อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563

เหมืองใต้ทะเล

จีนกำลังจะกลายเป็นประเทศแรกของโลก ที่เริ่มทำเหมืองแร่ก้นสมุทร จากการเปิดเผยของเลขาธิการองค์การก้นทะเลระหว่างประเทศ หรือ ไอเอสเอ (Inter-national Seabed Authority) หน่วยงานในสังกัดองค์การสหประชาชาติ ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลา 07.30 น.

   
  จีนกำลังจะกลายเป็นประเทศแรกของโลก ที่เริ่มทำเหมืองแร่ก้นสมุทร จากการเปิดเผยของเลขาธิการองค์การก้นทะเลระหว่างประเทศ หรือ ไอเอสเอ (Inter-national Seabed Authority) หน่วยงานในสังกัดองค์การสหประชาชาติ
      
   แต่อันดับแรกต้องรอให้กฎระเบียบระหว่างประเทศ ว่าด้วย “การแสวงหาประโยชน์” ผ่านการอนุมัติในปีหน้า เสียก่อน
      
   แร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ใต้ก้นทะเล เช่น นิกเกิล โคบอลท์ ทองแดง และแมงกานีส เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสมาร์ทโฟน แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกจำนวนมาก
        
   จนถึงขณะนี้ ไอเอสเอ ลงนามในข้อตกลง 30 ฉบับ กับรัฐบาล องค์กร และกลุ่มธุรกิจ เพื่อทำการสำรวจก้นมหาสมุทร หรือ ก้นทะเล เฉพาะจีนลงนามข้อตกลงกับ ไอเอสเอ 5 ฉบับ
      
    ไอเอสเอ ก่อตั้งเมื่อเดือน พ.ย. 2537 เพื่อควบคุมดูแลทรัพยากรใต้ทะเล ในเขตน่านน้ำสากล ภายใต้อนุสัญญาสหประชา ชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ อันคลอส (United Nations Convention on the Law of the Sea : UNCLOS) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงคิงส์ตัน ประเทศเกาะจาไมกา ในทะเลแคริบเบียน ปัจจุบันมีสมาชิก 168 ประเทศทั่วโลก
       
   ไอเอสเอ หวังว่าจะมีกฎระเบียบบังคับ สำหรับการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรใต้ก้นทะเล ภายในเดือน ก.ค. 2563 ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการร่าง
        
    ไมเคิล ลอดจ์ เลขาธิการไอเอสเอ กล่าวว่า คาดว่าจีนจะอยู่ในกลุ่มแรกสุดที่เริ่มทำเหมืองแร่ใต้สมุทร ปัจจุบันความต้องการแร่ธาตุเหล่านี้กำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่โลกกำลังปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า
      
   มีหลายประเทศในยุโรปให้ความสนใจ ต้องการเข้าร่วมการทำเหมืองใต้สมุทร เช่น เบลเยียม อังกฤษ เยอรมนี และโปแลนด์ นอกจากนั้นยังมีหลายประเทศในตะวันออกกลางด้วย
      
    แต่ยังไม่มีประเทศใดแสดงแผนโครงการให้เห็นว่า การทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึก คุ้มค่าการลงทุน นอกจากนั้น หลายองค์กรอิสระไม่เชื่อว่า กฎระเบียบการแสวงหาประโยชน์ จะบรรลุข้อตกลงกันได้ ภายในเป้าหมายเดือน ก.ค. ปีหน้า
        
  ลอดจ์บอกว่า ร่างกฎระเบียบใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ยังเหลือไม่กี่ประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และต้องผ่านการปรึกษาหารือจากหลายฝ่ายอย่างถี่ถ้วน อย่างเช่น จำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้ ไอเอสเอ สำหรับการสำรวจแหล่งแร่ใต้สมุทร ในเขตน่านน้ำสากล นอกอาณาเขตของแต่ละประเทศ
       
    ไอเอสเอต้องการได้ประมาณ 4–6 % จากมูลค่าแร่ธาตุทั้งหมด ตอนที่ถูกขุดเคลื่อนย้ายขึ้นจากทะเล
       
    เมื่อกฎระเบียบร่างเสร็จและผ่านการรับรอง ต้องใช้เวลาอีก 2–3 ปีสำหรับประเทศต่าง ๆ ในการรับใบอนุญาต เพื่อเริ่มทำเหมืองใต้สมุทรอย่างเป็นทางการ
       
    ที่ผ่านมา บริษัทนอติลุส มิเนอรัล ของแคนาดา เป็นบริษัทแรกของโลกที่พยายามทำเหมืองแร่ใต้ก้นทะเล สำรวจหาแร่ทองแดง ทองคำ สังกะสี และเงิน ใต้ทะเลอาณาเขตของประเทศปาปัวนิวกินี แต่เงินทุนหมดกลางคัน และร้องศาลขอคุ้ม ครองล้มละลายจากบรรดาเจ้าหนี้ เมื่อต้นปีนี้
        
   ความล้มเหลวของนอติลุส ไม่ได้หยุดยั้งความพยายามของบริษัทอื่น ๆ เช่น โกลบอล ซี มิเนอรัล รีซอร์ส หรือ จีเอสอาร์ บริษัทในเครือของกลุ่ม DEME ในเบลเยียม และบริษัท ดีพ กรีน ของแคนาดา ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนทดสอบและวิจัย
       
     บริษัทเหล่านี้พร้อมที่จะแข่งประมูลชิงสัมปทาน ทำเหมืองใต้ทะเล ทั้งจากไอเอสเอในเขตน่านน้ำสาสกล และในน่านน้ำ อาณาเขตของบรรดาประเทศติดทะเล ที่ไม่มีเงินทุนและเทคโนโลยีสูงพอที่จะทำได้เอง
        
   เดือน ก.ค.ปีนี้ กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อการอนุรักษ์ชื่อดัง  “กรีนพีซ” ออกโรงเรียกร้องต่อยูเอ็น ให้สั่งระงับกิจกรรมสำรวจแหล่งแร่ใต้สมุทร ในเขต “น่านน้ำสากลทั้งหมด” ไว้ก่อน เพื่อทำการศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล แต่ไอเอสเอ ปฏิเสธ บอกว่าทุกอย่างต้องเดินหน้า การแสวงหาประโยชน์อย่างเป็นทางการ จะเริ่มทันทีที่มีกฎระเบียบควบคุม และไอเอสเอ ออกใบสัมปทานให้.

.....................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29