อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563

ความจำเป็น

รายงานผลการศึกษาวิจัยด้านความมั่นคงล่าสุด ทีมผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เผยแพร่เมื่อ 19 พ.ย.บอกว่า อิหร่านประสบความสำเร็จ ในการพัฒนากองกำลังขีปนาวุธ ซึ่งตอนนี้มีขนาดใหญ่และทรงประสิทธิภาพที่สุด พฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 07.30 น.


      รายงานผลการศึกษาวิจัยด้านความมั่นคงล่าสุดอีกชิ้น โดยทีมผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 พ.ย.บอกว่า อิหร่านประสบความสำเร็จ ในการพัฒนากองกำลังขีปนาวุธ ซึ่งตอนนี้มีขนาดใหญ่และทรงประสิทธิภาพที่สุด มากกว่าทุกประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้แต่อิสราเอล
     
      รายงานของสำนักข่าวกรองกลาโหม หรือ ดีไอเอ (Defense Intelligence Agency) หนึ่งในหน่วยงานข่าวกรองภายนอกของรัฐบาลกลางสหรัฐ เขียนว่า อิหร่านมีโครงการพัฒนาขีปนาวุธที่กว้างขวาง ขนาดและความทันสมัยเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้อิหร่านจะถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และถูกต่อต้านขัดขวางการพัฒนาขีปนาวุธทุกวิถีทางนานหลายทศวรรษ
  
    ผลการศึกษาระบุว่า อิหร่านถือว่าขีปนาวุธเป็นความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากขีดขั้นสมรรถนะของกองทัพอากาศมีขีดจำกัด เครื่องบินรบส่วนใหญ่ล้าสมัยตกยุค บางส่วนซื้อจากสหรัฐ สมัยที่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์พระองค์สุดท้าย โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ที่เป็นมิตรกับโลกตะวันตก และถูกโค่นล้มด้วยการปฏิวัติอิสลาม ในเดือน ก.พ. 2522
      
    ในเมื่อไม่มีกองกำลังทางอากาศที่ทันสมัย อิหร่านจำเป็นต้องมีขีปนาวุธ ที่สามารถโจมตีเป้าหมายในระยะไกล เพื่อป้องปรามบรรดาศัตรูในภูมิภาค นำโดยอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย ที่มีสหรัฐหนุนหลังอีกชั้น ไม่ให้คิดเล่นงานอิหร่านได้ง่าย ๆ
  
    อิหร่านพัฒนาขีปนาวุธหลายพิสัยการยิง รวมถึงระยะ 2,000 กิโลเมตร (1,250 ไมล์) ซึ่งยิงถล่มได้ถึงดินแดนอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย
      
    ปี พ.ศ. 2560 กองทัพอิหร่านเผยโฉมขีปนาวุธ “โคห์รัมชาห์” พิสัยยิงไกล 2,000 กิโลเมตร และสามารถติดตั้งหัวรบได้หลายหัวพร้อมกัน
      
   รายงานของเพนตากอนชิ้นนี้ นำออกเผยแพร่ในวันดียวกันกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทวีตข้อความว่า ขีปนาวุธโคห์รัมชาห์ของอิหร่าน ใช้เทคโนโลยีของเกาหลีเหนือ
  
   รายงานระบุอีกว่า อิหร่านใช้เงินงบประมาณด้านกลาโหมน้อยลง โดยตัวเลขใช้จ่ายด้านนี้ในปี พ.ศ. 2560 อยู่ที่ 20,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (624,787 ล้านบาท) ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน ๆ
  
    เศรษฐกิจอิหร่านตกอยู่ภายใต้การกดดันอย่างหนัก นับตั้งแต่ทรัมป์ตัดสินใจถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ระหว่างอิหร่านกับ 6 ชาติมหาอำนาจโลก บวกสหภาพยุโรป ในเดือน พ.ค. 2561 และประกาศคว่ำบาตรอิหร่านแบบครอบ คลุมครั้งใหม่ ในเดือน พ.ย. ปีเดียวกัน
  
      คริสเตียน ซอนเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญอิหร่านของ ดีไอเอ กล่าวเตือนผลกระทบ หากข้อห้ามคบค้าหรือส่งอาวุธให้อิหร่าน ถูกยกเลิกตามกำหนดในปีหน้า
      
     ข้อห้ามดังกล่าวจะหมดอายุลงในเดือน ต.ค. 2563 หรือ 5 ปีหลังการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ซึ่งจะทำให้อิหร่านได้โอกาสเสาะหาเทคโนโลยี เสริมขีดขั้นสรรพาวุธ ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้หลายทศวรรษที่ผ่านมา
  
     หน่วยข่าวกรองสหรัฐเชื่อว่า หลังข้อห้ามหมดอายุ อิหร่านจะมุ่งเน้นหาซื้อเครื่องบินรบและรถถังรุ่นใหม่ล้ำยุค โดยประเทศที่จะขายให้คงไม่หนี 2 พันธมิตรหลัก รัสเซียกับจีน
      
    อิหร่านบอกว่า จำเป็นต้องปรับปรุงขีดขั้นสมรรถนะด้านกลาโหม เพื่อป้องกันตนเอง และที่ผ่านมาโลกตะวันตกมีอคติ และเป็นปฏิปักษ์กับเตหะรานมาตลอด อย่างเช่นตอนสงคราม อิรัก-อิหร่าน ตะวันตกให้การสนับสนุน ซัดดัม ฮุสเซน หรือโครงการนิวเคลียร์ของอิสราเอล ที่แม้จะไม่ประกาศหรือคุยอวด แต่คนทั้งโลกรู้หมด และตะวันตกไม่เคยขัดขวางต่อต้าน เหมือนการขัดขวางนิวเคลียร์ของอิหร่าน.

....................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 19