อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

เตรียมตัว!!..โกลาหล ปฎิรูปเส้นทางรถเมล์ 148 สาย

รถไฟฟ้าเป็นระบบขนส่งมวลชนหลักที่รองรับการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ด้วยปริมาณผู้โดยสารทั้งระบบที่เปิดบริการในปัจจุบันรวมกันกว่า 1.3ล้านคนต่อวัน แต่รถโดยสารประจำทาง(รถเมล์) ก็ยังครองใจประชาชนที่ใช้รถเมล์วันละกว่า5 แสนคนหรือกว่าล้านเที่ยวต่อวัน อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.รัฐวิสาหกิจในฐานะผู้ประกอบการเดินรถเมล์รายใหญ่ที่มีเส้นทาง เดินรถ129เส้นทาง จำนวนรถกว่า 3 พันคัน ต้องแบกรับหนี้สินกว่าแสนล้านบาท โดย80% ของหนี้สินมาจากการเก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุน ต้องจัดทำแผนฟื้นฟูองค์การเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชนควบคู่กันไป

แผนฟื้นฟู ขสมก. เคยผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) สมัยรัฐบาลคสช. แต่พอมารัฐบาลนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. คมนาคม สั่งการให้ขสมก.รื้อแผนฟื้นฟูใหม่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อยู่ระหว่างการพิจารณา จากนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ขสมก.กระทรวงคมนาคมและครม.อีกรอบ

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการขสมก.ให้รายละเอียดความก้าวหน้าของการปรับปรุงแผนฟื้นฟูที่ต้องจัดเช่ารถโดย สารประจำทางปรับอากาศ (รถเมล์) ใหม่ 2,511คัน แทนการจัดซื้อเพื่อลดงบประมาณและปรับโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ทั้งหมด โดยจัดเก็บในอัตรา30บาทซึ่งประชาชนสามารถใช้บริการได้ทั้งวันโดยไม่จำกัดเส้นทาง



และที่สร้างความฮือฮาคือ ในแผนฟื้นฟูฉบับใหม่ผอ.ขสมก.ระบุว่าจะมีการปรับเส้นทางรถเมล์ใหม่ทั้งหมด โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้นำผลศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ซึ่งได้ศึกษาเส้นทางเดินรถมาหารือจนได้ข้อสรุป เบื้องต้นจะจัดสรรเส้นทางเดินรถให้ขสมก. 108 เส้นทางจากที่ ขสมก.มีเส้นทางเดินรถ 117 เส้นทาง และอีก 40เส้นทางจัดสรรให้รถร่วมบริการรวมแล้วต้องปรับเส้นทางเดินรถใหม่148 เส้นทาง

ผอ.ขสมก. ระบุด้วยว่า ทีดีอาร์ไอ ส่งผลศึกษาวิธีการกำหนดสายรถเมล์ให้ ขบ. พิจารณาแล้ว เตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางต่อไป เบื้องต้นจะแบ่งพื้นที่โดยรอบเป็น 9โซนโดยคำนึงถึงลักษณะพื้นที่เดินรถในกรุงเทพฯ ที่จะต้องไปเชื่อมต่อกับระบบขนส่งหลักของเมืองในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นระบบรถไฟฟ้า หรือการเดินรถเมล์เป็นฟีดเดอร์ให้รถไฟฟ้า รวมทั้งเดินรถแบบวงกลม และ เดินรถบนทางด่วนด้วย
เมื่อได้ข้อสรุปเรื่องเส้นทางแล้วจะทำให้ ขสมก.มาพิจารณาจำนวนรถและระยะทางเดินรถต่อวันที่แน่นอน เพื่อนำไปดำเนินการจัดทำรายละเอียดในการจัดเช่ารถต่อไป

ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ทีดีอาร์ไอได้สรุปผลศึกษาเรื่องการกำหนดหมายเลขสายรถให้ ขบ. แล้ว รอให้ ขบ. นำเส้นทางใหม่เสนอที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนกฎหมาย สำหรับการกำหนดหมายเลขสายรถเมล์แบ่งออกเป็น 9โซน ใช้สายรถเมล์เป็นเลข 3 หลักโดยเลขตัวหน้าจะเป็นตัวระบุถึงโซนรถ มี 1-9เช่น รถเมล์ สาย 101หมายถึงรถที่วิ่งในโซน 1 เป็นต้น



การแบ่งโซนเป็นการคำนึงถึงลักษณะกายภาพของพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งการแบ่งส่วนการปกครองแต่ละเขตในพื้น กรุงเทพฯ เช่น การใช้แนวแบ่งตามแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ละฝั่ง แต่ละเขต และใช้จุดตัดของระบบขนส่งหลักคือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(หัวลำโพง-บางซื่อ) ซึ่งอยู่ในแนววงแหวนรัชดาภิเษกเป็นเกณฑ์การพัฒนาจุดเชื่อมต่อ ทั้ง 9 โซน

“มั่นใจว่าการจัดเลขสายรถเมล์เป็นเลข 3 หลักเมื่อนำมาใช้ในระยะหนึ่งประชาชนจะไม่สับสนต่างจากในอดีตที่มีการทดลองเดินรถโดยใช้เลขสายรถเมล์ที่มีพยัญชนะภาษาอังกฤษประกอบ ซึ่งทำให้ประชาชนผู้ใช้วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก” นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ ในฐานะที่ปรึกษาการปรับเส้นทางรถเมล์ย้ำ

หากยังจำกันได้ เมื่อ 3 ปีก่อน (ปี 60 ) ขบ. เคยว่าจ้างทีดีอาร์ไอเป็นที่ปรึกษาโครงการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ตามแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 269 เส้นทาง และทดลองเดินรถเมล์ในเส้นทางปฎิรูปนำร่อง 8 สาย เมื่อวันที่ 15 ส.ค. – 15 ก.ย. 60 ด้วยการแบ่งเขตเดินรถใหม่เป็น 4 โซน จากเดิมมี 8 เขตเดินรถ กำหนดสายรถเมล์ใหม่หมด ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสัญลักษณ์โซนสี เช่น สายG59E (มีนบุรี-ท่าเรือสี่พระยา(ทางด่วน) (เทียบเคียงสายเดิม 514(มีนบุรี-รัชดา) Gมาจากโซนสีเขียว Green และE คือExpressway วิ่งบนทางด่วน

โดยให้เหตุผลว่าปรับเส้นทางเพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าหลากสีครบ10สาย ในปี 65-68 ไม่ให้เส้นทางซ้อนทับกับรถไฟฟ้าและเชื่อมต่อการเดินทางโหมดอื่นๆ เพราะไม่ได้ปรับเส้นทางรถเมล์มานาน การเดินรถไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป บางเส้นทางวิ่งยาวเกินไปแข่งกับรถไฟฟ้า ทำให้ขสมก.ขาดทุน

อย่างไรก็ตามผลการทดลองไม่ประสบผลสำเร็จเพราะประชาชนสับสนไม่คุ้นชินกับสายรถเมล์ใหม่ ขึ้นรถผิดสายผู้โดยสารจำนวนไม่น้องยังต้องการนั่งรถเมล์ทางไกลต่อเดียว ไม่ต้องการต่อรถไฟฟ้าเสียค่าใช้จ่ายแพง เกิดความโกลาหลอย่างมาก อีกทั้งรายได้ขสมก.ก็ลดน้อยลง ขณะนั้นกระทรวงคมนาคมถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าควรจะนำเวลาที่จะปฎิรูปเส้นทางรถเมล์ไปพัฒนาการให้บริการรถเมล์ด้านอื่นๆจะดีกว่ามั้ย?? จนต้องยกเลิกการปฎิรูปในครั้งนั้น

ปี2020 ความโกลาหลกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง
................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 78