อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563

ศก.ปีหน้าเผาจริง!จริงมั๊ย? รัฐบาลต้องเร่งโชว์ฝีมือ!!

สัปดาห์นี้สะท้อนสถานการณ์ "เศรษฐกิจฝืดเคือง" เผลอๆ ปีหน้ายิ่งไปกันใหญ่ หวังรัฐบาลจะแสดงศักยภาพให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ จันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.00 น.


“ปีหน้า ปี 63 เผาจริงแน่” ฟังแล้วห่อเหี่ยวจริง ๆ ค่ะ เวลานี้เดินไปทางไหน พ่อค้า...แม่ค้า...บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “เศรษฐกิจฝืดเคืองเสียจริง”

หันไปทางนักวิชาการ กูรู นักธุรกิจ ต่างบ่นกันอุบ เศรษฐกิจไร้วี่แววข่าวดี เผลอ ๆ ปีหน้า ปี 63 ยิ่งไปกันใหญ่ ทำเอา “ความเชื่อมั่น” ในเวลานี้ หดหู่

เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว สาเหตุหนึ่งมาจาก “วิกฤติยูโรโซน” ขณะที่ประเทศยักษ์ใหญ่ทั้ง สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดหลักของไทย ซวนเซไปด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “ผู้ส่งออกไทย” ถูกกระทบเป็นลูกโซ่ ตามกันไปด้วย



แม้รัฐบาลออกมาตรการสารพัด โดยเฉพาะ “ชิมช้อปใช้” 1 หมื่นล้านบาทออกมา หวังประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงหลังไม่ให้ดิ่งเหวลงไปมากกว่านี้ แต่อย่างว่า...เงินหมื่นล้านบาทก็แพร่บเดียวเท่านั้นหมด

ถามว่า...ช่วยประคับประคองจีดีพีให้ได้ไว้ที่ 3% หรือเปล่า ถ้าหากวัดกันตามหลักสถิติ ดีดนิ้วเคาะแบบไว ๆ ก็คงช่วยประคับประคองไว้ให้ได้ แต่ของจริงก็ต้องรอตัวเลขชัด ๆ ในการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ ในต้นปีหน้าที่จะสรุปตัวเลขปี 62

ส่วนวันจันทร์นี้ (18 พ.ย.) จะสรุปตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 ที่ออกอาการหนักไม่เบา รวมทั้งคาดการณ์ไตรมาสสุดท้าย เศรษฐกิจทั้งปี 62 และคาดการณ์ ปี 63

โครงการประคับประคองเศรษฐกิจ แม้ได้รับการตอบรับดีเกินคาด แต่ก็แค่ออกฤทธิ์ระยะสั้นเท่านั้น ปลุกกำลังซื้อได้เพียงชั่วคราว เช่นเดียวกับโครงการ ”ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” ที่ดูเหมือนว่าเงียบหายไปกับสายลม

เหลืออีกเพียง 44 วัน จะหมดปี 62 ไปแล้ว ส่วนปี 63 ยังมีสารพัดความเสี่ยง ทั้งความเสี่ยงเศรษฐกิจการเมือง ที่แว่วว่าเดือนเม.ย.นี้มีปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแน่ ๆ



หากดูกระแสข่าวในเวลานี้ ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม ถูกแซะเก้าอี้กันเป็นระลอก ๆ จะจากฝีมือพวกเดียวกัน หรือฝ่ายตรงข้ามก็ตามทีเถอะ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสงครามการค้าของพี่เบิ้มทั้ง 2 ฟาก สหรัฐและจีน ที่พร้อมประทุขึ้นมาได้ตลอดเวลา หรือแม้แต่เศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ค่าเงินบาทที่แข็งโป๊ก

ส่วนการบริโภค การลงทุนในประเทศ ยังโงหัวไม่ขึ้น จึงน่าเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจไทยน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่คาดการณ์กันว่าเติบโต 1-2%

ไม่เพียงเท่านี้เรื่องของ “ดิสรัปชั่น” หรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว  ก็ยังมีอยู่ให้เห็น บางรายปรับตัวได้ทันก็รอดไป บางรายปรับตัวไม่ทันก็จะอาการหนัก

เห็นได้จากการปิดกิจการของบริษัท โรงงานอุตสาหกรรม ที่ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึง 12 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการยื่นขอปิดกิจการ 1,391 แห่ง โดยมีการเลิกจ้างงานไป 35,533 คน

แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังมีการขอเปิดกิจการใหม่มากถึง 2,889 แห่ง หากเทียบกับการปิดกิจการ แล้วก็พบว่าอัตราการเปิดโรงงานใหม่กับการปิดกิจการนั้นสูงกว่าถึง 107%

กระทรวงอุตสาหกรรมยังรายงานอีกว่า เมื่อเทียบจำนวนแรงงานที่ถูกเลิกจ้างไปจากการปิดโรงงาน กับจำนวนการว่าจ้างแรงงานเพิ่ม จะพบว่ามีสูงถึง 84,704 คน และยังมีโรงงานอีกหลายแห่งที่ต้องการรับแรงงานเพิ่มเติมอีก



ไม่เพียงเท่านี้ยังมีการลงทุนใหม่จากการประกอบกิจการใหม่และการขยายกิจการโรงงานเดิม พบว่าในปี 62 มีเงินลงทุนเพิ่มเติมในกิจการโรงงานถึง 431,216 ล้านบาท สูงกว่าปีแล้วถึง 36.6%

ด้วยเหตุนี้!!!การเตรียมรับมือเศรษฐกิจปีหน้า จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งของรัฐบาล เพราะอย่าลืมว่าคะแนนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ยังกู่ไม่กลับ ประชาชนไม่ปลื้ม

การมีอำนาจของรัฐบาล...หากไม่มองเป้าหมายมาที่ประชาชนคนไทย..แต่กลับไปมองที่ “ผลประโยชน์” เป็นหลัก เชื่อเถอะว่าไปไม่ไกลแน่

บรรดากูรู หลายค่าย ย้ำไว้ชัดเจนว่า ปีหน้า 63 เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ไม่ดี โดยเฉพาะในไตรมาสแรก และไตรมาส 2 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัว แต่ในทางกลับกัน หากผ่านไตรมาส 2 ไปแล้ว เศรษฐกิจยังโงหัวไม่ขึ้น แล้วยังมีปัญหาจากการเมืองในประเทศเข้าร่วมด้วย

กูรูย้ำชัด ๆ เลยค่ะ...โอกาสการเข้าสู่ภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” จะมีให้เห็นแน่นอน แหม...ได้ยินได้ฟังแล้ว ข่าวร้ายชัด ๆ ใจจดใจจ่อกันแน่ ๆ คงได้แต่หวังว่า... รัฐบาลจะแสดงศักยภาพให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ ไม่ใช่มัวแต่ “ฟัดกัน” เพื่อแย่งอำนาจ.
.......................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 100