อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

พลังงานอาเซียน

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เร่งแผนเก็บเกี่ยวพลังงานจากดวงอาทิตย์ ในระยะหลายปีข้างหน้า จากที่ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้า ในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการ ถูกกว่าโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ จันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.30 น.

       กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเร่งแผนเก็บเกี่ยวพลังงานจากดวงอาทิตย์ ในระยะหลายปีข้างหน้า จากการที่ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้า ในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการ ถูกกว่าโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ
      
     ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดว่าความต้องการใช้พลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า ภายในปี พ.ศ. 2583 กำลังตื่นตัวขยายส่วนแบ่งแหล่งพลังงานหมุนเวียน ในขณะที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก พยายามหาแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าราคาถูกกว่า พร้อมกับการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก หรือ ภาวะโลกร้อน
     
     จากการประเมินของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของบริษัทที่ปรึกษา Wood Mackenzie คาดว่า กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลส์แสงอาทิตย์โดยรวมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะสูงขึ้นเกือบ 3 เท่า เป็น 35.8 กิกะวัตต์ (1 กิกะวัตต์เท่ากับ 1,000 ล้านวัตต์) ในปี พ.ศ. 2567 จากประมาณ 12.6 กิกะวัตต์ในปีนี้ (2562)
     
     ริชาบ เชษฐา นักวิเคราะห์พลังงานและพลังงานหมุนเวียนของวู้ด แม็คเคนซี่ เผย เวียดนามเป็นเจ้าแห่งเซลส์แสงอาทิตย์ในอาเซียน มีกำลังการผลิตรวม 5.5 กิกะวัตต์ในปีนี้ หรือคิดเป็นอัตรา 44% ของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลส์แสงอาทิตย์ทั้งหมดในภูมิภาค เพิ่มขึ้นจาก 134 เมกะวัตต์ (1 เมกะวัตต์เท่ากับ 1 ล้านวัตต์) เมื่อปีที่แล้ว
      
     อีกหนึ่งสัญญาณสดใส สำหรับอุตสาหกรรมผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ในอาเซียนคือ มาเลเซีย หลังการประมูลโครง การเซลส์แสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิต 500 เมกะวัตต์ เมื่อไม่นานมานี้ โดย 365 เมกะวัตต์ในโครงการ ประมูลในราคาต่ำกว่าราคาเฉลี่ย ของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติของประเทศ จากการเปิดเผยของ นางเยียว บี หยิน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมาเลเซีย
      
  นางเยียว กล่าวต่อที่ประชุมพลังงานระหว่างประเทศ Singapore International Energy Week ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปลายเดือน ต.ค. ว่า นับเป็นครั้งแรกในประวัติ ศาสตร์ของมาเลเซีย ที่ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ราคาถูกกว่าการผลิตจากก๊าซธรรมชาติ
       
   นางเยียวบอกว่า ในที่สุดตอนนี้มาเลเซียได้ข้อสรุป พบพลังงานทางเลือกราคาถูกกว่าก๊าซธรรมชาติ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานสูงสุดในช่วง
เที่ยงวัน
      
     รัฐบาลมาเลเซียเตรียมตั้งเป้าหมาย เพิ่มพลังงานหมุนเวียนในการผลิตกระแสไฟฟ้า จากปัจจุบัน 6% เป็น 20% ภายในปี พ.ศ. 2568 โดยส่วนใหญ่ของพลังงานหมุนเวียนที่ว่านี้จะมาจากแสงอาทิตย์
       
     ทางการมาเลเซียยังมีแผนเปิดประมูล การผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ อีกอย่างน้อย 500 เมกะวัตต์ ในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า หรือประมาณเดือน เม.ย. – มิ.ย. 2563
       
    ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้ตั้งเป้าหมาย ผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ให้ได้อย่างน้อย 2 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573 หรือกว่า 10% ของปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศสูงสุดในปัจจุบัน และจะเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนก๊าซธรรมชาติ ที่ใช้ผลิตพลังงาน 95% ของประเทศในขณะนี้
       
    ฟรานเซสโก ลา คาเมรา ผู้อำนวยการ ทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ หรือ ไอรีนา (International Renewable Energy Agenc : IRENA) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)  ทิศทางนโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ ถือว่าน่าสนใจมาก ในการไปสู่ความเป็นประเทศเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ในยุคที่ทั่วโลกพยายามจำกัดปริมาณคาร์บอน
       
    ส่วนไคสุเกะ ซาดะโมริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและความมั่นคงด้านพลังงาน ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) กล่าวว่า จำเป็นต้องมีมาตรการที่ดี เพื่อรับประกันว่า นักลงทุนจะได้เงินกลับคืน “ในช่วงเวลาที่ค่อนข้างเหมาะสม”.

.......................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 46