อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

ขบวน'พยุหยาตราทางชลมารค' งามสง่าสมพระเกียรติ

พสกนิกรชาวไทยปิติเฝ้ารับเสด็จ “ในหลวง” เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สุดสง่างามสมพระเกียรติ พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 19.00 น.


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงรับบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 และทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี

วันที่ 12 ธันวาคม 2562 เป็นวันสำคัญของชาติอีกวาระหนึ่ง เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและขบวนราบเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค เริ่มจากท่าวาสุกรีไปยังท่าราชวรดิษฐ์ เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนราบ เริ่มจากท่าราชวรดิฐ เข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรีพระบรมมหาราชวัง



ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจากทั่วทุกสารทิศต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง เฝ้ารับเสด็จชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและแสดงความจงรักภักดี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตลอดแนวสองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีประชาชนเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี จนถึงท่ารถไฟ โรงพยาบาลศิริราช สถานที่ต่างๆ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีการประดับธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ และประดับตกแต่งด้วยดอกไม้อย่างงดงาม

เวลา 15.30 น. รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนมายังท่าวาสุกรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จลงประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร กำลังพลฝีพายประจำเรือเคลื่อนขบวนออกจากท่าวาสุกรี มุ่งหน้าไปยังท่าราชวรดิษฐ์ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ต้นขบวนเรือถึงท้ายขบวนเรือมีความยาว 1.2 กิโลเมตร ความกว้างของขบวนเรือ 90 เมตร ตลอดเส้นทางของขบวนเรือในพระราชพิธีฯ มีเสียงเห่เรือเฉลิมพระเกียรติดังกึกก้องตลอดทั่วท้องน้ำเจ้าพระยา



การเสด็จพระราชดำเนินเรียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ เป็นขบวนพยุหยาตราใหญ่มีเรือในขบวนจำนวน 52 ลำ แบ่งขบวนเรือเป็น 3 สาย ขบวนเรือสายกลางเป็นสายพระราชญาณ มีเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช โปรดให้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 ประดิษฐานที่บุษบกในเรือ เพื่อเป็นสิริมงคลให้ประชาชนได้เคารพสักการะ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งลำทรง เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งรอง นอกจากนี้ยังมีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโม เป็นเรือกลองใน ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ พร้อมด้วยเรือตำรวจนอกและเรือตำรวจในเป็นเรือทำหน้าที่คุ้มกันขบวนเรือพระที่นั่ง

ขบวนเรือสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ ได้แก่ เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร ปิดท้ายด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นเรือคู่ชัก ขบวนเรือสายนอก ประกอบด้วยเรือดั้งและเรือแซงสายละ 14 ลำ



เมื่อขบวนพยุหยาตราทางชลมารคถึงท่าราชวรดิษฐ์แล้ว ริ้วขบวนราบยาตราออกจากท่าราชวรดิษฐ์ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรีเทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในครั้งนี้ มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ โดยมีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดสดแพร่ภาพออกอากาศ และมีสถานีโทรทัศน์ 10 สถานีเข้าร่วมการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ด้วย ซึ่งมีรถถ่ายทอดสัญญาณภาพใน 17 จุดตลอดแนวสองฟากฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยและการสื่อสารแห่งประเทศไทยร่วมกันวางโครงข่ายถ่ายทอดสัญญาณภาพออกอากาศใน 177 ประเทศทั่วโลก



การถ่ายทอดสดทางวิทยุกระจายเสียง กรมประชาสัมพันธ์เป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดวิทยุ โดยมีสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย คลื่น เอฟ.เอ็ม.92.5 เมกกะเฮิร์ท ถ่ายทอดเสียงภาคภาษาไทย และคลื่น เอฟ.เอ็ม. 88.0 เมกกะเฮิร์ท ถ่ายทอดเสียงภาคภาษาอังกฤษ

การเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีกรุงรัตนโกสินทร์ ได้แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของราชอาณาจักรไทยที่มีมายาวนานตั้งแต่ครั้งบูรพกษัตริย์ตามโบราณราชประเพณีที่มีมายาวนานกว่า 700 ปี
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 197