรดิโอ ทางสถานี 2MCR FM 100.3 MHz
 
ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 35