อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563

งบกลาโหมยุค"บิ๊กตู่"ได้รับการจัดสรรมากที่สุดอันดับ5

สัปดาห์นี้เรื่องของกองทัพคงจะหนีไม่พ้นเกี่ยวกับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ซึ่งกระทรวงกลาโหม ยุค “บิ๊กตู่” เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 เสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2562 เวลา 07.00 น.


@@@......สวัสดีท่านผู้อ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “รหัสมอร์สส่องกองทัพ” ซึ่งตรงวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.62 สถานการณ์การเมืองร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดการเมาท์กันว่ารัฐบาล “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะอยู่รอดหรือจะต้องมีการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ล่าสุดโหร คมช.นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ ได้ทำนายว่า รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปีอย่างแน่นอน



@@@......ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ย้ำให้ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลและเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรต่าง ๆ ตามแนวชายแดน ทั้งนี้ เพื่อดูแลเกษตรกรและรักษาราคาสินค้าเกษตรในประเทศไทย



@@@......ขอแสดงความยินดีกับกองทัพบก ที่ได้รับรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) โดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต และมอบรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ที่มีผลคะแนนสูงสุดในแต่ละประเภท รวม 34 หน่วยงาน ในงานประกาศเจตนารมณ์ในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ภาคีเครือข่ายภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม



@@@......เปิดรับสมัครเป็นครั้งแรก....สำหรับหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ได้เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองเพื่อเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวของกองทัพบก ปี 2563 จำนวน 243 อัตรา โดยได้รับการตอบรับจากกำลังพลสำรองทยอยเดินทางมายื่นใบสมัครตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ส่วนใหญ่มีอายุ 21-25 ปี และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดย พ.อ.สฤษดิ์ โตจรูญ ผอ.กองการควบคุมกำลังพลสำรอง นรด. กล่าวถึงภาพรวมของการรับสมัครว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามที่ได้วางแผนไว้ สำหรับขั้นตอนและหลักเกณฑ์การรับสมัครนั้นจะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.2562 ถึงวันที่ 8 ม.ค. 2563 จากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการสอบความรู้ทั่วไปที่โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร ถ.วิภาวดีรังสิต ในวันที่ 19 ม.ค.2563 ก่อนประกาศผลสอบต่อไป



@@@......ลุ้นว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำชั้นหยวนคลาส เอส 26 ที ประเทศจีน ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 จำนวน 2 ลำ งบประมาณ 22,500 ล้านบาทของกองทัพเรือ จะผ่านคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 หรือไม่นั้น ในที่สุด พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ พร้อมคณะทำงานโครงการจัดซื้อเรือดำ สามารถตอบข้อสงสัยของคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ทุกประเด็น ส่งผลให้โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำระยะที่ 2 และระยะที่ 3 จำนวน 2 ลำ ผ่านฉลุยไม่ถูกแขวนตามที่มีข่าวออกมา ทั้งนี้ ไทยจะมีเรือดำน้ำครบ 3 ลำ ประมาณปี 2570



@@@.......สำหรับแผนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของกองทัพบก ส่วนใหญ่เป็นโครงการจัดหาเพื่อทดแทนยุทโธปกรณ์ที่สิ้นสภาพ และรักษาสถานภาพการพร้อมในระดับหนึ่งเท่านั้น ข้อเท็จจริงความต้องการยังมีอีกมาก แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณจึงต้องทยอยจัดหาเป็นระยะ ๆ ไป เช่น การจัดซื้อยานเกราะลำเลียงพล หรือสไตรเกอร์ ลอต 2 จำนวน 50 คัน โครงการจัดซื้อปืนใหญ่ขนาด 155 มม. และ โครงการจัดซื้อปืนใหญ่ขนาด 105 มม.เป็นต้น



@@@.......ส่วนกองทัพอากาศ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มีโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่เพิ่มเติม และตั้งงบประมาณจำนวน 2,450 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นแบบ T-50TH ทดแทนเครื่องบินขับไล่/ฝึกแบบที่1 หรือ L-39 อีกจำนวน 4 เครื่อง เพื่อให้ครบ 1 ฝูงบิน หรือ 16 เครื่อง ตามโครงการต่อเนื่อง นอกจากนี้ได้ตั้งงบประมาณจำนวน 3,700 ล้านบาท ในการพัฒนาปรับปรุงขีดความสามารถในการส่งกำลังบำรุง และปรับสมรรถนะในเรื่องเทคโนโลยีและอุปกรณ์การฝึกเครื่องบินกริพเพน โดยเป็นงบประมาณผูกพัน 3 ปี เช่นกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพอากาศ และกำลังทางอากาศในภาพรวมของชาติ

@@@.......สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะต้องชี้แจงการใช้งบประมาณต่อสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะรมว.กลาโหม และหนึ่งในกระทรวงที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ก็คือ กระทรวงกลาโหม เนื่องจากเป็นกระทรวงที่ได้รับจัดสรรงบประมาณมากเป็นลำดับที่ 5 โดยงบประมาณปี 2563 กระทรวงกลาโหมเสนอขอใช้งบประมาณในวงเงิน 233,353,433,300 บาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 7.2 ของวงเงินงบประมาณ และคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1.5% ของ GDP เท่านั้น จากวงเงินที่รัฐบาลขอใช้ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง จำนวน 428,190.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.4 ของวงเงินงบประมาณ

@@@.......อย่างไรก็ตามสัดส่วนงบประมาณที่ กระทรวงกลาโหมได้รับจัดสรร มิได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยได้รับการจัดสรร ตัวเลขเงินที่เพิ่มขึ้น เป็นไปตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ สัดส่วนงบประมาณของทหารและกองทัพเพื่อการป้องกันประเทศต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ 1.5% GDP นี้ ในทางสากลถือว่า มิได้มากมายเกินความจำเป็น และถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องความมั่นคงด้วยซ้ำไป งบประมาณส่วนใหญ่ใช้เพื่อการรักษาสภาพ จัดหายุทโธปกรณ์ทดแทนของเก่าอายุกว่า 30 ปีใกล้สิ้นสภาพ งบลงทุนเพื่อการพัฒนาถือว่าน้อยมาก รวมทั้งการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยรุ่นใหม่ ๆ มีราคาสูง การจัดทำโครงการจะต้องดำเนินการล่วงหน้ายาวนาน และยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับเกณฑ์เพดานผูกพันงบประมาณตามที่กระทรวงการคลังกำหนดอีกด้วย

@@@.......ทั้งนี้ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในส่วนของกระทรวงกลาโหมนั้น เชื่อได้ว่าได้รับการพิจารณามาอย่างละเอียดรอบคอบ ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ มากมาย มิได้นึกอยากจะได้อะไรก็ร้องขอไปอย่างเดียว รายเอียดทั้งหมดมีที่มาที่ไป สอดคล้องกับแนวความคิดในการใช้กำลัง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์การป้องประเทศ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมือง ไม่เฉพาะด้านความมั่นคง แต่ความสมบูรณ์ในตัวของหน่วยทหาร สามารถใช้กำลังพล และยุทโธปกรณ์ ที่กองทัพถือครองอยู่ ไปสนับสนุนงานของรัฐบาล ช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติให้กับประชาชนคนในชาติ และภาระอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายได้อีกมากมาย อีกทั้ง งบลงทุนกับยุทโธปกรณ์หลักในวันนี้ จะถูกแปลงเป็นศักยภาพของชาติที่จะใช้ประโยชน์ต่อเนื่องไปอีกกว่า 20 ถึง 30 ปี แน่นอน เพื่อให้ความมั่นคงของประเทศได้รับการประกัน



@@@.......ปิดท้ายกันด้วยข่าว กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนพาครอบครัวไปร่วมกิจกรรมวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพผ่านเส้นทางธรรมชาติ สัมผัสกลิ่นไอ ป่าเขา สายน้ำ และวิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวไทยทรงดำในพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะสงครามเก้าทัพ ภายใต้ความร่วมมือการจัดงาน “ Siam Trail 2019” ในวันที่ 15 ธ.ค. 62 ที่ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ผู้ที่สนใจติดต่อรับสมัครได้ที่ www.siamtrail.com
...........................................

คอลัมน์ : รหัสมอร์สส่องกองทัพ
โดย "รหัสมอร์ส"

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 173