อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563

การเมืองแตกแยกพาไทยดิ่ง เศรษฐกิจเข็นไม่ขึ้นรอชีช้ำ

สัปดาหานี้การเมืองแตกแยกการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ต่างคนต่างไป พาไทยดิ่งเหว เศรษฐกิจเข็นไม่ขึ้นรอชีช้ำ ไม่เกิน เม.ย. ปี63 คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลง จันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.00 น.


ช่วงนี้ต้องขอบอกว่า…กระแสข่าวการปลดคนงานโรงงานปิดกิจการบริษัทปิดตัวเองธุรกิจหนี้พุ่งกำไรหดหาลูกค้าไม่ได้ยอดขายลดขายของไม่ออกและอีกสารพัดปัญหากำลังทยอยออกมาให้เห็นกันเป็นแถว

ด้วยเพราะ "พิษเศรษฐกิจ" ที่บรรดาเถ้าแก่โรงงานรายเล็กรายน้อยรายใหญ่ต่างทนปัญหาไม่ไหวหลายรายต้องอัปเปหิตัวเองออกจากวงการจากลากันไปมากมาย

ไม่เพียงเท่านี้!! อีกสารพัดข่าวคราวทางด้านเศรษฐกิจก็มีออกมาทำร้ายจิตใจกันแทบไม่หยุดหย่อนเรียกได้ว่า เป็นการส่งสัญญาณเตือนอนาคตอันใกล้ว่ามีแต่หนทางริบหรี่…

แม้ว่าบรรดาพรรคการเมืองต่างเร่งทำผลงาน ต่างเร่งกู้คะแนนเสียงของตัวเองกลับมา เพื่อให้เกิดความไว้วางใจกันอีกครั้งพร้อมๆ กับการสร้างบรรยากาศให้ชาวบ้านดูเหมือนกระชุ่มกระชวยกันขึ้นมาบ้าง

สารพัดโครงการที่คัดสรรเลือกสรรกันออกมาทั้งได้หน้าไม่ได้หน้า ชาวบ้านได้เงินบ้างไม่ได้บ้าง ก็เพื่อสร้างกระแสให้เห็นว่าการทำงานคุ้มนะ!!! กับคะแนนเสียงที่เลือก




แต่ในขณะเดียวกันก็อดรนทนกันไม่ได้เหมือนกัน เพราะรัฐบาลของบิ๊กตู่2/1 ก็กำลังมีปัญหาเรียกว่าเป็นปัญหามาตั้งแต่แรกอย่างที่เคยเขียนไว้หลายครั้งผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร!!

ด้วยเหตุนี้…จึงเห็นกันได้ชัดเจนว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ต่างคนต่างไป พรรคนึงไปทำหน้าที่ประกันรายได้ให้ชาวนาชาวสวนชาวไร่กันเต็มที่ อีกพรรคนึงก็ไปทำหน้าที่ดึงดูดการลงทุนไปปลุกเศรษฐกิจที่กำลังซึมกระทือให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยการกระตุ้นให้มีการจับจ่ายใช้สอยจากหลายๆ มาตรการที่ส่งกันออกมา

ส่วนอีกพรรคก็ว่ากันไปในเรื่องของสังคมในเรื่องของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ แม้จะเซ็นสัญญากันไปแล้ว ก็ยังมีปัญหารอยต่อตามมาอย่างเห็นได้ชัด

เรียกกันว่าต่างคน…ต่างไปต่างคน…ต่างมี “เรือธง” ว่า… เข้ามาทำแล้วต้องการอะไร? หลังหยุดพักหงอยเหงากันไปนานถึง 5 ปีก็ว่ากันไปตามสไตล์การเมืองบริหารประโยชน์ได้ดีก็ไม่มีปัญหาเก้าอี้มั่นคงแข็งแรง แต่ถ้าบริหารไม่ดีแตกแยกผลประโยชน์ไม่ลงตัวก็มีอันต้องทำให้เก้าอี้สั่นคลอน

ด้วยความที่ไม่มีเอกภาพเราๆ ท่านๆ จึงได้เห็นสภาพทุกลักทุเล เหมือนภาพรัฐนาวาของบิ๊กตู่กำลังลอยลำอยู่ท่ามกลางพายุสารพัดจวนเจียนจะคว่ำมิคว่ำแหล่



การขาดอำนาจในการดูแลปัญหาแบบเบ็ดเสร็จแบบจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจยิ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าหันไปทางไหนก็มีแต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์

ชาวไร่…ชาวสวน…ชาวนาอาจมีรอยยิ้มกันได้บ้างเพราะรับเงินประกันกันไปแล้วทั้งข้าวทั้งยางพาราเหลือปาล์มน้ำมันมันสำปะหลังและข้าวโพดที่กำลังจะตามกันออกมาติดๆ

แถมยังมีเรื่องของการพักหนี้พักต้นยืดหนี้จ่ายเงินช่วยลดต้นทุนอีกสารพัด ก็ทำให้บรรดาพี่น้องชาวรากหญ้าหายใจหายคอกันได้ทั่วท้องมากขึ้น

แต่การดูแลการแก้ปัญหาไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของคนเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องดูแลคนทั้งประเทศการเดินหน้า จึงต้องเดินไปพร้อมๆ กันถึงจะไปต่อกันได้

ที่สำคัญการใช้นโยบายการดูแลโดยการให้ปลา…แต่ไม่ให้เบ็ดตกปลาเช่นนี้ ก็ทำให้ปัญหาบานปลาย เพราะเงินงบประมาณที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนาชาวไร่



เพราะปรากฏว่าชาวนาชาวไร่แห่แหนกันมาใช้สิทธิ์กันล้นทะลัก ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและมีหน้าที่หลักก็ต้องเตรียมขอเงินงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลเข้ามาดูแลเพิ่มเติมอีกเกือบ 3,000 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ใช้เงินไปแล้วเป็นหลักหมื่นล้านบาท

นี่…เป็นเพียงแค่ตัวอย่างในการบริหารงานที่ขาดเอกภาพของรัฐนาวาบิ๊กตู่ และในครั้งนี้ดูๆ เพลินๆ ก็ยังไม่เท่าไหร่ยังไม่เท่ากับ... การที่พรรคใหญ่กำลัง “แตกแยก” ออกเป็นเสี่ยงแบบสมานกันไม่ติด ซึ่งอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่เกิน เม.ย. ปี63 คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลง

ในเมื่อการมุ้งยังเอาไม่อยู่หยุดไม่อยู่แล้วการบ้านที่รออยู่จะสางปัญหากันได้อย่างไร สุดท้ายหนีไม่พ้นคนไทยตาดำๆ ที่ต้องเข้ามาเผชิญวิบากกรรมกันต่อไป!!.
.......................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 89