อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

อุณหภูมิโลก

ผู้เชี่ยวชาญสภาพอากาศโลกกล่าวเตือนว่าอุณหภูมิโลกอาจปรับสูงขึ้นภายในศตวรรษนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง หลังจากที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่แล้ว         จันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562 เวลา 07.30 น.


   ผู้เชี่ยวชาญสภาพอากาศโลกกล่าวเตือนว่าอุณหภูมิโลกอาจปรับสูงขึ้นภายในศตวรรษนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง หลังจากที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่แล้ว
       
   นายเปตเตอรี ทาลาส เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่าอุณหภูมิโลกอาจปรับสูงขึ้น 3-5 องศาเซล เซียส ในระดับก่อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในศตวรรษนี้ ซึ่งสูงเกินสามเท่าตามที่เคยตกลงกันไว้ หากไม่ได้ทำอะไรเพื่อหยุดยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
        
   รายงานเรื่องช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นำออกเผยแพร่ก่อนการประชุมโลกร้อนของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 25 (COP25) ที่กรุงมาดริดในประเทศสเปนสัปดาห์นี้ (แทนชิลีที่ต้องขอยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพราะเหตุประท้วง) ระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อปีที่แล้วสูงมากเป็นประวัติการณ์ จำต้องหาทางกำหนดอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสในระดับก่อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมตามที่เคยตกลงกันไว้ในข้อตกลงปารีสเมื่อปี 2558 คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติได้เตือนไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากเป้าหมายไม่เป็นตามที่กำหนด เช่น การสูญเสียแนวปะการังเกือบจะทั้งหมดและน้ำแข็งละลายในทะเลใกล้ขั้วโลกเหนือ
       
     รายงานสรุปของโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติระบุด้วยว่า ภายใต้คำมั่นที่ประเทศต่าง ๆ ให้ไว้เพื่อที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นอุณหภูมิโลกคงจะสูงขึ้นได้ไม่เกิน 3.2 องศาเซลเซียสในศตวรรษนี้ ซึ่งจะนำมาซึ่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้างและความเสียหายอย่างมาก
        
    ผู้เขียนรายงานเรื่องช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จอห์น คริสเตียนเซ่น บอกในที่ประชุมว่า ในฐานะที่เป็นคุณปู่แล้ว ก็ไม่อยากจะปล่อยผลกระทบเช่นนี้ให้ลูกหลานได้รับไป การที่อุณหภูมิสูงขึ้น 3 องศาเซลเซียสอาจทำให้ต้องสูญเสียพื้นที่การเกษตรขนาดใหญ่ พื้นที่อย่างทวีปแอฟริกาซึ่งมีประชากรเพิ่มมากขึ้นจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก
       
     รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติระบุว่า อุณหภูมิโลกที่ปลอดภัยที่สุดตามที่ได้ตกลงกันไว้ในการประชุมโลกร้อนที่ปารีสคือ 1.5 องศาเซลเซียสยังคงสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ แต่จะต้องหาทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7.6% ต่อปี ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2020-2030 (พ.ศ. 2563-2573) แต่ถ้าต้องการกำหนดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียส ก็จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละ 2.7% นั่นหมายถึงต้องเปลี่ยนแปลงทั้งระบบในขณะนี้ เพื่อไม่ให้สัดส่วนตรงนี้เพิ่มขึ้น คือจะต้องเปลี่ยน แปลงทั้งสังคมให้ได้ภายใน 10 ปีข้างหน้านี้
        
    การปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ เช่น ตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งก็ยังไม่เกิดผลถึงระดับสูงสุดที่ควรจะเป็น ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ออกมาเท่ากับ 55.3 กิกะตัน
       
    คริสเตียนเซ่นผู้เขียนรายงานจึงอยากเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เช่น ตุรกี และรัสเซีย ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด รายงานยังระบุถึงสหรัฐอเมริกาว่าเป็นหนึ่งในประเทศรายใหญ่ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่นเดียวกับบราซิลและญี่ปุ่น ซึ่งยังไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์  ทรัมป์ ได้ขอถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส แต่เจ้าหน้าที่บางส่วนก็ไม่ได้มองผลจากการที่สหรัฐขอถอนตัวออกไป เพราะเชื่อว่ายังมีบางภาคส่วนเช่น รัฐและเมืองต่าง ๆ ยังคงยึดมั่นตามพันธกรณีที่จะต่อสู้กับภาวะโลกร้อน
       
  แม้กระนั้นก็ตาม อิงเกอร์ แอนเดอร์เซ่น ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติกล่าวขอร้องรัฐบาลสหรัฐให้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะข้างล่างไม่สามารถขยับได้ หลายอย่างยังอยู่บนโต๊ะเจรจา ซึ่งเราควรจะก้าวไปด้วยกันเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน หลายประเทศต้องเผชิญกับเส้นตายปี 2563 เรื่องข้อกำหนดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งหากเราทำเสียตั้งแต่ตอนนี้ อีก 10 ปีข้างหน้าก็จะง่ายขึ้น.

..................................
เลนซ์ซูม

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 51