อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

เข้าแคมป์ ตอนที่ 3

ทั้ง ๆ ที่ทั่วร่างไม่มีอะไรปิดบังปกป้องความอุจาดเลย มันเดินใกล้ประตูไปตามลำดับด้วยอาการเหม่อลอย ผมเห็นท่าไม่ดี... จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00 น.


ห้องอาบน้ำที่เราใช้กันนั้นก็เป็นห้องน้ำประจำกองร้อย ซึ่งเขาออกแบบมาให้พลทหารใช้ คือ มีลักษณะเป็นห้องที่ภายนอกดูปกปิดมิดชิด แต่พอก้าวเท้าเข้าไปก็จะพบกับความโล่งแบบไร้พรมแดน กลางห้องมีที่กักน้ำขนาดใหญ่ก่อด้วยคอนกรีตมีน้ำอยู่เต็ม ใครจะอาบน้ำก็เอาขันจ้วงขึ้นมาราดร่างกาย ไม่มีที่กั้นใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนคนที่จะอาบนั้น หากใครดัดจริตทำเป็นรักนวลสงวนตัวแบบว่า ขาอ่อนชั้นก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นด้วยการนุ่งผ้าขาวม้าระหว่างอาบนั้นจะถูก "เพื่อนโห่" เอาทันที
 
เย็นวันหนึ่ง ระหว่างที่ผมกำลังอาบน้ำอยู่อย่างมีความสุขนั่นเอง ก็ได้ยินรุ่นพี่ 2 คนซึ่งอาบน้ำไปก็คุยกระหนุงกระหนิงกันไป ครั้นเมื่อ (แอบ) ตั้งใจฟังก็ทราบว่าพี่เขากำลังถกกันเรื่องหลักการเข้าตีของหน่วยทหารม้าอยู่ ผมจึงเท่ากับได้รับการติวระหว่างอาบน้ำไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าประการหนึ่ง

ถัดไปข้างๆ ผมก็มีเพื่อนอีกคนหนึ่งกําลังแปรงฟันไปเงียบๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังเงี่ยหูฟังพี่ 2 คน เขาคุยกันอยู่เช่นเดียวกัน และทันใดนั้นผมก็เห็นมันสะดุ้งและชะงักแปรงสีฟันที่กำลังคาปากฟองฟอดอยู่ท่าทางเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง ผมจึงเริ่มสังเกตอาการของไอ้เพื่อนคนนี้อย่างจริงจัง

ผมเห็นมันทำตาลอยคล้ายครุ่นคิดกังวลอะไรบางอย่าง สักพักก็ละมือจากด้ามแปรงปล่อยให้แปรงสีฟันคาอยู่ในช่องปากพร้อมคราบฟองขาวจากยาสีฟันดูน่าคลื่นไส้ จากนั้นก็ค่อยๆ หันหลังแล้วเริ่มออกเดิน ทำท่าจะมุ่งตรงไปยังประตูห้องอาบน้ำ...


 
แน่นอนทั้งๆ ที่ทั่วร่างไม่มีอะไรปิดบังปกป้องความอุจาดเลย มันเดินใกล้ประตูไปตามลำดับด้วยอาการเหม่อลอย ผมเห็นท่าไม่ดีเพราะอย่างไรก็รุ่นเดียวกัน ขืนปล่อยให้ทำอะไรไม่เข้าท่าออกไปก็จะเสียชื่อรุ่นซะเปล่าๆ จึงเดินตามมันไป แต่พอก้มลงมองตัวเองก็พบว่าไม่แตกต่างจากมัน จึงหันไปคว้าผ้าขาวม้าที่พาดไว้กับราวด้านหลังมานุ่งพอเป็นพิธี แล้วเดินตามมันไปจนทันกันที่ประตูห้องอาบน้ำ 

ผมดึงมือมันไว้ก่อนจะก้าวพ้นไปสู่ที่โล่งแล้วส่งเสียงถามพอได้ยินว่า

“มึงจะไปไหน...”

เพื่อนซึ่งผมไม่มีวันจะเอ่ยนามมันให้คุณทราบ ชะงักแล้วหันมาพูดอะไรอู้อี้ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ในลำคอ จนผมต้องดึงแปรงสีฟันของมันออกมาจากปาก ท่าทางมันเหมือนคนไร้สติจริงๆ ผมชักหวั่นๆ ว่านี่ติวกันจนเพี้ยนเลยหรือ

“ก็ที่พี่เขาพูดกันนั่นไง ไปเอามาจากไหนวะ กูไม่เคยได้ยิน...เลยกะว่าจะกลับไปเปิดตําราดูเสียหน่อย เดี๋ยวเกิดออกข้อสอบแล้วทำไม่ได้ขึ้นมาก็เสียดายตายเลย...” มันเฉลยอาการเบื้องต้นของโรคประสาทชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “วิตกจริต” ให้ผมทราบ ผมพยักหน้าด้วยความเห็นใจ

“แล้วมึงจะนุ่งผ้านุ่งผ่อนให้มันเรียบร้อยก่อนไม่ได้หรือ เดี๋ยวแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวแตกตื่นตายหง่า” ผมติงอย่างเกรงใจ มันก้มลงมองร่างกายท่อนล่างอันล่ำสันกำยำของมัน แล้วร้องอุทานด้วยซุ่มเสียงน่ารักว่า

“อุ๊ยตายยย...” 
..............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 86