อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

ทฤษฎีอากาศร้อน

การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยิ่งเพิ่มข้อสงสัยว่าแล้วทฤษฎีอากาศร้อนว่าจะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสได้หรือไม่ พฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2563 เวลา 07.30 น.


สำนักข่าวรอยเตอร์นำเสนอบทความเรื่องนี้ว่า จากเดิมที่พบการติดเชื้อน้อยมากในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงอาจเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า อากาศร้อนอาจจะช่วยฆ่าไวรัสได้ เพิ่มความหวังให้กับหลายประเทศในยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และอากาศน่าจะอบอุ่นขึ้น
        
แต่ในประเทศอย่างอินโดนีเซียมาถึงไทย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ พบตัวเลขการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แสดงว่าปัจจัยของอากาศตามฤดูกาลอาจเป็นได้แค่การจำกัดหน้าที่ของมันในการแพร่ระบาดเท่านั้น
        
ศาสตราจารย์ติกกี ปันเกสตู แห่งสถาบันนโยบายสาธารณะลีกวนยูประเทศสิงคโปร์บอกว่า ทฤษฎีอากาศอาจไม่ได้สนับสนุนสิ่งที่กำลังเป็นไปอยู่ในขณะนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนในยุโรปหวังว่าอากาศอบอุ่นจะช่วยฆ่าไวรัสได้ ตัวเขาเองก็สงสัยว่าอาจเป็นจริงได้
        
โคโรนาไวรัสทำให้มีคนติดเชื้อไปแล้วกว่า 170,000 คนทั่วโลก เสียชีวิตกว่า 6,600 ศพ
        
แม้เราจะยังมีความรู้เกี่ยวกับไวรัสตัวนี้ไม่มาก ซึ่งบางอาการของมันจะคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่ก็แพร่กระจายได้เร็วในสภาพอากาศเย็น แล้วบางครั้งจะแพร่ไปได้ในพื้นที่ปิดโล่งแต่มีคนอยู่จำนวนมาก
        
การแพร่ระบาดของโรคซาร์ส (โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง) ในปี 2545-46 ลดลงเมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูร้อน แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดว่าเกี่ยวกับอากาศหรือประจวบเหมาะที่มีการสาธารณสุขที่ดีขึ้น องค์การอนามัยโลกบอกว่ายังไม่มีหลักฐานว่าอุณหภูมิจะเป็นปัจจัยสำคัญของการแพร่ระบาดของไวรัสตัวนี้ แต่ก็หวังว่านั่นจะเป็นหนทางที่คุ้มค่ากับการตรวจวิจัย
        
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งอยู่ในเขตร้อนชื้น หลายประเทศพบการติดเชื้อไม่กี่รายเท่านั้นหลังผ่านมาเป็นเดือนนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดครั้งแรกช่วงปลายปีที่แล้วในประเทศจีน แม้ว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีน ทั้งการเดินทางติดต่อ การทำธุรกิจและลงทุน
        
แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขบอกว่า น่าจะมากกว่าเรื่องอากาศร้อนที่ทำให้การติดเชื้อน้อย เช่น การตรวจหาผู้ป่วยติดเชื้ออย่างจำกัด และการคัดกรองที่ยังไม่ครบสมบูรณ์เพราะขาดอุปกรณ์เครื่องมือและยังพบว่าการติดเชื้อไวรัสลามไปยังศูนย์กลางการแพร่ระบาดหลายจุดนอกประเทศจีน
        
เดล ฟิชเชอร์ ประธานเครือข่ายการรับมือและป้องกันการการระบาดโลกประสานงานกับองค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า อย่างน้อยอากาศร้อนก็อาจมีผลต่อการแพร่ระบาด แต่เราก็ยังมองไม่เห็นว่าการระบาดจะยุติลงได้อย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือประเทศต่าง ๆ มีประสิทธิภาพอย่างไรบ้างในการควบคุมผู้ติดเชื้อ การแยกตัวคนออกจากสังคมหรือชุมชน นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่อากาศ
        
ส่วนการที่หลายประเทศในเอเชียพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทำให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ต้องใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด เช่น ฟิลิปปินส์สั่งปิดเมืองหลวงกรุงมะนิลาเรียกได้ว่าเป็นการกักกันโรคของทั้งชุมชน มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 125 รายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นทั้งหมด 553 รายแล้วสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยพบ 33 รายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเช่นกัน อินโดนีเซียพบแล้ว 134 ราย

ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ายังอาจมีผู้ที่ไม่ได้รายงานการติดเชื้อ และสิงคโปร์ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่ามีมาตรการติดตามและกักกันผู้ติดเชื้อ แต่ก็ยังประกาศควบคุมการเดินทางเข้าประเทศจากประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม
        
เมื่อเรายังไม่รู้ลึกถึงความร้ายกาจของไวรัสอันตรายตัวนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงเตือนว่าประเทศต่าง ๆ อย่าเพิ่งไปหวังพึ่งพาอากาศร้อนว่าจะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดได้ เพราะยังอาจมีหลายปัจจัย เช่นการติดจากคนสู่คนซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เร็วมาก ซูจิโยโน ซาปุตรา นักวิจัยด้านจุลชีววิทยาแห่งสถาบันวิทยา ศาสตร์อินโดนีเซีย บอกว่า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอาจไม่มีผลกระทบต่อไวรัส.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 39