อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

คุณตา72กลุ้มป่วยเบาหวาน น้องชายเจ้ากรรมไม่แข็งตัว

คุณตาวัย72สุดกลุ้มความต้องการยังเต็มเปี่ยม แต่ป่วยเบาหวานทำน้องชายไม่แข็งตัว ใช้ยาเฉพาะกิจได้ผลแค่ช่วงแรกๆ แนะพบหมอเฉพาะทางรักษาอย่างถูกต้องสามารถเยียวยาให้กลับมามีสุขดังเดิมได้ อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562 เวลา 00.15 น.


เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ
ผมมีเรื่องที่อยากขอคำแนะนำจากคุณหมอเกี่ยวกับเรื่องการแข็งตัวขององคชาตครับ ปัจจุบันผมอายุ 72 ปี ป่วยเป็นเบาหวานมาตั้งแต่ปี 2556 หมอได้ให้ยาลดน้ำตาลมากิน หลังจากกินข้าวแล้วทุกวัน แต่น้ำตาลก็ไม่สามารถอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ต้องเข้าพบแพทย์ติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องตามนัด ที่ทุกข์ใจมากไปกว่านั้นคืออวัยวะเพศของผมไม่แข็งตัวที่จะร่วมเพศได้ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่ตรวจพบว่าเป็นเบาหวานแล้ว จนปัจจุบันต้องอาศัยการซื้อยาเฉพาะกิจมากิน กินช่วงแรกก็แข็งตัวจนน่าตกใจ บางคืนที่กินยาแข็งตัว 2-3 ครั้งได้ แต่หลังจากกินยาได้ไม่นานก็เริ่มสังเกตว่าการแข็งตัวไม่เหมือนช่วงแรกที่กิน บางวันก็ไม่แข็งเลย ผมจึงอยากได้ยาชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ดีมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ไม่ทราบว่าคุณหมอพอจะแนะนำให้ได้บ้างไหมครับ แม้อายุมากแต่ความอยากยังเหลืออยู่เยอะครับ

 
ด้วยความนับถือ
ษิณ 72

ตอบ ษิณ 72
ในกระบวนการแข็งตัวขององคชาตนั้น ปัจจัยที่สำคัญคือสารไนตริกอ๊อกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่จะถูกหลั่งมาโดยคำสั่งผ่านมาปลายประสาทเวลาถูกกระตุ้น สมองเมื่อถูกกระตุ้นทางเพศมีผลทำให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัวทำให้องคชาตเกิดการแข็งตัวตามมาแต่ในผู้ที่เป็นเบาหวาน จะพบว่ามีสารไนตริกอ๊อกไซด์ลดลง จึงทำให้เซลล์เอนโดธีเลียลและหลอดเลือดทำงานได้น้อยลง รวมไปถึงการมีระดับเอนไซม์ไนตริกอ๊อกไซด์ซินเทสลดลงจึงไม่สามารถสร้างสารไนตริกอ๊อกไซด์ออกมาได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชายที่เป็นเบาหวานเกิดอาการอีดีได้ง่าย

นอกจากนี้แล้วยังพบว่าระดับโฮโมซีสทีนที่สูงในเลือดยังมีผลโดยตรงต่อเซลล์เอนโดธีเลียลของหลอดเลือดทำให้มีการลดลงของสารไนตริกอ๊อกไซด์ด้วย มีการศึกษา พบว่าการใช้กรดโฟลิกในผู้ที่เป็นอีดีที่มีระดับโฮโมซีสเตอีนในเลือดสูง สามารถทำให้เซลล์เอนโดธีเลียลทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งกรดโฟลิกอาจสามารถควบคุมการสังเคราะห์ของเอนไซม์ไนตริกอ๊อกไซด์ซินเทส จึงทำให้การรักษาอาการอีดีด้วยยา

กลุ่มพีดีอี 5 ไอ เพียงอย่างเดียวในผู้ที่เป็นเบาหวานแล้วเกิดอาการอีดีมักจะไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร จากการศึกษาการใช้กรดโฟลิกร่วมกับยากลุ่มพีดีอี 5 ไอ ด้วยการใช้ยากลุ่มพีดีอี 5 ไอ ขนาด 10 มิลลิกรัม วันเว้นวัน ร่วมกับกรดโฟลิกขนาด 5 มิลลิกรัมทุกวัน จะช่วยให้อาการอีดีฟื้นฟูได้ดีขึ้น การแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น และดีกว่าการได้รับยากลุ่มพีดีอี 5 ไอ เพียงอย่างเดียว มีผู้ป่วยอีดีที่เกิดจากเบาหวานจำนวนไม่น้อยที่มักจะซื้อยากินเอง ผลสุดท้ายอาการที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีขึ้น เพราะการขาดความรู้เรื่องการใช้ยารักษาอีดี.
...............................
ดร.โอ สุขุมวิท 51


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%