อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

เข้าแคมป์ ตอนที่ 1

การเข้าแคมป์ของพวกเราก็คือการใช้เวลาตลอด 6 เดือนสุดท้ายนี้ในสถานที่จำกัดซึ่งเลือกแล้วด้วยกันตลอดเวลาวันละ 24 ชั่วโมง เพื่อใช้เวลาทุกวินาทีไปกับการติว... จันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น.


สมัยผมซึ่งใช้วิธีสอบคัดเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนเสนาธิการทหารบกนั้น ธรรมเนียมการปฏิบัติในช่วง 1 ปีก่อนกำหนดวันสอบคัดเลือกจะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนด้วยกันคือ 6 เดือนแรกจะกำหนดให้มีการ “ติว” วิชาที่จะสอบคัดเลือกกันสัปดาห์ละครั้งในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดานั้นแต่ละคนก็กลับไปปฏิบัติราชการที่หน่วยต้นสังกัดตามปกติ 

สถานที่สำหรับการติวของชุดผมอยู่ที่กองการศึกษา โรงเรียนนายร้อย จปร. ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการซึ่งพวกเราเคยใช้เป็นที่เรียนหนังสือตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยนั่นเอง (ปัจจุบันคือสำนักงานประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ-สน.กปร.)

ช่วงนั้นผมย้ายจากโรงเรียนทหารปืนใหญ่ ลพบุรี ไปอยู่ที่นครศรีธรรมราช ดังนั้น พอเย็นวันศุกร์ก็คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าโดดขึ้นรถทัวร์มาเช้าที่กรุงเทพฯ เข้าติวเสาร์อาทิตย์ พอเสร็จก็โดดขึ้นรถทัวร์กลับไปทำงานตามปกติในเช้าวันจันทร์ที่นครศรีธรรมราช  ประพฤติอยู่เช่นนี้ 6 เดือนเต็ม ๆ นับระยะทางคงได้เป็นหมื่นกิโลเมตรทีเดียว  

แน่นอนว่าไม่เพียงแต่ผมเท่านั้น เพื่อน ๆ ทุกคนก็ประพฤติเช่นเดียวกัน หลายคนอยู่ไกลและเดินทางยากลำบากมากกว่าผมเยอะ โดยเฉพาะพวกที่ยังคุมกำลังฐานปฏิบัติการในป่าเขา เข้าทีออกทีก็แสนจะยากลำบากและเสี่ยงภัย หลายคนจึงไม่สามารถมาเข้าติวได้ทุกเสาร์อาทิตย์  เพื่อน ๆ ต้องคอยช่วยติวให้ในภายหลัง 

ผ่านการติวแบบธรรมดามาครบ 6 เดือน ตอนนี้ก็เหลืออีก 6 เดือนสุดท้ายก่อนสอบพวกเราก็เข้าสู่การติวเข้มด้วยการ “เข้าแคมป์”



การเข้าแคมป์ของพวกเราก็คือการใช้เวลาตลอด 6 เดือนสุดท้ายนี้ในสถานที่จำกัดซึ่งเลือกแล้วด้วยกันตลอดเวลาวันละ 24 ชั่วโมง เพื่อใช้เวลาทุกวินาทีไปกับการติวจากอาจารย์และดูหนังสือ สภาพนี้หากอธิบายง่าย ๆ ก็คือเหมือนกลับมาอยู่โรงเรียนประจำด้วยกันตลอดเวลา 6 เดือนนี้นั่นเอง

นายทหารที่มารวมตัวกันจัดตั้งแคมป์ติวเหล่านี้ประกอบด้วยนายทหารที่จบจากโรงเรียนนายร้อย จปร.หลายรุ่นด้วยกัน รุ่นผมที่อาวุโสสูงสุดก็คือเตรียมนายร้อยรุ่นสุดท้ายและที่อาวุโสน้อยสุดก็เตรียมทหารรุ่น 7 รวมแล้วก็เป็นนายทหารรุ่นพี่รุ่นน้องที่ต่างกันถึง 8 รุ่น สถานที่เข้าแคมป์ของพวกเรานั้นคืออาคารสองชั้นของกองร้อยหลังหนึ่งในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ซอยสายลม ซึ่งทุกวันนี้ผ่านไปครั้งใดก็อดที่จะรำลึกถึงครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่มีวันลืมได้

เรื่องแรกที่อยากจะเน้นให้คนที่ไม่ได้เป็นทหารอย่างพวกเราได้รับรู้ก็คือว่า การที่ต้องมาอยู่ “โรงเรียนประจำ” ทั้ง 6 เดือนเช่นนี้ แน่นอนว่าเราต้องหายหน้าไปจากหน่วยงานต้นสังกัดตลอดระยะเวลา 6 เดือนทีเดียวโดยไม่มีการลา ถึงลาก็ลาไม่ได้เพราะโควตาวันลาในแต่ละปี ไม่ว่าลากิจ ลาป่วย แถมลาพักร้อนอีกต่างหาก รวมกันแล้วอย่างไรก็ไม่ได้ 6 เดือน

ระเบียบราชการทหารนั้น หายไป 3 วันถือว่า “ขาดราชการ” และครบ 7 วันเมื่อไหร่หน่วยก็จะจำหน่ายกลายเป็น “หนีราชการ” ทันทีซึ่งในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานรบกับ ผกค.อย่างยุคนั้น มีสิทธิขึ้นศาลทหารติดคุกหรือถูกปลดถูกไล่ออกเอาง่าย ๆ

ถึงวันนี้ก็ยังนึกถึงบุญคุณของทั้งรุ่นพี่และผู้บังคับบัญชาสมัยนั้นไม่หาย เพราะที่ท่านเหล่านี้ทั้งประเทศพร้อมใจกันกระทำคือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เสีย แถมก่อนจะมาเข้าแคมป์ไปอำลาท่านยังมีเงินก้นถุงมาช่วยค่าใช้จ่ายที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบกันเองอีกต่างหาก
..............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 92