อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

สูงวัยกลุ่มเสี่ยงอาการหนัก ติดไวรัสโคโรนาตายสูงสุด

สัปดาห์นี้คุณยาย OK พาไปรู้จัก “ไวรัสโคโรนา” ระบาดหนักทั่วโลก แพทย์เผยผู้ติดเชื้อมากกว่าโรคซาร์สแล้ว ชี้กลุ่มเสียงเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ระบุเด็กจนถึงวัยกลางคนอาการมักไม่รุนแรง จันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.00 น.


คุณยาย OK ขอปรบมือให้กับความสำเร็จของทีมแพทย์ไทย เรียกว่าเป็นความสำเร็จระดับโลก หลังรพ.ราชวิถี คิดสูตรยาโดยใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวี ซึ่งเป็นสูตรผสม ร่วมกับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ รักษาผู้ป่วยหญิงชาวจีนให้หายภายใน 48 ชม. หลังติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 มาแล้ว 10 วัน สร้างกระแสชื่นชมให้กับแพทย์ไทยเป็นอย่างมาก

แต่สถานการณ์ทั่วโลกก็ยังไม่น่าไว้ใจ เพราะจำนวนผู้เสียชีวิตรายงานจาก thewuhanvirus.com พบแล้ว 305 คน และมีผู้ป่วยติดเชื้อใน 27 ประเทศ จำนวน 14,640 คน ส่วนข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 19 คน ขณะนี้นอนโรงพยาบาล 11 คน กลับบ้านแล้ว 8 คน



ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก @Yong Poovorawan ระบุว่า โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เชื่อว่าไม่รุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับโรคซาร์ส (SARS) และโรคเมอร์ส (MERS) แต่จะระบาดไปได้กว้าง และต้องยอมรับว่าการป้องกันการแพร่ระบาดจะทำได้ยากกว่า ในการระบาดเพียง 2 เดือน จำนวนผู้ป่วยที่รายงานยืนยันการตรวจเชื้อก็มากกว่าโรคซาร์สไปไกลแล้ว

ทั้งนี้โรคปอดอักเสบอู่ฮั่น เป็นไวรัสตัวใหม่ ไม่เคยพบในมนุษย์มาก่อน เมื่อเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทำให้ขาดองค์ความรู้ของโรค ทุกคนจึงไม่มีภูมิต้านทานเดิมในการป้องกัน ดังนั้นมีสิทธิ์ติดเชื้อได้เท่ากัน แต่ความรุนแรงของโรคจะแตกต่างกันตามความแข็งแรงของแต่ละคน ซึ่งเด็กอายุน้อยและวัยรุ่นมักจะมีอาการน้อยกว่าผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่เสียชีวิตเกือบทั้งหมดมีอายุมากกว่า 65 ปี และประมาณครึ่งหนึ่งมีอายุมากกว่า 80 ปี โดยผู้ที่เสียชีวิตอายุสูงสุด 89 ปี มีจำนวน 2 คน

“จะเห็นว่าในเด็ก หรือวัยกลางคน อาการจะน้อย แทบจะไม่มีใครเสียชีวิตเลย...” ศ.นพ.ยง กล่าว

โดยทั่วไปการติดเชื้อในเด็กหรือผู้ที่มีอายุน้อย (ยกเว้นทารก) อาการจะน้อยกว่าในผู้ที่มีอายุมากหรือผู้สูงอายุ ในเด็กในบางรายอาจจะไม่มีไข้ อาจจะเป็นเพียงแค่เป็นหวัด หรืออาการทางเดินหายใจเล็กน้อยก็ได้ ดังนั้นการระบาดของโรคที่เกี่ยวกับไวรัส ผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลจะเป็นส่วนที่อยู่บนภูเขาน้ำแข็งที่เหนือน้ำเท่านั้น ส่วนที่อยู่ใต้น้ำที่ไม่มีอาการยังมีอีกมาก มาตรการในการค้นหาเฝ้าระวังจึงเป็นการยาก

ดังนั้นการแพร่กระจายของโรคปอดอักเสบอู่ฮั่นจึงค่อนข้างเร็ว เหมือนกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในอดีตเมื่อ 10 ปีก่อน จึงมีโอกาสที่จะระบาดครั้งใหญ่ได้ เพราะโรคนี้มีจำนวนมากที่อาการไม่รุนแรง และไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็น

...อาการของโรคเช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจ ถ้าไม่ตรวจทางห้องปฏิบัติการก็จะไม่รู้” ศ.นพ.ยง กล่าว



ศ.นพ.ยง บอกไว้ว่า ในมณฑลกวางตุ้งมีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปเมืองอู่ฮั่น แต่คนในครอบครัวเคยเดินทางไป จึงเป็นเหตุผลที่บ่งบอกได้ชัดว่าสามารถติดต่อจากคนสู่คน คงต้องรอองค์ความรู้ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับโรคนี้ เพื่อหามาตรการป้องกันและลดการระบาดของโรคลงได้

ถ้ามองในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของโรค ก็คงจะไม่เลวร้ายไปกว่า...การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในระยะแรกก็ตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน แต่หลังจากระบาดครั้งใหญ่ไวรัสดังกล่าวก็กลายเป็นไข้หวัดใหญ่ประจำถิ่นและตามฤดูกาลไปเรียบร้อยแล้ว คนส่วนใหญ่เคยเป็นและมีภูมิอยู่บ้างแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังตรวจพบและมีการระบาดเป็นหย่อม เช่น โรงเรียน พบการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ จนต้องปิดโรงเรียน 

อย่างไรก็ตาม โรคนี้ติดต่อทางฝอยละอองที่ผู้ป่วยไอและจามออกมา แล้วตกหล่นตามโต๊ะ เก้าอี้ พื้น หรือที่ต่าง ๆ เมื่อมือไปสัมผัสโดยไม่รู้ตัวและใช้ลูบหน้า ขยี้ตา จมูก ปาก ก็จะทำให้ติดเชื้อ แต่การเดินสวนกันไม่ทำให้ติด ยกเว้นไอหรือจามเกิดขึ้น ฝอยละอองจะกระเด็นมาถูกตัวเราได้ ดังนั้นการล้างมือจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ก่อนที่จะเลือกทานอาหารสุก สะอาด และไม่ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือใช้ช้อนกลางก็เป็นวิธีป้องกันการสัมผัสระหว่างคนสู่คนได้ อีกทั้งการปฏิบัติตัวให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันโรคได้.
...............................................
คอลัมน์ : แก่ไม่กลัว กลัวไม่แก่
โดย “คุณยาย OK”
ขอบคุณข้อมูล : @Yong Poovorawan

คลิกติดตามอ่านการดูแลผู้สูงวัยได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 64