อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563

สัญญาณ'โรคปอดอักเสบ' มีไข้-ไอแรงร้าวถึงหัวไหล่

สัปดาห์นี้พาไปรู้จัก “โรคปอดอักเสบ” อย่าปล่อยให้รุนแรง ระวังถึงขั้นเสียชีวิต เผยสัญญาณควรสังเกต มีเสมหะ ไข้สูง เจ็บแปลบหน้าอกหายใจลำบาก ไอแรงร้าวไปที่หัวไหล่หรือสีข้าง เสาร์ที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 12.00 น.


จากสถานการณ์ “โรคปอดอักเสบปริศนา” ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ได้สร้างความกังวลให้กับหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย แม้ว่าประชาชนจะรับฟังข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแพทย์ที่มีประสบการณ์ได้ออกมาให้ข่าวกันบ้างแล้วก็ตาม
 
เนื่องจากว่าโรคปอดอักเสบ จะทำให้กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำงานได้ไม่ดี จึงมีผลกระต่อระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าหายใจอึดอัด หายใจลำบาก มีระดับความรุนแรงตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิต
 
ศ.เกียรติคุณ นพ.สว่าง แสงหิรัญวัฒนา ผอ.อาวุโส ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ รพ.กรุงเทพ บอกว่า “โรคปอดอักเสบ” หรือ “โรคปอดบวม” เป็นการอักเสบของเนื้อปอดและหลอดลม โดยเกิดขึ้นได้จาก 3 สาเหตุหลักคือ 1.การติดเชื้อ อาทิ เชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ เชื้อนิวโมค็อกคัส (Pneumococcus) เชื้อไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสซาร์ส (SARS Virus) อื่น ๆ ได้แก่ เชื้อรา พยาธิ ฯลฯ  2.การไม่ติดเชื้อ ได้แก่ สำลักเศษอาหารเข้าไปในปอด หายใจเอาควัน ฝุ่น เข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก และ 3.การแพ้ภูมิตัวเอง ภูมิต้านทานต่ำ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเอสแอลอี (SLE) ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกแฝด เด็กขาดสารอาหาร ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์นาน ๆ หรือบางกรณีอาจเกิดจากโรคแทรกซ้อนของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิลอักเสบ หัด อีสุกอีใส ไอกรน เป็นต้น
 


สำหรับอาการที่ควรสังเกต คือ ไอ มีเสมหะ มีไข้สูง อาจตัวร้อนตลอดเวลา หนาวสั่นมาก หายใจลำบาก หายใจหอบเร็ว อาจเจ็บแปลบหน้าอกเวลาหายใจเข้า อาจไอแรงร้าวไปที่หัวไหล่หรือสีข้าง แพทย์จะตรวจวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยจะใช้เครื่องตรวจฟังเสียงปอด หลังจากนั้นหากต้องตรวจพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจเสมหะ ตรวจเสมหะ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
 
ด้านการรักษา แพทย์จะพิจารณาตามอาการและสาเหตุเป็นหลัก หากเป็นปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ จะให้ทานยาฆ่าเชื้อตามชนิดของเชื้อที่พบ และนัดติดตามอาการเป็นระยะ เมื่ออาการไม่ดีขึ้นจำเป็นจะต้องตรวจหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ



นอกจากนี้หากเป็นผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ อายุมากกว่า 65 ปี มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เหนื่อยหอบรุนแรง เจ็บหน้าอก และทานอาหารลำบาก อาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์
 
อย่างไรก็ตาม วิธีการป้องกันคือ การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ช่วยให้ห่างไกลจากโรคปอดอักเสบ นอกจากนี้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการป้องกัน แต่จำเป็นจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจพิจารณาก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ ที่สำคัญ โรคปอดอักเสบเป็นโรคที่ไม่ควรละเลย เพราะการตรวจพบในระยะแรกเริ่มของโรค จะสามารรักษาได้อย่างถูกต้อง.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean  
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”  

คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่  





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 283