อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

น้องชายไม่สู้กระทบความสุข ร่วมรักกับภรรยารุ่นลูกไม่ได้

ก่อนหน้าที่จะรู้ว่าเป็นเบาหวานนั้นอาการก็ยังพอใช้งานได้อยู่ อาการที่เกิดกับผมตอนนี้ส่งผลกระทบต่อความสุขทางเพศของผมอย่างมาก พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 00.15 น.


กราบเรียน คุณหมอ ดร.โอ ที่นับถือ
ปัจจุบันผมอายุ 69 ปี เมื่อช่วงปลายปี 2557 ผมเริ่มสังเกตว่าตัวเองมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยครั้งขึ้น กระหายน้ำ และดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ ต่อครั้ง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายไม่มีเรี่ยวแรง น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนหน้านี้ผมมีน้ำหนักมากมาก่อน ที่สำคัญเกิดแผลง่ายมากและหายช้า จึงไปหาหมอหมอตรวจเลือดพบว่าผมเป็นเบาหวาน และก็ให้การรักษาด้วยการกินยาลดน้ำตาล หลังจากนั้นได้ไม่นาน องคชาตของผมแข็งตัวได้แย่ลง จนไม่สามารถร่วมเพศได้ ก่อนหน้าที่จะรู้ว่าเป็นเบาหวานนั้นอาการก็ยังพอใช้งานได้อยู่ แต่ก็มีบางวันมีแข็งตัวช้าและไม่แข็งเต็มที่ อาการที่เกิดกับผมตอนนี้ส่งผลกระทบต่อความสุขทางเพศของผมอย่างมาก ผมไม่สามารถร่วมเพศกับภรรยาของผมได้เลย ยิ่งภรรยาของผมอายุคราวรุ่นลูกเธอมีความต้องการทางเพศเหลือหลายแต่ผมกลับยิ่งแย่ลงไม่สู้ จึงอยากให้คุณหมอช่วยแนะนำยากินที่สามารถรักษาอาการที่ผมเป็นอยู่ให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีเต็มที่ร่วมเพศกับภรรยาอาทิตย์หนึ่งสัก 1-2 ครั้งก็พอแล้วครับ

 
ด้วยความนับถือ
ขวัญ 69

ตอบ ขวัญ 69
ปัจจุบันนี้ การรักษาอาการอีดีด้วยยากินที่เป็นที่นิยมและเป็นยาอันดับต้น ๆ นั้นคือ อาการใช้ยากลุ่มพีดีอี 5 ไอ ซึ่งใช้รักษาอาการอีดีไม่ว่าอาการอีดีนั้น จะเกิดจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม โดยพบว่าประมาณร้อยละ 70 เท่านั้น เมื่อใช้ยากลุ่มพีอีดี 5 ไอ แล้วสามารถทำให้สมหวังและสามารถร่วมเพศได้ แต่ในผู้เป็นเบาหวานนั้น อัตราความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ลดลงอยู่ที่ร้อยละ 40-50 เท่านั้น สาเหตุอาจจะขาดสารไนตริก อ๊อกไวไซด์ ในหลอดเลือดที่อยู่ในองคชาตของกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานเอง หรืออาจเกิดจากระบบประสาทของผู้ป่วยเบาหวานผิดปกติ และการทำงานของเซลล์เอนโดธีเลียมผิดปกติไปจึงทำให้การรักษาด้วยยากินกลุ่มพีดีอี 5 ไอ เพียงอย่างเดียว ทำงานได้ไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร จึงได้มีการใช้กรดโฟลิกมารักษาอาการอีดีในผู้เป็นเบาหวานร่วมด้วยเพราะกรดโฟลิกจะช่วยฟื้นฟูสภาพของเซลล์เอนโดธีเลียมให้กลับมาทำงานได้อย่างปกติด้วยการไปเพิ่มความพร้อมทำงานของสารไนตริกออกไซด์ในผู้เป็นที่เบาหวาน

มีรายงานการวิจัยว่าการใช้กรดโฟลิก จะช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชันในเส้นเลือด และยังสามารถลดระดับโฮโมซีสเตอีน ในเลือดในรายที่มีระดับสูง ๆ ได้ ยังมีการศึกษาพบว่าได้มีการใช้ยากลุ่มพีดีอี 5 ไอ ชนิดซิลเดนาฟิลเพียงขนาดเดียวในการรักษาอาการอีดีเป็นเวลานาน 2 เดือนแล้วอาการไม่ดีขึ้นจึงได้มีการให้วิตามินบีหก และกรดโฟลิกเสริมนาน 6 สัปดาห์พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นจากคะแนนไอไออีเอฟที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นการใช้ยากินกลุ่มพีดีอีดี 5 ไอ วันเว้นวัน ร่วมกับการเสริมด้วยกรดโฟลิกขนาด 5 มิลลิกรัม ต่อวัน จะสามารถฟื้นฟูอาการอีดีในผู้เป็นเบาหวานได้ง่าย การ
แข็งตัวขององคชาตกลับมาแข็งตัวเต็มที่สามารถมีความสุขจากการร่วมเพศได้ดังเดิม การใช้ยาแต่ละชนิดในการรักษาอาการอีดีนั้น ผู้ใช้ควรจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ก่อนถึงจะเกิดผลดีและปลอดภัยต่อตัวคุณมากที่สุด.
..........................
ดร.โอ สุขุมวิท 51


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%