อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

"ชนชั้นปรสิต" ออสการ์ กับความเหลื่อมล้ำบ้านเรา

สัปดาห์นี้พูดถึงการประกาศผลออสการ์ ที่สร้างความเซอร์ไพรส์เห็นจะเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์ปีนี้ หนังเกาหลี parasite ชนชั้นปรสิต ชนะเลิศรางวัลออสการ์ พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.00 น.


เพิ่งประกาศผลออสการ์กันไปสดๆ ร้อนๆ กลายเป็นที่เซอร์ไพรส์ไปพอสมควร เพราะหนังตัวเต็งที่ได้ลูกโลกทองคำภาพยนตร์ยอดเยี่ยมคือหนังสงครามโลก 1917 ของผู้กำกับแซม แมนเดส ที่เล่าเรื่องการทำงานของทหารสื่อสารแบบ real time ก็ได้พวกสาขาเทคนิคพิเศษอะไรไป แต่พอประกาศภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์ปีนี้ ตะลึงกันไปหมดเพราะหนังเกาหลี parasite ชนชั้นปรสิต ชนะเลิศรางวัลออสการ์

แถมเกือบได้ “แกรนด์แสลม” (คือได้ครบ 5 รางวัลหลัก ภาพยนตร์ บท ผู้กำกับ นำชาย นำหญิง ยอดเยี่ยม ) parasite ขาดแค่รางวัลด้านการแสดงเท่านั้น นอกนั้นกวาดหมด แถมรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมอีกรางวัล ก่อนหน้านี้ parasite ก็เคยสร้างชื่อเสียงทั่วโลกมาก่อนโดยการคว้ารางวัลปาล์มทองจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ซึ่งเป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่คว้ารางวัลนี้มาได้ แต่หนังเกาหลีก็โด่งดังในเวทีเมืองคานส์มาหลายรอบ

อย่างเช่นหนังเรื่อง old boy ของผู้กำกับพักชานวุค ก็ได้รางวัล grand prix หรือรางวัลชนะลำดับสองในเวทีปาล์มทอง หรือย้อนไปปี 2002 ผู้กำกับอิมควอนเต็ก ก็เคยได้ผู้กำกับยอดเยี่ยมปาล์มทองจากเรื่อง painted fire เป็นเรื่องจิตรกรชื่อดัง ซึ่งเป็นหนังที่ว่ากันว่าถ่ายเกาหลีย้อนยุคได้สวยที่สุดเรื่องหนึ่ง หรือในสายนักแสดง นางเอกจอนโดยอน ก็เคยได้นำหญิงยอดเยี่ยมเมืองปาล์มทองจากภาพยนตร์เรื่อง secret sunshine ของผู้กำกับอีชางดอง



เป็นประวัติศาสตร์ที่ออสการ์ได้หนังที่ไม่พูดภาษาอังกฤษเรื่องแรก แถมเป็นหนังเอเชีย ชนะเวทีที่เป็น “หนังพาณิชย์แบบอเมริกันจ๋า” ซึ่งเอาจริงปีก่อนเขาก็เก็งกันว่า Roma ของผู้กำกับอัลฟองโซ ควาโรน มีโอกาสที่จะชนะภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเหมือนกัน Roma เป็นคำย้อนกลับของคำว่า amor แปลว่าความรัก ซึ่งควาโรนคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ไป แต่หนังยอดเยี่ยมได้ green book ที่พูดถึงเรื่องปัญหาสีผิว อเมริกันชนคงจะอินมากกว่า

ฟังมาจากนักดูหนังหลายๆ คนเขามองว่า roma นี่ยากจะถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เพราะเรื่องมันดูเป็น “หนังส่วนตัว” มากไป เหมือนกับควาโรนต้องการสร้างเพื่อแสดงความนับถือแก่พี่เลี้ยงสู้ชีวิต แต่สำหรับ parasite เองนั้นมันมีความเป็นหนังพาณิชย์สากลมากกว่า มีความตลกร้ายและเสียดสีในสิ่งที่โดนใจหลายๆ คน คือเรื่องความเหลื่อมล้ำ ทุนนิยม คนรวยคืออภิสิทธิ์ชน คนจนพยายามหาช่องทางให้มีชีวิตแบบนั้นบ้าง ซึ่งมันสอดคล้องกับโลกทุนนิยมปัจจุบัน

เรื่องความเหลื่อมล้ำนี้เป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากในหลายประเทศ ประเทศไทยเองก็เถอะถูกจัดเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงอันดับต้นๆ ของโลก เพราะธุรกิจหรือทุนขนาดใหญ่ผูกขาดอยู่กับนายทุนไม่กี่เจ้า การกระจายทรัพยากรไม่เป็นธรรม แถมถ้านายทุนเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนของฝั่งการเมืองเข้า ก็มีโอกาสที่จะได้รับการเอื้อประโยชน์จากนโยบายรัฐเข้าไปอีก แล้วก็รวยเอาๆ ช่องว่างระหว่างฐานะคนมันยิ่งกว้างขึ้น

ใครมาเป็นรัฐบาลก็พูดถึงเรื่องการแก้ความเหลื่อมล้ำ การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม แต่เห็นไม่ค่อยจะทำสำเร็จเท่าไร บางทีก็ใช้วิธีง่ายๆ เช่น ใส่สวัสดิการอะไรเพิ่มเติมเข้าไปในหมู่ชนชั้นกลางถึงชนชั้นล่าง แต่มันก็เป็นแค่ลักษณะ “เงินอุดหนุน”ไม่ใช่การกระจายต้นทุน หรือให้อำนาจในการผลิต เช่นกรณีน้ำเมาที่สร้างรายได้มหาศาล แต่ไม่อนุญาตให้ผลิตคราฟต์เบียร์โดยใช้ข้ออ้างเพื่อการคุมคุณภาพและมิติทางศีลธรรม

ใครอยากรวยในยุคนี้ก็ต้องใช้หัวคิดเยอะหน่อย โดยการทำตัวเป็นสตาร์ทอัพธุรกิจใหม่ๆ แต่พอเกิดดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมานายทุนก็เข้าไปเทคโอเวอร์ได้อีกล่ะ อย่างเช่นที่เฟซบุ๊กเทคโอเวอร์อินสตาแกรมได้ หรือให้เปรี้ยวเข็ดฟันกว่านั้นคือ สตาร์ทอัพไหนดังขึ้นมา สักพักนายทุนใหญ่ก็ทำแข่งบ้าง อัดโฆษณาประชาสัมพันธ์ลดแลกแจกแถมเข้าไป สตาร์ทอัพที่เคยเฟื่องฟูก็พับเสื่อกลับบ้านเอาได้ง่ายๆ เพราะสู้ไม่ไหวแล้วจ้า



จะว่าไป ความเหลื่อมล้ำมันมีทั้งเรื่องของทุน เรื่องของอำนาจ ไม่รู้ทำไมที่อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำทางอำนาจขึ้นมาจากข่าวเหตุการณ์สะเทือนขวัญแห่งปี คือข่าวกราดยิงที่ห้างเทอร์มินัล 21 โคราช มองว่านั่นคือเรื่องความเหลื่อมล้ำทางอำนาจอย่างหนึ่ง ที่ผู้ใหญ่สามารถเอาเปรียบผู้น้อยได้ แถมเมื่อผู้น้อยมีปัญหาขึ้นมาก็ใช้อำนาจในการ “ปิดปาก” ได้ง่ายๆ จนผู้น้อยเกิดความคับแค้นใจและกลายเป็นลุกขึ้นมาแก้แค้นไปถึงขั้นต่อต้านสังคม

หลายคนที่ติดตามข่าวนี้คงจะทราบเหตุอยู่แล้วว่ามันเกี่ยวกับการทำธุรกิจของแม่ยายนายทหารระดับนายพัน ให้ผู้มีอำนาจเซ็นให้ผู้น้อยกู้เงินซื้อบ้านสวัสดิการได้ แต่ไม่รู้ว่ามีการ “อมส่วนต่าง”กันอย่างไร คือกู้ได้เงินจำนวนหนึ่ง แต่ค่าบ้านราคาหนึ่ง เพราะคนที่มีปัญหาก็ทั้งถูกยิง ทั้งถูกวิสามัญฆาตกรรมไปแล้วไม่สามารถเล่าความจริงได้ทั้งหมด แต่เรื่องนี้กลายเป็นตัวจุดชนวนใหญ่ที่ตบหน้ากองทัพบก หลังจากได้รับการประเมินว่าเป็นหน่วยงานโปร่งใส

มีนายทหารออกมาแฉผ่านสื่อโซเชี่ยลต่างๆ หรือเป็นรายงานข่าวว่า “มันไม่ใช่มีกรณีนี้เกิดขึ้นที่โคราชที่เดียว” และยังมีปัญหาอะไรซุกอยู่ใต้พรมกองทัพอีกเยอะ อาทิเช่น การโกงเบี้ยเลี้ยงลูกน้อง ถ้าโวยวายขึ้นมาก็หาเรื่องให้ผิดวินัยสั่งขังหรือตัดเบี้ยเลี้ยง มีเสียงเล่าลือกระทั่งว่า ทหารเกณฑ์นี่ถ้าช่วงพ้นการฝึก อยากให้ชื่อไปอยู่บ้านนายแต่ตัวไม่อยู่ก็ทำได้ เพียงแค่เซ็นรับเงินเดือนแต่ต้องยกเงินเดือนให้ฝ่ายนาย



ลามไปถึงปัญหาที่ว่า ทหารที่เกษียณอายุระดับนายพลแล้วก็ยังอาศัยบ้านหลวงอยู่ ซึ่งเรื่องนี้รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อย่าง พล.ท.พงศกร รอดชมพู ก็หน้าม้านไปพอสมควรเหมือนกันที่เป็นผู้เสนอเรื่องการปฏิรูปทหาร แต่สุดท้ายก็มีข่าวว่า “ตัวเองก็ยังอาศัยบ้านหลวงอยู่” ทั้งที่เกษียณไปแล้ว ตอนนี้ทหารยิ่งถูกจับตาหนัก อื้ออึงกันไปถึงขั้นว่า “นี่สินะเหตุที่ยกเลิกทหารเกณฑ์ไม่ได้ เพราะผลประโยชน์มันมีอยู่ ทั้งอมเงิน ทั้งให้นายเอาไปใช้”



หลายคนอยากให้ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ลาออก แสดงสปิริตจากเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้น แต่นี่ไม่อยากให้ลาออก เพราะ “บิ๊กแดง” บอกว่า มีความตั้งใจที่จะปฏิรูปกองทัพ ก็เลยอยากเห็นเรื่องการสะสางปัญหาที่ตอนนี้กระหน่ำร้องเรียนเข้ามาว่าจะทำอะไรแค่ไหน แต่น่าขำเรื่องการเปิดศูนย์ให้แจ้งเรื่องร้องเรียน เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะรับประกันให้ได้ว่า นายทหารชั้นผู้น้อยที่ร้องเรียนเข้ามานั้นปลอดภัยจากการถูกนายแกล้งแน่นอน

ส่วน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็คงอ่วมไปพอสมควรอีกเหมือนกัน เหตุการณ์ความไม่น่าจะชอบธรรมในกองทัพที่เกิดขึ้น คิดว่าตอนนี้ฝ่ายค้านคงวิ่งหาข้อมูลกันขาขวิดแล้วก่อนจะเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจในปลายเดือน ก.พ.นี้เริ่มวันที่ 24 ก.พ. หัวหน้าพรรคทุกพรรครุมกินโต๊ะนายกฯ และเรื่องทหารนี้ก็ “เป็นแผลสด” ที่ย้ำแล้วย้ำอีกได้ ในฐานะ รมว.กลาโหม ปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังมาได้อย่างไร



ทางแก้ที่พอนึกออกคือ การตรวจสอบทหารต้องให้หน่วยงานอื่นดู หรือภาคประชาชนภาคการเมืองได้เห็นผลการทำงาน อย่าทำเป็นแดนสนธยาที่ทำอะไรปิดกันภายในโดยอ้างการรักษาเกียรติ.
..........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”  


ขอบคุณภาพจาก : Parasite , อาคารสงเคราะห์กองทัพบกส่วนกลาง เกียกกาย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    91%
  • ไม่เห็นด้วย
    9%

บอกต่อ : 190