อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 31 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 31 มีนาคม 2563

ตรุษจีนนี้รู้ไว้!12สิ่งไม่ควรทำและ5สิ่งห้ามมอบให้กัน

"วันตรุษจีน" กับ 12 ข้อห้ามอะไรบ้างที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง พร้อม 5 สิ่งของต้องห้าม ที่ผู้ให้ควรหลีกเลี่ยงที่จะซื้อหานำมามอบเป็นของขวัญ ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 เวลา 07.00 น.


ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ 25 มกราคม "วันตรุษจีน 2563" หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน เชื่อว่าหลายๆ คนที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน คงจะตื่นเต้นกันไม่น้อย  ซึ่งในวันนี้จะพาไปดูกันว่ามีข้อห้ามอะไรบ้างที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในวันตรุษจีน 

1. ห้ามทำความสะอาดบ้าน ชาวจีนมีความเชื่อว่า การทำความสะอาดบ้าน และทิ้งขยะ ในวันตรุษจีนนั้น จะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เงินทอง ออกไปจากบ้าน ดังนั้น วันตรุษจีน จึงไม่ค่อยมีคนทำความสะอาดบ้าน แต่จะไปทำความสะอาดกันหนึ่งวันก่อนวันตรุษจีน เพื่อที่จะให้บ้านสะอาดรับปีใหม่ และใช้บ้านในการต้อนรับแขกที่จะมาเยี่ยมเยียนอีกทางหนึ่ง

2. ห้ามสระผมหรือตัดผมชาวจีนจะไม่นิยมสระผมหรือตัดผมกัน หรือบางคนก็จะไม่สระผม 3 วันหลังจากวันตรุษจีน เนื่องจากคำว่า ผม เป็นคำพ้องเสียงและพ้องรูปกับคำว่า มั่งคั่ง ดังนั้น การสระหรือตัดผมในวันตรุษจีน จึงเหมือนกับการนำความมั่งคั่งออกไป

3. ห้ามพูดคำหยาบและทะเลาะเบาะแว้ง คนจีนจะงดพูดคำหยาบและสิ่งที่ไม่ดี รวมไปถึงการพูดถึงความตายหรือผี เนื่องจากเชื่อว่า การพูดสิ่งที่ไม่ดีในวันนี้ จะนำความโชคร้ายมาให้ตลอดทั้งปี รวมไปถึงการที่ไม่พูดถึงเลข 4 เนื่องจากเลข 4 ในภาษาจีน ออกเสียงคล้ายกับคำว่า ตาย ดังนั้น หลาย ๆ คนจึงพยายามไม่ใช้หรือไม่พูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับเลข 4



4. ห้ามกินโจ๊กและเนื้อสัตว์คนจีนมักจะไม่กินโจ๊กในตอนเช้าของวันตรุษจีน เนื่องจากเชื่อว่า คนจนคือคนที่มักจะกินโจ๊กในตอนเช้า ดังนั้น การกินโจ๊กในตอนเช้าของวันตรุษจีนจึงเหมือนกับการขัดขวางไม่ให้ตัวเองร่ำรวย และทำตัวเหมือนคนจน ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงการไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย เนื่องจากเชื่อว่า เทพเจ้าที่ลงมาในตอนเช้าของวันตรุษจีนนั้นเป็นมังสวิรัติ

5. ห้ามซักผ้า  คนจีนเชื่อว่า เทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน ดังนั้น การซักผ้าในวันตรุษจีนจึงเปรียบเสมือนการลบหลู่ท่าน

6. ห้ามใส่ชุดขาว-ดำ เสื้อผ้าที่เป็นสีขาว-ดำ เป็นสัญลักษณ์ของความตาย ดังนั้น การสวมเสื้อผ้าสีขาว-ดำในวันนี้จึงหมายถึงลางร้าย คนจีนจึงมักสวมเสื้อผ้าสีแดงกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเชื่อว่า สีแดงคือสีที่จะนำความโชคดีมาให้

7. ห้ามให้ยืมเงิน คนจีนบางคนอาจจะหมายรวมการที่ไม่ให้ยืมสิ่งของต่าง ๆ นอกเหนือไปจากเงินแล้ว ซึ่งมีความเชื่อที่ว่า การให้ยืมเงินในวันนี้จะทำให้ทั้งปีมีคนเข้ามาขอยืมเงินตลอด รวมไปถึง หากใครที่ติดเงินใครไว้ ก็ควรที่จะคืนเงินก่อนวันตรุษจีน เพราะเชื่อกันว่า หากติดเงินใครในวันตรุษจีนแล้ว คนคนนั้นก็จะมีหนี้สินตลอดปีไม่จบไม่สิ้น

8. ห้ามทำของแตก คนจีนเชื่อกันว่า การทำสิ่งของแตก เช่น ทำแก้วแตก ทำจานแตก หรือทำกระจกแตก ในวันตรุษจีนนั้น จะหมายถึงลางร้ายที่บอกว่าครอบครัวจะแตกแยก หรือมีคนเสียชีวิตในครอบครัว ดังนั้นในวันนี้ จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ให้สิ่งของในบ้านแตกหรือชำรุดเสียหาย แต่หากทำของแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็มีวิธีการแก้เคล็ดโดยการพูดว่า "luo di kai hua" ที่แปลว่า ดอกไม้จะเบ่งบานเมื่อตกลงสู่พื้น



9. ห้ามซื้อรองเท้าใหม่ คนจีนจะถือคติที่ว่า จะไม่ซื้อรองเท้าใหม่ในเดือนแรกของวันตรุษจีน เนื่องจากคำว่า รองเท้า ในภาษาจีนออกเสียงว่า Hai ซึ่งคำว่า Hai นี้ มีเสียงคล้ายกับการถอนหายใจ ซึ่งชาวจีนเชื่อว่า นั่นเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นปีที่ไม่ดี

10. ห้ามร้องไห้คนจีนเชื่อกันว่า หากร้องไห้ในวันขึ้นปีใหม่ จะทำให้พบกับเรื่องไม่ดี และเสียใจไปตลอดทั้งปี ดังนั้น แม้ในวันนี้เด็กเล็กจะดื้อขนาดไหน อากง อาม่า ก็อาจจะปล่อยให้วันหนึ่ง เพราะไม่อยากตีให้เด็กต้องร้องไห้ในวันนี้

11. ห้ามใช้ของมีคม ของมีคมก็เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับวันนี้ ทั้งมีด กรรไกร และอย่างอื่นที่สามารถตัดสิ่งอื่นได้ นั่นเพราะชาวจีนเชื่อว่า การใช้ของมีคมตัดสิ่งของ จะเป็นการตัดโชคดีไปด้วย

12. ห้ามเข้าไปในห้องนอนคนอื่น คนจีนหลายบ้านมีความเชื่อที่ว่า ในวันตรุษจีนนี้ ห้ามเข้าไปหาใครในห้องนอนด้วย ดังนั้น แม้เจ้าของบ้านป่วย นอนอยู่ในห้องนอน แต่เมื่อมีแขกมาเยี่ยมก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก อย่าให้แขกเข้ามาเยี่ยมในห้องนอนเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นโชคร้าย

สำหรับเทศกาล "ตรุษจีน" ที่หลายๆ คนคงเลือกจับจ่ายซื้อหาของขวัญเพื่ออวยพรให้แก่กัน แต่ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างกันนั้น สำหรับของขวัญแทนความหมายดีๆ ชิ้นหนึ่ง อาจไม่ได้มีความหมายเดียวเสมอไป ดังนั้นนี่ก็คือ 5 สิ่งของต้องห้าม ที่ผู้ให้ควรหลีกเลี่ยงที่จะซื้อหานำมามอบเป็นของขวัญให้กันในวันตรุษจีนตามความเชื่อชาวจีน จะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย

1. นาฬิกา ห้ามให้แก่ผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาแขวน หรือ อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นนาฬิกา วัฒนธรรมจีน ถือกันมาก เพราะคำว่านาฬิกา (?) ในภาษาจีน ออกเสียงแบบจีนกลางว่า “จง” พ้องกับคำว่า "จง" (?) ซึ่งมีความหมายว่า “สิ้นสุด” หรือ “ตาย” ดังนั้นนาฬิกาจึงถือเป็นของอัปมงคลที่ไม่ควรให้กัน 

2. หมวกสีเขียว ห้ามให้แก่ผู้ชายของขวัญต้องห้ามสำหรับผู้ชาย โดยคนจีนสมัยก่อนมีความเชื่อว่าหากชายใดสวมหมวกสีเขียว หรือในภาษาจีนเรียกว่า ไต้ลี่วเม่าจื่อ ซึ่งความหมายว่า ภรรยาหรือแฟนของเขาคบชู้ เพราะคำว่า ลี่วเม่าจื่อ ใช้เรียกผู้ชายที่โดนสวมเขา และในสมัยก่อนยังมีการบังคับให้หญิงโสเภณีสวมหมวกสีเขียวอีกด้วย



3. รองเท้า ของขวัญต้องห้ามสำหรับคนนอกครอบครัว โดยรองเท้า ในภาษาจีนออกเสียงว่า “เสีย” ออกเสียงพ้องกับว่า “เสีย” ซึ่งแปลว่า ภูตผีปีศาจ สิ่งชั่วร้ายที่มีพลังดำมืดทำให้เราป่วย หรือประสบความวิบัติได้ ดังนั้นคนจีนจึงไม่นิยมให้รองเท้าเป็นของขวัญกันนั่นเอง

4. ยารักษาโรค ของขวัญต้องห้ามที่พึงระวัง! คนจีนมีความเชื่อว่าหากใครก็ตามมอบยาเป็นของขวัญในวันตรุษจีน แม้ว่าจะมีเจตนาที่ดีก็ตาม แต่ผู้รับอาจเข้าใจว่า ของขวัญนี้เป็นลาง แช่งให้ป่วย นอกเหนือจากยา ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพต่างๆ ก็ถือเป็นของต้องห้ามด้วยเช่นกันค่ะ

5. ร่ม หรือ ลูกแพร์ ของขวัญต้องห้ามสำหรับแฟนหรือคู่รัก ในภาษาจีน “ร่ม” ออกเสียงว่า “ส่าน” ซึ่งพ้องกับคำว่า “ส่าน” อีกคำหนึ่งที่มีความหมายว่า แตกแยก สูญเสีย ส่วนการแบ่ง “ลูกแพร์” ให้กัน ใช้คำว่า “เฟินหลี” เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า “เฟินหลี” ที่หมายความว่า แตกแยก แยกทาง ดังนั้นถ้าคุณให้สองอย่างนี้กับคู่รักคนจีน เขาก็อาจเข้าใจว่า คุณกำลังแช่งให้พวกเขาเลิกกัน!

อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะ เพื่อจะได้รับเอาโชคลาภ เงินทอง เข้ามาตั้งแต่วันตรุษจีนตลอดทั้งปี2020 เเน่นอน. 
...................................................
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    45%
  • ไม่เห็นด้วย
    55%

บอกต่อ : 195