อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 31 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 31 มีนาคม 2563

"เติมยิ้มให้ชีวิต" พื้นที่บางกะเจ้า สำเร็จได้ดีด้วยวิธี "ประสานพลัง"

เริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ วิตกกังวลว่าจะสำเร็จไหม? ...เป็นคำกล่าวของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงาน พัฒนา “พื้นที่คุ้งบางกะเจ้า” สู่ความยั่งยืน ภายใต้ โครงการ OUR KHUNG BANGKACHAO ในโอกาสแถลงผลงานครบ 1 ปี อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.30 น.

ปีแรกนั้น ผมสารภาพว่า... เริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ วิตกกังวลว่าจะสำเร็จไหม? แต่พอถึงวันนี้ผมไม่มีความรู้สึกนั้นอีกต่อไปแล้ว ...เป็นคำกล่าวของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงาน พัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน ภายใต้ โครงการ OUR KHUNG BANGKACHAO ในโอกาสแถลงผลงานครบ 1 ปีการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุ้งบางกะเจ้า ซึ่งจัดขึ้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่มีหน่วยงานราชการ ภาคประชาชน รวมถึงภาคเอกชน องค์กรชั้นนำอย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมใจกันขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งวันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” มีเรื่องราวมานำเสนอ...

e e e e
        
ในช่วงต้นของงานวันนั้นได้มีพิธีส่งมอบ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง โดยมี ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เป็นผู้ส่งมอบให้กับ จีระศักดิ์ ชูความดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งสวนแห่งนี้เป็นโครงการที่ทาง ปตท. กรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมมือกันพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวบริเวณนี้ ภายใต้แนวยุทธศาสตร์การพัฒนาของ มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จและได้ส่งมอบคืนให้กรมป่าไม้เพื่อดูแลให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและสถานที่พักผ่อนในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าต่อไป และกับกิจกรรมในวันงานนั้นก็ยังมีการเสวนา “1 ปี แห่งการขับเคลื่อนงาน และก้าวต่อไปของโครงการ OUR KHUNG BANGKACHAO” เพื่อบอกเล่าผลการดำเนินงานในรอบปี 2562 ที่ผ่านมา พร้อมยังเผยถึง แผนพัฒนาคุ้งบางกะเจ้า ปี 2563 ว่าจะมีทิศทางในเรื่องนี้ต่อไปเช่นไร??...



เริ่มที่ ดวงพร เที่ยงวัฒนธรรม ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียว ที่บอกเล่าว่าในส่วนของการขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่สีเขียว คุ้งบางกะเจ้านั้น มี ปตท. เป็นประธานคณะทำงานด้านนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากคณะทำงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนการทำงาน ซึ่งใน 1 ปีที่ผ่านมาทางคณะทำงานด้านนี้ได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวคุ้งบางกะเจ้าบนพื้นที่ราชพัสดุในระยะแรกไปแล้ว 107 แปลงจำนวน 400 ไร่ โดยมีการปลูกไม้ป่า ไม้ผล ไม้เศรษฐกิจระยะสั้น ไปกว่า 13,000 ต้น ซึ่งในอีก 15 ปีข้างหน้า ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยดักจับฝุ่นและมลพิษทางอากาศได้มากกว่า 19,000 กิโลกรัมต่อปี และยังจะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงกว่า 23,000 ตันคาร์บอนต่อปี นี่ยังไม่นับรวมการที่ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยปล่อยออกซิเจนให้เพียงพอต่อความต้องการมนุษย์ได้มากถึง 27,000 คนต่อปี
        
เป้าหมายต่อไปในปี 2563 ตั้งใจจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในแปลงราชพัสดุอีก 300 ไร่ และในพื้นที่เกษตรส่วนบุคคลอีก 300 ไร่ รวม 600 ไร่ เพื่อเพิ่มต้นไม้ให้คุ้งบางกะเจ้ามากขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนที่ทำสำเร็จแล้ว ก็ไม่ทิ้ง แต่ยังมีคณะทำงานคอยติดตามบำรุงรักษาพื้นที่ 400 ไร่ที่ดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง โดยภายใน 5 ปีจะต้องรักษาและพัฒนาให้คุ้งบางกะเจ้ามีพื้นที่สีเขียวให้ได้ครบ 6,000 ไร่ เพื่อให้เป็นต้นแบบการจัดการพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตลอดไปดวงพร ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียว ระบุ
        
ขณะที่การพัฒนาส่งเสริมอาชีพนั้น เรื่องนี้ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมอาชีพ เล่าบนเวทีว่า สำหรับด้านนี้ทางบริษัทกลุ่มเซ็นทรัลรับหน้าที่ในภารกิจดังกล่าว โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงาน คือ เพื่อมุ่งส่งเสริมการกระจายรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงต่อยอดการท่องเที่ยว และพัฒนาคุณภาพสินค้าพื้นถิ่น ภายใต้ อัตลักษณ์ของคนคุ้งบางกะเจ้า โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน  ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาโครงการตลาดเกษตรสีเขียวคุ้งบางกะเจ้า รวมไปถึงยังได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดให้ได้มีโอกาสออกไปอวดสายตาสู่สังคมภายนอก ผ่านการประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสำคัญต่าง ๆได้แก่ งานเปิด วิถีชุมชนคนคุ้งบางกะเจ้า และงาน Taste of Our Khung BangKachao เป็นต้น เพื่อให้คนภายนอกได้รู้จัก ของดี ของพื้นที่นี้เพิ่มขึ้น


        
อย่างงานประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่ผ่านมา ก็นำของดีของชุมชนในพื้นที่ไปออกร้านและสาธิต ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้มาเข้าร่วมงาน นอกเหนือจากการนำของดีชุมชนไปออกงานในกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่รวมแล้วมากกว่า 1.5 ล้านบาท  สุพัตรา ประธานคณะทำงานด้านนี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
        
สำหรับในมิติด้านการท่องเที่ยวนั้น เรื่องนี้ ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ประธานคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บอกว่า ภารกิจนี้มี องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เป็นคณะทำงานฯ ซึ่งปี 2562 ได้เข้าไปส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงพัฒนากิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างตำบล จำนวน 2 เส้นทาง กับเปิดตัว 6 เส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชนของแต่ละตำบลให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเรียนรู้มุมมอง
ใหม่ ๆ ของคุ้งบางกะเจ้า ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมให้กับพื้นที่ ขณะที่ กมลนัย ชัยเฉนียน ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรมที่มีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบภารกิจด้านนี้ ได้เล่าว่าปีที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ นอกจากนั้นยังจัดทำโครงการ “ตะโกน โยน ยื่น” ป้องกันการจมน้ำของเด็ก ๆ ในบางกะเจ้า       
        
ด้าน ณัฐนันท์ ศิริรักษ์ ประธานคณะทำงานด้านการจัดการขยะ โดยมี พีทีที โกลบอล เคมิคอล เป็นผู้รับผิดชอบ ก็บอกว่า ปีที่ผ่านมาทางคณะทำงานได้พัฒนาจุดรวบรวมขยะขึ้นที่วัดจากแดง ซึ่งสามารถรวบรวมจัดเก็บขยะรีไซเคิลได้มากกว่า 54 ตัน และนอกจากนี้ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากขยะรีไซเคิลขึ้นมาจากขยะที่รวบรวมได้ จำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เข้าชุมชนคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,028,700 บาท ซึ่งปี 2563 มีเป้าหมายที่จะพัฒนาจุดรวบรวมและจัดการขยะอินทรีย์ กับขยะรีไซเคิล ให้ได้มากขึ้น รวมถึงจะจัดตั้ง Zero Waste Hub และจะต่อยอดโมเดลการจัดการขยะอินทรีย์จากโครงการ Waste Runner เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการขยะต่อไป ขณะที่ในด้านการจัดการน้ำและการกัดเซาะริมตลิ่ง ที่ทาง มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานฯ ดำเนินการนั้น ก็มีความสำคัญ โดยในปี 2562 ได้มีการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและคุณภาพน้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เก็บกักน้ำในพื้นที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ และเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับการพัฒนาพื้นที่สวนเกษตรผสมผสานแบบร่องสวน ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำริการเกษตรอย่างยั่งยืน
        
...นี่เป็น ความคืบหน้าในการพัฒนาของโครงการดังกล่าวในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่นี้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และไม่เพียงพื้นที่จะได้รับการพัฒนาเท่านั้น แต่กับ วิถีชีวิตคนบางกะเจ้าก็มีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน...
        
เกี่ยวกับเรื่องนี้ สมาน เสถียรบุตร ปราชญ์ชุมชน และตัวแทนกลุ่มรักษ์คุ้งบางกะเจ้า บอกกับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า ระยะเวลาหลายปีมานี้ชื่อของคุ้งบางกะเจ้าเป็นที่รับรู้มากขึ้น ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศของพื้นที่มีความคึกคัก และก่อให้เกิดรายได้สู่ชุมชนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในด้านการพัฒนาก็จำเป็นจะต้องทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ด้วย ทั้งเรื่องการดูแลรักษาต้นไม้ให้คงความเป็นพื้นที่สีเขียวต่อไป รวมถึงการส่งเสริมการรักษา อัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวิถีชุมชน อาทิ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านหลายคนมีการรื้อฟื้นไม้ผลท้องถิ่นให้กลับคืนมากันเพิ่มขึ้น อย่างเช่น ชมพู่ม่าเหมี่ยว มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าวน้ำหอม ส้มเทพรส เป็นต้น อย่างไรก็ดี การที่ชุมชนลุกขึ้นมาขับเคลื่อนเรื่องนี้นั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว และยิ่งมีหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชนมาช่วยกันขับเคลื่อนเพิ่มอีก นี่ก็ยิ่งดี เพราะยิ่งทำให้การขับเคลื่อนมีพลังมากยิ่งขึ้นนั่นเองยิ่งช่วยกันทำ ช่วยกันเดินแบบนี้ ก็ย่อมดีกว่าที่จะเดินเองคนเดียวปราชญ์ชุมชนคนเดิมย้ำ
        
สำหรับ 1 ปีที่ผ่านมา โครงการมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเพราะการทำงานแบบสานพลัง ร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน นอกจากนั้นยังมีคณะทำงานด้านอำนวยการและสื่อสาร ที่เชื่อมประสานทุกคณะ ทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างกันเป็นการระบุจาก ดร.สุเมธ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ที่สะท้อนถึงภาพรวมการขับเคลื่อนและความสำเร็จที่เกิดขึ้นของคณะทำงาน ในการพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน ทั้งนี้ ทาง ดร.สุเมธ ยังได้กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ จากความเจริญทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจที่ขาดการดูแลสิ่งแวดล้อม ทำให้เราเห็นผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้นตามไปด้วย เช่น เกิดมลพิษทางอากาศ เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา นอกจากคณะทำงานฯ ได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่คุ้งบางกะเจ้าในระยะแรกตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว ก็ยังมีการสร้างความเจริญเติบโตเพื่อผลทางด้านเศรษฐกิจและสังคมแก่ชาวคุ้งบางกะเจ้าอีกด้วย รวมถึงได้มีการพัฒนากลุ่มเยาวชนให้เรียนรู้และเข้าใจงานด้านต่าง ๆ ของโครงการ ซึ่งผลการทำงานที่ผ่านมานี้นับเป็นก้าวแรกของการพัฒนาที่มีความคืบหน้าต่อเนื่อง
        
ปี 2563 นี้ เราก็ยังคงเดินหน้าทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ภายใน 5 ปี คือตั้งแต่ปี 2562-2566 ทั้งนี้  เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ (Green Growth) เพื่อให้คุ้งบางกะเจ้าคงความเป็นอัตลักษณ์เอาไว้ให้ได้ รวมถึงเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญของประเทศไทย ที่คนคุ้งบางกะเจ้าต้องภาคภูมิใจ คนไทยและชาวโลกก็ต้องชื่นชมดร.สุเมธ เลขาธิการมูลนิชัยพัฒนา และประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน กล่าวย้ำเรื่องนี้
                       
e e e e
        
...นี่เป็น ความเปลี่ยนแปลงที่ดี ที่เกิดกับ คุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังมี กลุ่มคนใจดี เข้าสนับสนุน
ส่งเสริมให้พื้นที่ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็น ต้นแบบการพัฒนาเมือง-พัฒนาคน...
        
ให้กับอีกหลาย ๆ พื้นที่ของไทย.


‘บางกะเจ้าของเรา’

พื้นที่คุ้งบางกะเจ้าเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนที่สำคัญของประเทศไทย แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพื้นที่นี้ก็กำลังประสบปัญหาจากการขยายตัวของการพัฒนาเมือง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ โครงการ OUR KHUNG BANGKACHAO เกิดขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาร่วมกันทำงานแบบบูรณาการกับชุมชนในพื้นที่ ด้วยการ น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชา แห่งในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหลักในการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน  โดยความสำคัญของพื้นที่นี้ ทาง ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ผู้บริหารระดับสูง ปตท. เล่าว่า ปตท. เข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนบางกะเจ้าตั้งแต่ช่วงแรก ๆ เพราะเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่นี้...


        
ไม่เพียงสำคัญในฐานะปอดของคนกรุงเทพฯ และประเทศไทย แต่ผู้คนและชุมชนที่นี่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยวิถีที่มีคุณค่า ซึ่งควรได้รับการอนุรักษ์สืบสานให้คงอยู่ต่อไป ปตท. จึงได้เข้ามาร่วมทำงานในโครงการฯ โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์
และพัฒนาให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์...
        
ไปพร้อม ๆ กับพัฒนาชีวิตคนคุ้งบางกะเจ้าให้ดียิ่งขึ้น”.

.........................................................
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ : รายงาน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%