อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563

ศิลปินข้างถนนผู้ยิ่งใหญ่ จากไม่เคยได้-กลายเป็นผู้ให้

มองโลกแง่บวกทุกเรื่อง “ต้น-ดัดลวด”ศิลปินข้างถนนผู้ยิ่งใหญ่ เผยชีวิตลำบากแทบไม่เคยได้รับ แต่กลับกลายมาเป็นผู้ให้จากน้ำพักน้ำแรงในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ขาย ทุ่มเทช่วยเหลือเด็ก-ผู้ยากไร้ด้วยจิตอาสามาเกือบ 20 ปี เสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00 น.


ถามว่าวัยอะไรเป็นวัยที่มีความสุขที่สุด...คำตอบคือวัยเด็ก ไม่เชื่อลองหลับตานึกภาพย้อนไปในอดีตดู มันคือเวลาแห่งความสนุกสนาน ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ชีวิตเพลิดเพลินไปกับการเล่นสนุก ความสุขที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอีกอย่างก็คือการได้ของขวัญหรือของเด็กเล่นในวันสำคัญ ๆ ต่าง ๆ แต่...ไม่ใช่เด็กทุกคนจะได้รับความสุขเหล่านี้ ปัจจัยภาวะความเป็นอยู่-ฐานะของครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งผลไปถึงความสุขว่าเขาจะได้รับหรือไม่ได้รับ

หากเกิดมาฐานะทางบ้านลำบากยากจนความสุขจากการได้(ของเล่น)มันเป็นเรื่องยากมาก ๆ เช่นเดียวกับฉลาด บุญชิด อายุ 36 ปี หรือต้น ศิลปินดัดลวด ชาว จ.ร้อยเอ็ด ชายผู้นี้ผ่านชีวิตที่ลำบากจนมันกลายเป็นความเคยชิน พร้อมกับเปลี่ยนเป็นพลังในการต่อสู้กับชีวิต จากเด็กที่ไม่เคยได้...จุดประกายให้เขากลายเป็นผู้ให้...ให้ความสุข แบ่งปันอาหาร แบ่งปันเงินทองช่วยเหลือผู้ที่ยากไร้-ผู้ที่ด้อยกว่า โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ทุกครั้งที่เขายื่นสิ่งของหรือเงินให้กับเด็ก เขามักจะหลับตาแล้วนึกว่าตัวเองเป็นเด็กคนนั้นเสมอๆ...เพราะเขาคิดว่าการให้มันคือการเติมเต็มความสุขให้กับตัวเองอย่างหนึ่ง



ศิลปินลวดดัด บอกว่า ผมเกิดมาในครอบครัวที่ลำบาก พ่อรับจ้างก่อสร้าง วันไหนไม่มีงานก็จะออกไปหาปูปลามากิน ได้มากเหลือก็เอาไปขาย ส่วนแม่เข็นรถขายผลไม้ ลำบากมาตั้งแต่เด็กแต่ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ผมเลย มองว่าทุกอย่างคือชีวิต กินง่ายอยู่ง่ายจบ ชุดนักเรียนก็ได้จากการบริจาคมาชื่อที่ปักที่หน้าอกไม่ตรงกับชื่อตัวเอง ของเล่นในวัยเด็กไม่ต้องพูดถึงไม่เคยมี ปีใหม่เพื่อน ๆ มักจะมีของเล่น-ของขวัญมาโชว์กันที่โรงเรียน ส่วนผมมีเพียงเม็ดมะม่วงแห้ง ๆ เอามาทำให้คล้ายรถของเล่นด้วยจินตนาการของตัวเอง ผมแอบเอามาเล่นคนเดียวเนื่องจากอายเพื่อน ๆ แต่ทั้งนี้ไม่ได้โทษหรือโกรธใครที่เราไม่มีเหมือนคนอื่น ลำบากจนชิน-ไม่มีจนชิน ทำอะไรเล่นเอง มันก็มีความสุขไปอีกแบบ



กระทั่งจบ ป.6 อายุ 15 ปี พี่ชายชวนมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทำหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเด็กปั๊ม เด็กรับรถ เด็กเสิร์ฟ เด็กล้างจาน หาเงินเลี้ยงตัวเองไม่อยากเป็นภาระของพ่อแม่ หากมีเงินเหลือก็จะแบ่งให้พ่อกับแม่บ้าง การใช้ชีวิตในเมืองกรุงไม่เดือดร้อนเพราะชินกับสภาพความยากลำบากมาแล้ว กินข้าวกับเกลือ กินกับผัก-ปลาร้า ได้หมดขอเพียงอิ่มท้องมีแรงทำงานก็เพียงพอแล้ว ช่วงนั้นทำงานทุกอย่างเปลี่ยนงานไปเรื่อย กระทั่งช่วงอายุ 24-25 ปี มาเป็นลูกจ้างรับเลี่ยมกรอบพระในร้านทอง จนวันหนึ่งเห็นรายการทีวีนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องการสร้างอาชีพ-สร้างรายได้ด้วยตัวเอง เป็นงานศิลปะการดัดลวด เห็นแล้วอยากเรียนมาก ๆ จนวันหนึ่งไปส่งแฟนทำงานย่านประตูน้ำเห็นร้านขายของเล่นทำจากลวดเอามาดัดเป็นรถตุ๊ก ๆ รถจักรยาน ฯลฯ ชอบมากแต่ได้แต่ยืนมองเพราะเงินไม่พอซื้อ ขอลดราคาเขาก็ไม่ให้ ตอนนั้นถามเขาไปว่าอยากเรียนวิชาดัดลวด แต่คนขายที่นั่งทำลวดดัดไม่สนใจ-ไม่ยอมพูดด้วย ถึงขนาดกราบไหว้ขอเรียนวิชาเขาก็ไม่สนใจ

วันต่อมาแฟนผมซื้อตัวอักษรที่ประดิษฐ์จากขดลวดมาให้ ก็นั่งคิดและลองทำตามหาอุปกรณ์ลวดที่เขาทิ้งจากข้างบ้านมาทำดูบ้าง ทำเสร็จก็เอาให้แฟน ผมดีใจมากแฟนบอกว่าฝีมือดีทำสวย ตอนนั้นคิดเรื่องเดียวคือหากประดิษฐ์ลวดเก่งเมื่อไหร่จะเปิดสอนฟรีให้กับคนที่สนใจให้เขามีอาชีพสุจริตเลี้ยงตัวเอง ตั้งแต่วันนั้นผมก็เริ่มทำ ซื้อแบบมาดู ดูจากยูทูป ศึกษาจริงจัง เมื่อเสร็จลองเอาไปแบกะดินขายตามตลาดนัด-ขายข้างถนน ผลก็คือมีคนสนใจมาซื้อกันดีมาก ๆ ความรู้สึกมันดีใจจนบอกไม่พูด ปัจจุบันเปิดขายริมถนนสุขุมวิท 18 งานที่ทำก็พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก ที่สำคัญผมเปิดสอนคนที่อยากได้ความรู้มาเรียนไปแล้วเกือบ 200 คน





ฉลาด บอกต่อว่า หลังทำงานประดิษฐ์ขดลวดขายเป็นอาชีพก็เริ่มนึกถึงภาพในอดีตตอนเด็ก ๆ เคยเห็นเคยรู้สึกถึงความไม่มี เลยตั้งมั่นว่าเงินที่หามาได้ส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือเด็กตามถิ่นทุรกันดาร ซื้อของไปให้ รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ทุนการศึกษา สร้างโบสถ์ ซ่อมแซมบ้านให้ผู้ยากไร้ พร้อมกับทำอาหารไปแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ ตามชนบท โดยร่วมกับเพื่อน ๆ กลุ่มสะพานบุญ โดยเฉพาะพี่บอย-วัดโบสถ์กับภรรยา พี่ชายที่เคารพถือเป็นสะพานบุญตัวหลักที่ทุ่มเทงานบุญต่าง ๆ จนประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดีมาโดยตลอด



พวกเราตระเวนไปทุกที่ที่ได้รับข้อมูลว่าเขาลำบากจริง ๆ ทำจิตอาสาแบบนี้มาแล้วเกือบ 20 ปี มีความสุขมาก ๆ บ่อยครั้งที่น้ำตามันซึมออกมาเองตอนมอบของให้กับเด็ก ๆ เห็นแววตาพวกเขาเรารู้สึกได้ ดีใจแทนพวกเขา-ซึ้งใจที่ได้เป็นผู้ให้ที่ไม่เคยได้รับเลยในอดีต พวกเราไม่ได้มีเงินมากมาย ไม่ได้ร่ำรวย พวกเรามีเพียงน้ำใจที่มาในรูปแบบของการได้เป็นผู้ให้ ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น สุดท้ายต้องกราบขอบคุณพ่อที่ท่านได้จากผมไปแล้ว ท่านสอนประสบการณ์เกี่ยวกับชีวิตให้ทุกอย่างตั้งแต่เด็ก ๆ จนทำให้ผมมีวันนี้ได้
เหยี่ยวขาวเห็นตอนที่ ฉลาดไปออกรายการ Super100  อัจฉริยะเกินร้อย เกิดความประทับใจขึ้นมาทันที 2 เรื่องคือ หากเขาผ่านเขาขออะไรเป็นรางวัลจากทางรายการ...ชายคนนี้ไม่ได้ขอสิ่งของเพื่อตัวเองหรือครอบครัวแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาขอคืออุปกรณ์เครื่องครัวเพื่อนำไปทำอาหารให้กับเด็ก ตอนที่ต้องออกค่ายสะพานบุญตามถิ่นทุรกันดาร อีกอย่างเขาประดิษฐ์งานศิลปะดัดลวด เสก หนุมานล่อแก้ว ซึ่งสวยงามมาก ๆ นำไปประมูลหาเงินสร้างโบสถ์ที่​บ้านปางงุ้น​ อ.ดอกคำใต้​ จ.พะเยา อีกส่วนนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น​ ให้กับรพ.ใน.นครราชสีมา



จากการพูดคุยยังพบว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนคิดบวกในทุก ๆเรื่อง...ดังคำหนึ่งที่เขาเขียนไว้ในเฟซฯ...ถ้าเราเอาคำนินทามารกสมองในการใช้ชีวิต​ ไม่ว่าจะทำงานอะไรอยู่สูงแค่ไหนคำพวกนั้นก็สามารถ​ทำให้เราต่ำหรือหยุดการพัฒนา​ได้ แต่ถ้าเราไม่ใส่ใจกับคำเหล่านั้น ไม่ว่าคุณ​จะต่ำเตี้ยแค่ไหน คุณ​ก็จะมีความสุขในสิ่งที่คุณทำ และจะไปถึงปลายทางฝันได้สักวันแน่นอน ...เขาคือศิลปินจิตอาสาผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ.
.......................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย เหยี่ยวขาว
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก... Chalad Ton Booncid





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 280