อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563

ใครไม่เหมาะกับการเป็นตำรวจ

สัปดาห์นี้มาไขข้อข้องใจว่า ทำไมผู้กำกับการถึงไม่ชอบหน้าสารวัตรสืบสวน บ้างก็ว่าสารวัตรสืบสวนไม่ได้เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจเหมือนผู้กำกับการกระมัง แกถึงไม่ชอบขี้หน้าเอา เรามาดูคำตอบกันว่าเพราะอะไร พุธที่ 11 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ไม่มีใครทราบว่าทำไมผู้กำกับการถึงไม่ชอบหน้าสารวัตรสืบสวน บ้างก็ว่าสารวัตรสืบสวนไม่ได้เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจเหมือนผู้กำกับการกระมัง แกถึงไม่ชอบขี้หน้าเอา

แต่หลายคนก็ยังหล่นคิ้วสงสัย เพราะตำรวจคนอื่นก็ไม่ได้จบจากโรงเรียนนายร้อย ก็ยังได้รับคำชมจากผู้กำกับ ยกเว้นสารวัตรคนเดียวที่ถูกด่าอยู่เสมอ ผู้กำกับการแกมักจะเรียกสารวัตรสืบสวนไปตำหนิในที่ประชุมอยู่บ่อย ๆ
 
ขนาดสารวัตรสืบสวนทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม จับยาเพียงพอให้นายเอาไปแถลงข่าวได้ ผู้กำกับการยังมิวายตวาดใส่สารวัตรสืบสวน “ทำงานช้า แล้วทำไมไม่ขยายผลต่อ เอาหน้าเหรอไง” สารวัตรสืบสวนได้แต่ยืนมือกุมเป้ารับคำด่าไป
 
ไม่นานเราจึงเห็นสารวัตรสืบสวนไปเป็นสารวัตรจราจร ไปโบกรถอยู่กลางถนน ใครเห็นก็รู้ในทันทีว่า สารวัตรโดนแกล้งอย่างแน่นอน


 
“ผู้กำกับแกหมั่นไส้อะไรสารวัตรนะ”
 
ดาบตำรวจสงสัยในวงเหล้าหลังโรงพัก ใครหลายคนพยายามหาคำตอบแต่ก็ไม่มีใครแงะออกมาได้ 
 
ไม่นานสารวัตรจราจรก็กระเด็นออกจากโรงพักไป คาดว่าตอนที่มีคำสั่งย้าย ก็เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของผู้กำกับการที่นำเสนอเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชานี่เอง
 
ว่ากันว่าวันที่มีการสั่งย้ายนั้น สารวัตรจราจรเดินทางไปขอพบผู้กำกับการที่ห้อง ดาบหน้าห้องนาย ถามว่าพกปืนมาหรือเปล่า เขาไม่อยากให้โรงพักกลายเป็นที่เกิดเหตุฆาตกรรม

“ผมไม่ได้พกอะไรมา ตัวเปล่า พี่ค้นตัวผมได้”

เมื่อดาบค้นตัวพบว่าเป็นความจริง จึงยอมให้เข้าไปพบผู้กำกับ

“มีอะไรสารวัตรจราจร” พันตำรวจเอกวางปากกาขณะเซ็นเอกสารแล้วถามคำถามสงสัย

“นายเป็นอะไรกับผมเหรอครับ ตั้งแต่ผมมาเป็นสารวัตรสืบสวน นายก็เอาแต่ด่า เอาแต่เล่นงาน จ้องจะแดกผม นี่ย้ายผมไปเป็นตำรวจจราจร ผมก็ยังพอทน เห็นว่าเป็นการได้เรียนรู้งานใหม่ ๆ แต่นี่นายมาย้ายเตะผมออกไปจากนครบาลอีก มันเกินไปนะครับ!”

พันตำรวจเอกมองผู้ใต้บังคับบัญชา “คิดว่าเพราะอะไรล่ะ”

“ผมถึงมาถามนายนี่ไงครับ”

ผู้กำกับลุกยืน “ผมด่าคุณมาเสมอ คุณควรจะมีคำตอบให้ผมต่างหาก ว่าทำไมจึงถูกด่า”



สารวัตรจราจรชักหงุดหงิด นี่ผู้บังคับบัญชากวนโทโสเขาอย่างแน่นอน เหลืออดแล้ว “ก็เรื่องอะไรล่ะครับ ผมไม่ทราบเลย จึงมาถามนายไงครับ” เสียงที่ขึ้นเน้นคำ ซ่อนความรุนแรง แต่ก็เคลือบไม่ให้มันกระโชกเกินควร

“คุณไม่เหมาะกับตำรวจ” 

สารวัตรจราจรสะท้าน ขณะกำลังจะพูดอะไรต่อ ผู้กำกับบอกว่า “ออกไปได้แล้ว ผมจะทำงาน”

เขาทำตามคำสั่ง ด้วยความไม่เข้าใจ ไม่มีการมาร่วมงานเลี้ยงอำลา ชายหนุ่มตั้งสติ ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง เพื่อหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงไม่เหมาะกับการเป็นตำรวจ แต่ค้นอย่างไร ก็หาคำตอบไม่พบว่าทำไมเขาจึงไม่เหมาะกับการเป็นตำรวจ

การไปทำงานต่างจังหวัด เปิดโอกาสให้เขาได้ทำงานอย่างเต็มที่ ผู้บังคับบัญชาชื่นชม ชีวิตเขาโรจน์รุ่ง ใครก็มองว่าเขามีฝีมือ แต่ผ่านไปหลายปี ตำแหน่งเขาไม่ขึ้น แม้ทุกคนจะชมว่าเขาทำงานดี แต่ความก้าวหน้าในอาชีพไม่ไปไหน ตำรวจหนุ่มครุ่นคิดถึงคำพูดของผู้กำกับการที่เคยบอกว่าเขาไม่เหมาะกับการเป็นตำรวจอีกครั้ง หรือเขาจะไม่เหมาะจริง ๆ

ตำรวจหนุ่มกลับไปหาผู้กำกับการอีกครั้ง ทราบมาว่าพันตำรวจเอกลาออกจากตำแหน่ง เขาค้นหาไปเจอตัวที่บ้านจนพบ อดีตผู้บังคับบัญชานั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ในตัวบ้าน บุหรี่ลามเลียบนที่เขี่ยควันลอยฟุ้ง ไม่ทันเงยหน้าจากหนังสือ เขาก็พูดกับตำรวจหนุ่มว่า “คุณจะมาถามคำตอบผมอีกครั้งใช่ไหม”



สารวัตรสะท้าน ก่อนพยักหน้า “คุณทำผลงานได้ดีใช่ไหม ไปอยู่ต่างจังหวัด” สารวัตรพยักหน้า

“แล้วคุณได้ดิบได้ดีไปไหนหรือเปล่าล่ะ” คำพูดเหมือนตีแสกกระแทกใจลงตรงสารวัตร “ผมเห็นคุณ ก็เหมือนเห็นตัวเอง คำพูดเดียวที่ผมจะพูดกับตัวเองในอดีตได้ก็คือ ผมไม่เหมาะเป็นตำรวจ แต่มันเป็นไปไม่ได้ ผมจึงพยายามบอกคุณ”

ตำรวจหนุ่มพยักหน้า เดินตรงไปหา “เพราะพี่ไม่เปลี่ยนตัวเอง ถ้าเดินเข้าชนกับกำแพง กำแพงก็ต้องชนะ แต่ถ้าถอยกลับมา ทบทวนตัวเอง ยังไงเราก็ต้องเห็นทาง” อดีตผู้บังคับบัญชามองหน้าตำรวจหนุ่ม

“ผมเดินชนกำแพงมาหลายปี ในที่สุดผมก็รู้ว่าอย่าทำ ตอนถอยออกมา หาทางใหม่ ตอนนี้ผมทำสำเร็จแล้ว และกำลังจะกลับมานครบาลอีกครั้ง ตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวน รออีกไม่กี่ปี ถ้าผมได้ขึ้นตำแหน่งผู้กำกับการเมื่อไหร่ ผมจะเลือกลงโรงพักที่พี่เคยอยู่” ตำรวจหนุ่มจ้องตาอีกฝ่าย

“พี่ต่างหากที่ไม่เหมาะกับการเป็นตำรวจ” เขาพูดแล้วเดินจากไป ผู้อาวุโสกว่าพยายามถามไล่หลัง 

แต่ไม่มีคำตอบใด หลุดจากตำรวจหนุ่มคนนี้แม้แต่คำเดียว.
................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 274