อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563

ลูกศิษย์ได้เป็นตร.กลับมาหาครู เปล่าคิดถึง!แต่มาจับ

สัปดาห์นี้ไปดูเรื่องราวของรองสารวัตรสืบที่ได้ดิบได้ดีเป็นตำรวจเพราะครูช่วยในวัยเด็ก วันนี้กลับมาหาครูอีกครั้ง ไม่ได้มาเยี่ยม แต่มาจับคดีข่มขืนศิษย์สาว พุธที่ 1 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น.


15 ปีก่อน

“มันขี้ขโมย เอาทุกอย่าง เผลอไว้ไม่ได้” ผู้ปกครองบ่นขรมใส่เด็กอายุ 14 ปี ทุกคนต่างพยายามกดดันอาจารย์ปกครองลามไปถึงครูใหญ่ให้ไล่เด็กคนนี้ออก

“พ่อแม่มันไม่สั่งสอน ออ..ลืมไป มันก็อยู่ตายาย แทนที่จะทำให้คนแก่สบายใจ ดันขี้ขโมยเสียได้”

ยิ่งด่าเหมือนยิ่งยุ เด็กน้อยอายุ 14 ปี ไม่สำนึก ส่วนลึกเขารับไม่ได้ที่ถูกว่ากล่าวรุนแรง การตอบกลับของพฤติกรรมคนเรานั้นแตกต่างกัน ดังนั้นเขาจึงยิ่งเกเรเตลิดเปิดเปิงเข้าไปใหญ่

จนกระทั่งครูสอนดนตรีดึงเด็กอายุ 14 ปี ไปอยู่ด้วย “เอ็งแรงดี ตีกลองไหมล่ะ” เด็กขี้ขโมยได้เข้าไปในวงโยธวาทิต ที่นั่นโลกที่เขาคิดว่าตัวเองแน่เต็มที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างอยู่ในระเบียบ การมาสายเพียงแค่ 1 นาทีมีการลงโทษวิดพื้น 10 ครั้ง มีการสั่งการ ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎ



เด็กเกเรขี้ขโมยถูกบ่มถูกนวด เขาเป็นเพียงก้าวแรก ในวงโยธวาทิตเต็มไปด้วยคนจำนวนมาก ทุกคนไปตามระเบียบ เขาต้องปรับตัวเอง นานไป นิสัยขี้ขโมยหายไปอย่างเหลือเชื่อ เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของวง จากคนที่มะเหรกเกเร เขามาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อมาซ้อมตีกลอง ช่วงเที่ยงก็ยิ่งฝึกฝน เลิกเรียนก็มาที่ห้องวงโยฯ ซ้อมและซ้อม กับซ้อม ตีกับเครื่องเคาะจังหวะ เรียนรู้ทุกเครื่องดนตรี จังหวะทุกอย่างอยู่ในหัว ไม่ว่าจะ 60 120 180 เขาตีเขบ็ตได้อย่างชำนาญ

ผ่านไป 2 ปี อายุ 16 ปีก็ได้ตีกลองชุด ได้เดินขบวน ตีกลองสแนร์เป็นไปตามระเบียบ

“ถ้าฉันไม่เอาแกเข้าวง แกคงเกเรโดนไล่ออกไปแล้วใช่ไหม”

“ครับ” นั่นคือสิ่งที่หนุ่มน้อยจำมาตลอด เพียงเพราะเขารู้สึกตัวเองไม่มีค่า พ่อกับแม่ไม่เคยอยู่กับเขา ตากับยายไม่เคยสนใจ วิกฤตตัวตนบังเกิด ถ้าดีไม่ได้ ก็ต้องเลวให้สุดขั้ว เพื่อให้ตัวเองมีตัวตนในสังคม จนเมื่อพบตัวตนใหม่ เขาจึงภาคภูมิใจ

หลายปีก่อน เขาไม่เคยรู้ว่าประเทศไทยมีคณะเกี่ยวกับดนตรี มีโรงเรียนเกี่ยวกับดนตรี มันจึงเป็นการเปลี่ยนผ่านวัยรุ่นสู่วัยผู้ใหญ่ เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเปิดสักที่ อาศัยวันว่างไปตีกลองในร้านอาหารผับบาร์หารายได้ประทังชีวิต ยังไม่ถึง 20 ปี เด็กหนุ่มก็รู้จักเก็บเงินมีรายได้

ความเป็นระเบียบวินัยยังอยู่ในใจเขาเสมอมา การอยู่วงโยฯ ทำให้เขาเห็นความแตกต่างของคนร้อยพ่อพันแม่ จากที่เวลามีของหาย ทุกคนจะต้องจ้องมองเขา แต่ผ่านไปหลายคนฝากกระเป๋าสตางค์กับเขาระหว่างไปอาบน้ำ ขณะที่ตัวเขาใช้ไม้กลองซ้อมตีไปเรื่อยๆ ตามแบบฝึกหัดที่มี

เรียนจบมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มไปสมัครสอบเพื่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จะทหารหรือตำรวจก็ได้ สุดท้ายได้เป็น "ตำรวจ" เรียนจบโรงเรียนพลตำรวจมาเป็นตำรวจประทวน ใช้เวลาไม่นานก็ได้โยกไปอยู่สืบสวน จากนั้นก็หมั่นอ่านหนังสือจนสอบเป็นสัญญาบัตรได้

ยศขยับไปเรื่อยๆ ตามแต่จังหวะ แต่ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยง เขาอาสาตีกลองเสมอมา “ตีเก่งจัง น่าจะไปเป็นนักดนตรีอาชีพนะ”



เวลาและสายน้ำไม่เคยย้อนกลับ ถ้าเขารู้ว่ายุคนี้ นักดนตรีอาชีพรุ่งโรจน์ เขาคงเลือกทางเดินไปแล้ว แต่ไม่มีใครชี้แนะ แต่ก็ยังดีไม่ได้เป็นโจรทำผิดกฎหมาย ระเบียบอยู่ในใจเขาตั้งแต่อาจารย์สอนดนตรีดึงเขาไปอยู่วงโยธวาทิตแล้ว

วันนี้ปีใหม่ เขากับเพื่อนตำรวจกลับไปโรงเรียนเก่า โรงเรียนปิด แน่นอน เขาแค่อยากมาชม ก่อนที่จะขึ้นรถไปที่บ้านอาจารย์สอนดนตรี เมื่อไปถึงเจออาจารย์ในสภาพชราแล้ว เปิดประตูยิ้มให้ “แวะมาเยี่ยมเหรอ”

รองสารวัตรสืบสวนยกมือไหว้ “เปล่าครับ” แล้วยื่นหมายจับ มันเป็นข้อหากระทำชำเราผู้เยาว์ต่ำกว่า 18 ปี ตลอดเวลาเขาไม่เคยรู้เลยว่าอาจารย์คนนี้จะเป็นนักล่าผู้หญิง จอมข่มขืน วินัยระเบียบมันมากไปกว่าการยืนตรง มาตรงเวลา แต่มันรวมถึงจิตใจที่เข้มแข็งไม่กระทำผิด ตลอดเวลาอาจารย์คนนี้ของเขาลวนลามนักเรียนหญิงมามากเกินพอ หลายคนเขารู้จัก พวกเธอต้องแบกชีวิตอันเจ็บปวดแล้วคำถามว่าทำไมไว้ ทำไมพวกเธอถึงโดน เพราะอะไรโป๊เกินไปหรือ

เขาอยากจะบอกผู้เสียหายว่า ไม่ใช่ความผิดของพวกเธอ แต่เป็นความผิดของอาจารย์คนนี้ เขายื่นหมายจับพร้อมยื่นกุญแจมือสับที่มือไพล่หลังแล้วพาออกไป ลูกน้องถ่ายภาพอาจจะส่งไลน์ให้นายและเผลอส่งให้นักข่าวกันทีหลัง

“หนุ่ม จำครูได้ไหม ถ้าไม่ช่วยเธอตอนนั้น เธอก็คงโดนไล่ออกจากโรงเรียนแล้ว” อาจารย์พูด “ปล่อยครูไปได้ไหม เห็นแก่บุญคุณ” รองสารวัตรสืบสวนจ้องตาอีกฝ่าย “ครูครับ บุญคุณถ้าต้องทดแทนกัน แล้วเมื่อไหร่จะจบล่ะครับ ครูทำผิดกฎหมาย ผมเป็นตำรวจก็ต้องจับ”

“ทำไมช่วยกันไม่ได้ เรื่องแค่นี้เอง” ตำรวจหนุ่มส่ายหน้า “ผมขอบคุณที่ช่วยผมวันนั้น ทั้งๆ ที่ครูจะช่วยคนอื่นก็ได้ แต่ถามจริงๆ นักเรียนคนอื่นที่โดนครูลวนลามข่มขืนนะ เขาผิดอะไร” ครูก้มหน้าไม่ยอมรับความจริง

“คุณเป็นครูผม แต่มาทำแบบนี้ สอนให้มีระเบียบวินัย ทำตามกฎเกณฑ์ แต่ครูมาละเมิดกฎหมายบ้านเมือง คุณเป็นครูผม คุณนั่นแหละที่ต้องละอายตัวเอง คุณทำให้ผมผิดหวัง เอาตัวขึ้นรถไป” รองสารวัตรสืบจ้องตาครูที่เคยช่วยชีวิตเขาเมื่อหลายปีก่อน ครูในอดีตไม่กล้าแม้แต่สบตากลับทำได้เพียงเดินไปอย่างช้าๆ เพื่อขึ้นรถตู้ตำรวจ ภาพในอดีตผุดพรายขึ้นมา เช่นเดียวกันกับเพื่อนนักเรียนหญิง เขาไม่เสียใจที่เลือกเดินทางสายนี้ ขอบคุณครูที่พาเขาเข้าวงโยธวาทิต

มันทำให้เขารักระเบียบวินัย และกฎหมายบ้านเมืองในวันนั้น และยึดถือมั่นมาจนถึงตราบวันนี้ แม้คนชวนในอดีตจะทำไม่ได้ดังที่เคยบอกเขาก็ตามที.
….................................

สวัสดีปีใหม่กับผู้อ่านทุกท่านครับ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงร่ำรวย ขอให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และนักข่าวทุกท่านผู้ยึดมั่นในสัจจะแห่งกฎหมายความยุติธรรมจงมีแต่ความสุขสมหวังตลอดไป.
.....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 331