อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มกราคม 2563

ทำไมชายพิการต้องขอทาน เหตุผลที่ฝังใจแสนเจ็บปวด

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตชายพิการวัย 65 ปี นั่งริมถนนบนสะพานกวักมือขอทาน หวังหาเงินประทัง 3 ชีวิต ดูแลน้องพิการเดินไม่ได้ และแม่แก่ชราวัย 91 ปี ฟังเหตุผลที่เก็บฝังใจจากอดีต ทำไมชีวิตเดินมาถึงจุดนี้ อาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00 น.


กลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตาของชาวบ้าน หมู่ 15 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาบริเวณสะพานห้วยน้ำขุ่น ตรงข้ามสนามยิงปืนเขาหมาก ถนนสายนครศรีธรรมราช-สามแยกสวนผัก กลับมี “ชายพิการ” ต้องใช้วอร์กเกอร์ช่วยพยุงเดินแบบ 4 ขา ออกมาจากบ้านอย่างอยากลำบาก ก่อนจะมานั่งริมถนนบนสะพานแห่งนี้ และคอยกวักมือเรียกผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาให้จอด
 
กลายเป็นคำถามตามมาและเกิดข้อสงสัยจากคนต่างถิ่นนอกพื้นที่ว่า...เหตุใดชายพิการคนนี้จึงต้องทำเช่นนั้น???
 


เนื่องจากว่าผู้ที่ขับรถไปมาส่วนใหญ่จะไม่แวะจอด เพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้ ขณะที่รถบางคันได้ขับเลยสะพานไปเล็กน้อย ก่อนจะจอดรถลงมาสอบถาม และให้เงินแก่ชายพิการคนนี้บ้าง 10-20 บาท
 
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมถนนให้ข้อมูลว่า พ่อเฒ่าพิการคนดังกล่าวชื่อ “ลุงอู๊ด” บ้านอยู่ริมถนนลึกเข้าไปจากสะพานห้วยน้ำขุ่นประมาณ 100 เมตร เป็นบ้านปูนหลังเล็ก ๆ เลขที่ 421/1 หมู่ 15 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช
 
เมื่อไปถึงพบกับ “ลุงอู๊ด” หรือ นายสนั่น ทองดี อายุ 65 ปี พิการขาไร้เรี่ยวแรงเดินไม่ได้ ข้อเท้าและนิ้วหยิกงอ และมีอาการคอเกร็งปากบิดเบี้ยวพูดไม่ชัด ส่วนภายในบ้านมีเสื้อผ้าเก่า ๆ และข้าวของเครื่องใช้ไม่กี่ชิ้น เท่าที่สังเกตพบว่าทรัพย์สินในบ้านที่มีค่ามากที่สุดน่าจะเป็นพัดลมตั้งโต๊ะสภาพเก่า 1 ตัว
 


ขณะที่บ้านไม้หลังเล็ก ๆ ใกล้เคียงกัน น่าแปลกว่าพบชายพิการแบบเดียวกับ “ลุงอู๊ด” อีกคนหนึ่ง ซึ่งเดินไม่ได้นั่งอยู่บนพื้นหน้าบ้าน ทราบว่าเป็นน้องชายชื่อ นายทิพมาศ ทองดี หรือ “ลุงทอก” อายุ 53 ปี แม้จะเดินไม่ได้แต่สามารถพูดจาได้อย่างชัดเจน ซึ่งอาศัยอยู่กับ นางถนอม ทองดี หรือ “ยายหนอม” อายุ 91 ปี ผู้เป็นแม่ที่ยังมีร่างกายยังแข็งแรงดี เดินได้ สายตามองเห็นและหูก็ได้ยินชัด พูดจาฉะฉานคล่องแคล่ว
 
คุณยายหนอม บอกว่า ตนมีลูกทั้งหมด 5 คน ภูมิลำเนาเดิมอยู่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ทว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยที่ อ.ร่อนพิบูลย์ ส่วนสามีก็ได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ตั้งแต่นั้นมาตนก็พยายามเป็นทั้งแม่และพ่อให้กับลูก ๆ และเลี้ยงดูทั้ง 5 คนเพียงลำพังจนมาถึงทุกวันนี้ ขณะที่ลูกสาวอีกคนซึ่งเป็นพี่ของลูกชายทั้ง 2 คน ก็ได้อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน แต่ก็มีฐานะคอนข้างลำบากไม่แตกต่างกัน



สำหรับ “ลุงอู๊ด” ไม่ได้พิการมาตั้งแต่กำเนิด แต่ความโชคร้ายเข้ามาในชีวิตจนทำให้เดินไม่ได้มากว่า 20 ปีแล้ว ส่วน “ลุงทอก ก็เช่นเดียวกันไม่ได้พิการมาแต่กำเนิด แต่เดินไม่ได้มาประมาณ 10 ปีแล้ว

สอบถามจาก “ลุงทอก” ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้เล่าให้ฟังว่า ทั้งตนและพี่ชายป่วยเป็น “โรคกล้าเนื้อและเส้นเอ็นอักเสบ” พี่ชายค่อนข้างเป็นหนักกว่าตนเพราะพูดจาไม่ชัด ส่วนตนเพิ่งป่วยได้ 10 ปีก่อน และเดินไม่ได้ต้องนั่งอยู่กับที่แบบนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่นับว่ายังโชคดีที่ตนยังพูดได้ชัดกว่าพี่ชาย
 
ทั้งนี้เนื่องจากบ้านไม้ที่อาศัยมาตั้งแต่เกิดหลังเล็กคับแคบและชำรุด ทางองค์การบริหารส่วนตำบลร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช จึงเข้ามาสร้างบ้านปูนหลังเล็กให้อยู่อาศัยอีกหนึ่งหลัง โดยให้ “ลุงอู๊ด” ได้อาศัย ส่วนหลังเดิมก็ให้ “ลุงทอก” อยู่ดูแลผู้เป็นแม่
 


อย่างไรก็ตามเหตุผลที่ “ลุงอู๊ด ต้องทำออกไปนั่งอยู่บริเวณสะพานห้วยน้ำขุ่น ได้รับคำตอบว่า...อยากมีรายได้หาเลี้ยงครอบครัวเหมือนในอดีตที่เคยทำงานรับจ้างได้เหมือนอย่างคนปกติทั่วไป แม้รายได้หลักของทั้ง 3 คนคือเงินช่วยเหลือผู้พิการและเบี้ยยังชีพคนชรา แต่ในทุก ๆ เช้า ลุงอู๊ดจะพยายามใช้วอร์กเกอร์ช่วยพยุงเดินแบบ 4 ขา พาร่างกายออกไปนั่งบนสะพานริมถนนทุกวัน ประมาณวันละ 2 ชม. ระหว่างเวลา 08.00-10.00 น. และจะคอยกวักมือเรียกผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาให้จอดและขอความ

แม้เส้นทางจากบ้านถึงสะพานแห่งนี้ จะมีระยะทางเพียง 100 เมตรเศษ แต่ก่อนถึงถนนปากซอยระยะ 20 เมตรจะเป็นทางลาดชัน ทำให้ “ลุงอู๊ด” ไม่สามารถใช้วอร์กเกอร์พยุงน้ำหนักตัวขึ้นทางลาดชันได้ บางครั้งชาวบ้านที่พบเห็นก็ช่วยพยุงขึ้นทางลาดชัน แต่ในบางครั้งไม่มีใครผ่านมา ก็จะนั่งลงไถก้นไปกับพื้นขึ้นทางลาดชันทีละนิดอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงขากลับต้องลงจากทางลาดชัน และบ่อยครั้งเกิดหมดแรงหรือเสียหลัก ร่างกายก็จะกลิ้งม้วนลงมาจากทางลาดชันเป็นที่น่าเวทนาสงสาร.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่ 

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 216