อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563

ศก.ปีหน้าเผาจริง!จริงมั๊ย? รัฐบาลต้องเร่งโชว์ฝีมือ!!

สัปดาห์นี้สะท้อนสถานการณ์ "เศรษฐกิจฝืดเคือง" เผลอๆ ปีหน้ายิ่งไปกันใหญ่ หวังรัฐบาลจะแสดงศักยภาพให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ จันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.00 น.


“ปีหน้า ปี 63 เผาจริงแน่” ฟังแล้วห่อเหี่ยวจริง ๆ ค่ะ เวลานี้เดินไปทางไหน พ่อค้า...แม่ค้า...บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “เศรษฐกิจฝืดเคืองเสียจริง”

หันไปทางนักวิชาการ กูรู นักธุรกิจ ต่างบ่นกันอุบ เศรษฐกิจไร้วี่แววข่าวดี เผลอ ๆ ปีหน้า ปี 63 ยิ่งไปกันใหญ่ ทำเอา “ความเชื่อมั่น” ในเวลานี้ หดหู่

เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว สาเหตุหนึ่งมาจาก “วิกฤติยูโรโซน” ขณะที่ประเทศยักษ์ใหญ่ทั้ง สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดหลักของไทย ซวนเซไปด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “ผู้ส่งออกไทย” ถูกกระทบเป็นลูกโซ่ ตามกันไปด้วย



แม้รัฐบาลออกมาตรการสารพัด โดยเฉพาะ “ชิมช้อปใช้” 1 หมื่นล้านบาทออกมา หวังประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงหลังไม่ให้ดิ่งเหวลงไปมากกว่านี้ แต่อย่างว่า...เงินหมื่นล้านบาทก็แพร่บเดียวเท่านั้นหมด

ถามว่า...ช่วยประคับประคองจีดีพีให้ได้ไว้ที่ 3% หรือเปล่า ถ้าหากวัดกันตามหลักสถิติ ดีดนิ้วเคาะแบบไว ๆ ก็คงช่วยประคับประคองไว้ให้ได้ แต่ของจริงก็ต้องรอตัวเลขชัด ๆ ในการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ ในต้นปีหน้าที่จะสรุปตัวเลขปี 62

ส่วนวันจันทร์นี้ (18 พ.ย.) จะสรุปตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 ที่ออกอาการหนักไม่เบา รวมทั้งคาดการณ์ไตรมาสสุดท้าย เศรษฐกิจทั้งปี 62 และคาดการณ์ ปี 63

โครงการประคับประคองเศรษฐกิจ แม้ได้รับการตอบรับดีเกินคาด แต่ก็แค่ออกฤทธิ์ระยะสั้นเท่านั้น ปลุกกำลังซื้อได้เพียงชั่วคราว เช่นเดียวกับโครงการ ”ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” ที่ดูเหมือนว่าเงียบหายไปกับสายลม

เหลืออีกเพียง 44 วัน จะหมดปี 62 ไปแล้ว ส่วนปี 63 ยังมีสารพัดความเสี่ยง ทั้งความเสี่ยงเศรษฐกิจการเมือง ที่แว่วว่าเดือนเม.ย.นี้มีปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแน่ ๆ



หากดูกระแสข่าวในเวลานี้ ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม ถูกแซะเก้าอี้กันเป็นระลอก ๆ จะจากฝีมือพวกเดียวกัน หรือฝ่ายตรงข้ามก็ตามทีเถอะ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสงครามการค้าของพี่เบิ้มทั้ง 2 ฟาก สหรัฐและจีน ที่พร้อมประทุขึ้นมาได้ตลอดเวลา หรือแม้แต่เศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ค่าเงินบาทที่แข็งโป๊ก

ส่วนการบริโภค การลงทุนในประเทศ ยังโงหัวไม่ขึ้น จึงน่าเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจไทยน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่คาดการณ์กันว่าเติบโต 1-2%

ไม่เพียงเท่านี้เรื่องของ “ดิสรัปชั่น” หรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว  ก็ยังมีอยู่ให้เห็น บางรายปรับตัวได้ทันก็รอดไป บางรายปรับตัวไม่ทันก็จะอาการหนัก

เห็นได้จากการปิดกิจการของบริษัท โรงงานอุตสาหกรรม ที่ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึง 12 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการยื่นขอปิดกิจการ 1,391 แห่ง โดยมีการเลิกจ้างงานไป 35,533 คน

แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังมีการขอเปิดกิจการใหม่มากถึง 2,889 แห่ง หากเทียบกับการปิดกิจการ แล้วก็พบว่าอัตราการเปิดโรงงานใหม่กับการปิดกิจการนั้นสูงกว่าถึง 107%

กระทรวงอุตสาหกรรมยังรายงานอีกว่า เมื่อเทียบจำนวนแรงงานที่ถูกเลิกจ้างไปจากการปิดโรงงาน กับจำนวนการว่าจ้างแรงงานเพิ่ม จะพบว่ามีสูงถึง 84,704 คน และยังมีโรงงานอีกหลายแห่งที่ต้องการรับแรงงานเพิ่มเติมอีก



ไม่เพียงเท่านี้ยังมีการลงทุนใหม่จากการประกอบกิจการใหม่และการขยายกิจการโรงงานเดิม พบว่าในปี 62 มีเงินลงทุนเพิ่มเติมในกิจการโรงงานถึง 431,216 ล้านบาท สูงกว่าปีแล้วถึง 36.6%

ด้วยเหตุนี้!!!การเตรียมรับมือเศรษฐกิจปีหน้า จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งของรัฐบาล เพราะอย่าลืมว่าคะแนนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ยังกู่ไม่กลับ ประชาชนไม่ปลื้ม

การมีอำนาจของรัฐบาล...หากไม่มองเป้าหมายมาที่ประชาชนคนไทย..แต่กลับไปมองที่ “ผลประโยชน์” เป็นหลัก เชื่อเถอะว่าไปไม่ไกลแน่

บรรดากูรู หลายค่าย ย้ำไว้ชัดเจนว่า ปีหน้า 63 เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ไม่ดี โดยเฉพาะในไตรมาสแรก และไตรมาส 2 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัว แต่ในทางกลับกัน หากผ่านไตรมาส 2 ไปแล้ว เศรษฐกิจยังโงหัวไม่ขึ้น แล้วยังมีปัญหาจากการเมืองในประเทศเข้าร่วมด้วย

กูรูย้ำชัด ๆ เลยค่ะ...โอกาสการเข้าสู่ภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” จะมีให้เห็นแน่นอน แหม...ได้ยินได้ฟังแล้ว ข่าวร้ายชัด ๆ ใจจดใจจ่อกันแน่ ๆ คงได้แต่หวังว่า... รัฐบาลจะแสดงศักยภาพให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ ไม่ใช่มัวแต่ “ฟัดกัน” เพื่อแย่งอำนาจ.
.......................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 98