อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563

อีโว โมราเลส

อีโว โมราเลส เป็นประธานาธิบดีแห่งโบลิเวียผู้ครองอำนาจยาวนานที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา จนกระทั่งต้องลาออกจากตำแหน่งด้วยความอดสูเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.30 น.


     อีโว โมราเลส เป็นประธานาธิบดีแห่งโบลิเวียผู้ครองอำนาจยาวนานที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา จนกระทั่งต้องลาออกจากตำแหน่งด้วยความอดสูเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังผ่านมาหลายสัปดาห์กับการชุมนุมประท้วงอย่างรุนแรงกับการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีซึ่งมีการตรวจพบการทุจริตเลือกตั้ง
       
     เขาเป็นคนอัยมาราหรือชนพื้นเมืองในเทือกเขาแอนดีสซึ่งเติบโตขึ้นมาจากที่ราบสูงแห่งโบลิเวีย เคยเป็นคนเลี้ยงลามะ คนปลูกโกโก้และผู้นำแรงงานฝ่ายซ้าย จนกระทั่งก้าวขึ้นสู่อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีที่เป็นชนพื้นเมืองคนแรกของประเทศในเดือน ม.ค. 2549
    
      ชัยชนะของเขาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเลือกตั้งสูงสุด แต่คณะกรรมการชุดนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพื่อขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาต่อไปจนถึงปี 2568 ซึ่งก็จะทำให้เขาได้อยู่ในอำนาจติดต่อกันไปถึง 19 ปี
  
       แต่ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งจากองค์การรัฐอเมริกันซึ่งทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบการเลือกตั้งที่เป็นปัญหาและข้อขัดแย้ง พบว่า มีการกระทำผิดระเบียบหลายอย่างในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ประธานาธิบดีโมราเลสประกาศว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ก็ตัดสินใจลาออกในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ผู้นำกองทัพและตำรวจออกมาร่วมกันเรียกร้องให้เขาลาออก
       
    ประธานาธิบดีโมราเลสในวัย 60 ปีจึงเป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายซ้ายคนล่าสุดที่ต้องพ้นจากตำแหน่งไป หลังจากที่เคยก้าวขึ้นสู่อำนาจ ในภูมิภาคลาตินอเมริกายุคปี  2543 เป็นต้นมา เพราะรัฐบาลฝ่ายซ้ายในหลายประเทศของภูมิภาคนี้ก็ต้องหมดอำนาจไปเพราะการคืนสู่อำนาจของนักการเมืองแนวอนุรักษนิยมเช่นในประเทศบราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี และเอกวาดอร์ แม้ว่าฝ่ายซ้ายเปรองนิสต์ของอาร์เจนตินาเพิ่งจะกลับมาชนะเลือกตั้งได้เมื่อเดือนที่แล้วท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ
      
     สมัยประธานาธิบดีโมราเลสนั้นโบลิเวียประสบผลสำเร็จในการต่อสู้กับปัญหาความยากจนและหิวโหย เพราะโบลิเวียมีแก๊สสำรองมากเป็นอันดับสองในภูมิภาครองจากเวเนซุเอลา แล้วยังมีลิเทียมสำรองมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก เศรษฐกิจของโบลิเวียเติบโตขึ้นมากกว่าสามเท่าในช่วง 13 ปีที่เขาเป็นผู้นำประเทศ
     
     อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ความวุ่นวายทางสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลาออกนั้น ฝ่ายต่อต้านกล่าวหาว่าเขาปล่อยให้เกิดการทุจริตขึ้นมา และลงทุนในโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคแทนที่จะเป็นการสาธารณสุขและการศึกษา อีกกรณีหนึ่งที่เห็นได้คือการตัดสินใจของเขาเมื่อปีที่แล้ว ในการย้ายที่ทำการรัฐบาลแห่งใหม่ไปอยู่ในย่านหรูหราที่มีตึกระฟ้าของกรุงลาปาซ
      
    แม้จะเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ยากจนที่สุดของภูมิภาคลาตินอเมริกา แต่อัตราความยากจนของโบลิเวียก็ลดลงด้วย จากร้อยละ 45 ของประชากรในปี 2553 เหลือร้อยละ 35 ในปี 2561 ตามรายงานของธนาคารโลก
       
    แต่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็ตำหนิเขาว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดไฟป่าคร่าพื้นที่ไปกว่า 10 ล้านเอเคอร์ของป่าไม้และทุ่งหญ้า เพราะกฎหมายที่ออกในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโมราเลสนั้นส่งเสริมให้ตัดไม้ทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรม
       
   ประธานาธิบดีโมราเลสไม่เคยเข้าเรียนระดับวิทยาลัยและมักจะมีอุปสรรคเวลาอ่านสุนทรพจน์ต่อหน้าประชาชน ดังนั้นเขาจึงมักจะด้นสดโดยกล่าวถึงวลีหรือประโยคของการก้าวข้ามปัญหาเศรษฐกิจมาได้ในสมัยรัฐบาลของเขา
        
   ก่อนที่จะชนะอย่างฉิวเฉียดกับการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนที่แล้วนั้น ประธานาธิบดีโมราเลสชนะเลือกตั้งมาแล้วสองสมัยซ้อนด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ แต่ก็แพ้การลงคะแนนเสียงแสดงประชามติเมื่อปี 2559 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 ได้ และเมื่อไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ดังกล่าว พรรคการเมืองของเขาจึงยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า มีแต่พรรคพวกและผู้สนับสนุนเขา ซึ่งก็ได้มีคำวินิจฉัยออกมาว่า เขาสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยที่ 4 ได้ จุดนี้เองที่เป็นชนวนเหตุให้มีการประท้วงต่อต้านและข้อกล่าวหาการทุจริตจากพรรคฝ่ายค้านซึ่งมีผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคือนายคาร์ลอส เมซา อดีตประธานาธิบดีโบลิเวีย ทำให้ประธานาธิบดีโมราเลสต้องเผชิญกับการเลือกตั้งอย่างสูสีที่สุด
    
      แม้ประธานาธิบดีโมราเลสจะขอเวลาอีก 5 ปีจากประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งว่า ขอทำงานในโครงการใหญ่ให้เสร็จสิ้นก่อนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในลาตินอเมริกา แต่ก็ไม่เป็นผล.

...................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24