อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

ชำแหละ!พระสงฆ์กับโซเซียลฯผ่าน'อุปัชฌาย์200บาท'

สัปดาห์นี้กับปมดราม่า “พระอุปัชฌาย์” บ่นได้ซองเงินบวชหน้าไฟแค่ 200 แม้ไม่มีความผิดทาง “พระวินัย” แต่ทางโลกสังคมติเตียน จะโพสต์ต้องระวังและตั้งสติให้ดี พุธที่ 22 มกราคม 2563 เวลา 11.00 น.


บุคคล 3 ประเภทในสังคมไทยเวลาจะพูดอะไร จะทำอะไร หรือจะโพสต์อะไร ต้องตั้ง “สติ” ให้ดีทุกครั้ง คือ นักการเมือง, ข้าราชการ, และพระสงฆ์

คนทั้ง 3 กลุ่มนี้ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ ประชาชนย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้ และทั้งบุคคลทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ แต่ส่วนใหญ่ “คนไม่ชอบ” เว้น พระสงฆ์คนไม่ชอบอาจน้อยกว่า เพราะมี “คำว่าบุญและบาป” เป็นตัวเกราะป้องกัน แต่วันใดวันหนึ่งคนไม่กลัวบาปวันนั้นคือ “นรกของนักบวช” ดังเช่นยุคปัจจุบันคนจำนวนมากกล้า “ด่าพระสงฆ์” แบบไม่กลัวบาป ยิ่งมีคนยอมรับใน “ความกล้า” เมื่อ “สังคมส่วนหนึ่ง” ยอมรับสิ่งที่เขากระทำบุคคลนั้นๆ ยิ่งฮึกเฮิม จนกลายเป็น “แบบอย่าง” ที่ผิดๆ เรื่องนี้ไม่เว้นแม้คนที่วิจารณ์ “สถาบันหลักของชาติ”

ดูตัวอย่างนักการเมืองอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากพูดผิดหู พูดผิดพลาด ประชาชนเป็นจำนวนมากก็มักใช้อารมณ์ความรู้สึกเป็นตัวตั้ง “ระบายผ่านโซเซียลมีเดีย” เช่น เฟซบุ๊ก, ไลน์ ที่ไร้การควบคุม, เข้าถึงผู้เสพได้ทุกเพศทุกวัย หากข้อความเข้าถึงกลุ่มของพวกมี “อคติ” เป็นทุนเดิม พวกสุดโต่งกลุ่มนี้ ก็จะปั่นข้อความนั้นๆ แชร์กันสนั่น แบบไม่คิด ไม่ยับยั้งช่างใจ อย่างเช่น ชาวพุทธเราจำนวนมากทำให้เชื่อว่า “นายกรัฐมนตรีและภรรยาไม่ได้นับถือพุทธ” ทั้งๆ ที่ท่านพูดอยู่เสมอว่า “นับถือพุทธทั้งครอบครัว”



เฉกเช่นเดียวกับพระอุปัชฌาย์รูปหนี่งที่จังหวัดนครราชสีมา ออกมาโพสต์ต่อว่าเจ้าภาพบวชหน้าไฟว่า “ถวายเงินใส่ซองอุปัชฌาย์ 200 บาท” ทำนองบ่นน้อยอกน้อยใจว่า เวลาพระมาเทศน์ทำไมถวายเป็นพันได้ เวลาจัดมหรสพทำไมหมดเงินเป็นจำนวนหมื่นได้ เวลามาบวชหน้าไฟถวายแค่ 200 บาท

เรื่องแบบนี้ พระคุณเจ้าไม่สมควรที่จะโพสต์บอกใครต่อใครให้รับรู้ เรื่องแบบนี้แค่พระคุณเจ้า “รับเงิน” สังคมไทยมีคนสุดโต่งจำนวนหนึ่งก็ “รับไม่ได้แล้ว”

ยิ่งพระคุณเจ้าสัมภาษณ์ออกสื่อว่า “อาตมาเป็นคนพูดตรง” ยิ่งไปพูดว่า “กลัวพระคู่สวด” วัดอื่นจะไม่มา “จะต้องนำเงินไปบูรณะปฎิสังขรณ์วัด” ยิ่งพัวพันขยายความไปกันใหญ่

เรื่องนี้แม้พระคุณเจ้าจะไม่มีความผิดทาง “พระวินัย” แต่ทางโลกที่ภาษาพระเราเรียกว่า “โลกวัชชะ” สังคมติเตียน พระคุณเจ้า “ต้องรับไปเต็มๆ” ถูกตำหนิต่อว่า โดยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ที่เกิดจากการไม่ยับยั้งสติโดยแท้




ปัจจุบันพระสงฆ์เราจำนวนมากใช้สื่อโซเซียลและมีหลายรูปมักโพสต์ “ระบายอารมณ์” ผ่านสื่อที่ไร้การควบคุม ไร้กลุ่มเป้าหมาย เมื่อข้อความที่ไร้การควบคุมหรือตรวจสอบนั้นๆ ไปถึง “คนอารมณ์สุดโต่ง” คนที่ไม่ชอบก็จะ “แชร์” ออกไปฉับพลันและคนจำนวนมากที่ “มักใช้อารมณ์” เป็นตัวตั้งระบายผ่านโซเซียลเหมือนกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีพระรูปหนึ่งอยู่ในกลุ่ม “ประเภทตุ๊ดแต๋ว” โพสต์รูปพันผ้ารัดตัวนอนโชว์เรือนร่างอยู่ในเรือ ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ที่ทางพระเรียกว่า “โลกวัชชะ” นั่นแหละ จนต้อง “สึก” ออกไปแล้ว

เรื่องการนั่งพระอุปัชฌาย์แล้วโยมถวายเงินจำนวนน้อยนั้น หากไม่วิจารณ์พระคุณเจ้าบ้างเลยก็จะหาว่า “เข้าข้าง”

พระคุณเจ้านั่งพระอุปัชฌาย์อย่างมาก 2 ชั่วโมง อย่างน้อยได้รับเงิน 200 บาท ฉันข้าวฟรีและอาหารกับข้าวหลายอย่าง การได้มาซึ่งอุปัชฌาย์พระคุณเจ้าก็ไม่ต้องเสียเงินทองอะไรเลย

ในขณะที่ญาติโยมทำงานทั้งวันๆ ละ 8 ชั่วโมงได้ค่าแรง 300 บาท ค่ารถ ค่ากินต้องเสียเอง

หากเปรียบเทียบแบบนี้ พระสงฆ์เราคงเห็นได้ชัดว่า ข้างนอกกำแพงวัดหาเงินยากปานใด



จริงอยู่กรณีนี้เจ้าภาพอาจนิมนต์พระมาเทศน์ถวายหลายพันบาท จัดมหรสพหมดจำนวนเงินเรือนหมื่น แต่นั่นคือ “การลงขัน” ตามวิถีชาวบ้านต่างจังหวัดทั่วไป

พระคุณเจ้าแม้จะอ้างว่า “ต้องหาเงิน” บูรณะวัด สร้างวัด หรือโยนเผือกร้อนไปที่พระคู่สวดอะไรก็ตามแต่...กรณีนี้ผมในฐานะนักบวชเก่า “ย่อมเข้าใจพวกเดียวกัน” อยากบอกว่า “พระคุณเจ้าพลาด”

กรณีพระคุณเจ้านั่งพระอุปัชฌาย์แล้วบ่นได้เงินน้อยนี้ เป็นตัวอย่างสำหรับพระสงฆ์เวลาจะโพสต์เวลาจะระบายอะไรก็ตาม แต่ “ผ่านสื่อออนไลน์” ต้องระมัดระวังและตั้งสติดีๆ

คณะสงฆ์เราต้องสำเหนียกอยู่เสมอว่า พวกเราอยู่ได้ด้วย “ความศรัทธา” อยู่ได้ด้วยความเชื่อ อย่างน้อยพระคุณเจ้าที่เป็นพระอุปัชฌาย์ต้องกระทำให้ญาติโยมเชื่อได้ว่า..พระอุปัชฌาย์คือผู้ช่วยดับทุกข์ ผู้พากุลบุตรข้ามฝั่งวัฎฎสงสาร.
...................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 283