อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

เล่าสู่กันฟังกับสองภารกิจเยือน'รัฐมอญ'

สัปดาห์นี้ไปดูภารกิจเดินทางไปเยือนพม่ากับ 2 เรื่อง มจร. MOUมหาลัยสงฆ์รามัญนิกาย และประชุมความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ สมาคมผู้ประกอบการค้ารัฐมอญ-รัฐกะเหรี่ยง พุธที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 11.00 น.


ต้นเดือนนี้ผมมีภารกิจเดินทางไปพม่า เพื่อไปทำธุระ 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ผู้บริหารวิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติ (IBSC) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จะเดินทางไปลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมหรือ MOU ระหว่าง มหาวิทยาลัยรามัญญะรัฎฐะ มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์รามัญนิกาย ณ เมืองเมาะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศเมียนมา ซึ่งนำโดย พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผอ.วิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติ ผมในฐานะผู้ประสานงานเรื่องนี้มาหลายปี จึงจำเป็นต้องเดินทางไปล่วงหน้าเพื่อไปจัดเตรียมสถานที่ลงนาม พร้อมทั้งเป็นตัวกลางในการประสานจัดเตรียมความพร้อมระหว่างคณะสงฆ์ทั้งสองประเทศ บรรยากาศจะเป็นอย่างไร หลังจากผมกลับมาจะมาเล่าสู่กันฟัง



ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ คือ สมาคมผู้ประกอบการค้ารัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยง เชิญให้ไปร่วมประชุมพบปะหารือเพื่อเชื่อมโยงกันด้านธุรกิจ ผมในฐานะเลขาธิการสมาคมการค้าไทย - เมียนมา ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมการค้าไทย -เมียนมากับสมาคมผู้ประกอบการค้ารัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยง เราก็เคยทำข้อตกลงร่วมกัน (MOU) เมื่อคราวประชุมระเบียงเศรษฐกิจ ( Limec ) หลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย ณ จังหวัดตาก เมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้

เท่าที่ทราบปัจจุบันรัฐมอญ รัฐกะเหรี่ยง มีความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันมาก และสินค้าส่วนใหญ่ล้วนนำเข้าจากประเทศไทย ทางสมาคมผู้ประกอบการที่นั้น เขากำลังจะเตรียมเปิดตลาดขนาดใหญ่เพื่อเป็นศูนย์กลางสินค้าทีนำเข้าจากประเทศไทย เราในฐานะผู้ประกอบการคนไทยจะไปช่วยต่อเติมเสริมแต่งอะไรได้บ้าง



ในขณะเดียวกันเท่าที่ผมคุยกับเลขาสมาคมผู้ประกอบการค้าฯ ของรัฐมอญ เนื่องจากรัฐมอญ มีสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งโบราณสถานเป็นจำนวนมาก มีพื้นที่ติดทะเล ยาวเหยียดหลายร้อยกิโลเมตร มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ทางนักธุรกิจมอญจึงพยายามจะพัฒนารัฐมอญให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อรองรับกับโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลพม่ากำลังดำเนินการอยู่ ณ ตอนนี้ รวมทั้งรัฐมอญ มีสภาพพื้นที่ไม่แตกต่างจากประเทศไทยมาก ร้อยละ 80 ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร สินค้าที่เกษตรกรในพื้นที่ต้องการส่วนใหญ่ล้วนเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกษตรและส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศไทย เนื่องจากสินค้าของไทยมาคุณภาพมากกว่าสินค้าจากประเทศอื่นๆ

ส่วนเรื่องที่สมาคมการค้าไทย -เมียนมา และสมาคมผู้ประกอบการค้ารัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยง ที่ได้เคยลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านธุรกิจมี 5 ประเด็นด้วยกัน 1.จะร่วมมือกันจัดตั้งสำนักงานกลางทั้งสองประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ด้านของระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย (LIMEC) 2. จะเป็นตัวแทนในการประสานงานกับภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการหรือช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุน การค้า การซื้อขายสินค้า ภายใต้กรอบของกฎหมาย กฎเกณฑ์และระเบียบของประเทศนั้น ๆ 3. ส่งเสริมและสนับสนุนการดูงาน จัดการสัมมนา ระหว่างผู้ประกอบการทั้ง 2 องค์กร ปีละจำนวน 2 ครั้ง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพตามความเหมาะสม 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรม การฝึกวิชาชีพ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในทุกมิติ รวมทั้งและความร่วมมือด้านต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และ5. จะส่งเสริมและสนับสนุนให้จับคู่การค้า การลงทุนร่วมกัน หรืออำนวยความสะดวกระหว่างผู้ประกอบการทั้ง 2 ประเทศ





ทั้งหมดทั้งมวลคือ ภารกิจที่ผมเดินทางไปทำช่วงระหว่างวันที่ 1-10 พ.ย. 62 นี้ ณ รัฐมอญ ประเทศเมียนมา ไปงานนี้ไปทั้งงานบุญ คือ งานเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการศึกษาทั้ง 2 แห่ง และไปทั้งงานสานสัมพันธ์ด้วยธุรกิจด้วย ใครมีอะไรอยากจะฝากให้สอบถามหรืออยากได้ข้อมูลด้านธุรกิจสามารถสอบถามมาได้ตามอีเมล์ที่ให้ไว้ ส่วนงานคณะสงฆ์เดียวจะมาเล่าหลังจากกลับมาเรียบร้อยแล้วครับ.
…...........................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 139