อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

"โนโบริเบทสึ"เมืองที่มียักษ์เป็นผู้เฝ้าหุบเขานรก

สัปดาห์นี้ตื่นเต้นไปกับ "หุบเขานรก" เมืองโนโบริเบทสึ ประเทศญี่ปุ่น แหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูงกว่า 150 องศา พร้อมความสวยงามของบรรยากาศ ชวนหลงใหลให้มาสัมผัส จันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.


เจ้าหน้าที่รัฐบาลฮอกไกโดพาผมไปเที่ยวสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไอนุบ้าง เมืองโนโบริเบทสึชื่อหลายพยางค์ แต่ผมจำชื่อเมืองนี้ได้แม่น เพราะผมเคยพบกับนายกเทศมนตรีประจำเมืองตอนที่เขามาประเทศไทยแล้วมอบนามบัตรให้ผม นามบัตรเป็นรูปยักษ์หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โอนิ” ประเทศญี่ปุ่นมักจะมีอะไรน่ารักแบบนี้ สร้างมาสคอตประจำเมืองทำให้คนจำได้ง่าย เมืองไทยหลายจังหวัดก็พยายามทำอยู่เหมือนกัน ผมขอเอาใจช่วยให้สำเร็จและดังๆ กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองไปเลยครับ



โโนโบริเบทสึห่างจากสนามบินชินชิโตเสะไม่ถึงชั่วโมง ห่างจากเมืองซัปโปโรราวชั่วโมงกว่าๆ ก่อนเข้าเมืองจะเห็นรูปปั้นยักษ์หน้าตาดุดัน ตัวสีแดง มีกระบองหนามอันใหญ่เป็นอาวุธ พร้อมกับสัญลักษณ์รูปออนเซ็น (ที่เป็นควันสามเส้นขึ้นมา) เมืองโนโบริเบทสึเป็นเมืองน้ำพุร้อนครับ ทำให้มีโรงแรมที่มีออนเซ็นอยู่มากมาย

เจ้าหน้าที่รัฐบาลฮอกไกโดขับรถพาขึ้นเขาไปก่อน เพื่อจะได้เห็นควันออกมาจากภูเขา เพราะพื้นที่นี้เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทนั่นเอง พอขับลงเขา คราวนี้จะเห็นเป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่มีฟองปุดๆ แต่ละบ่อก็มีสีคนละสี มีสีเขียว สีฟ้า และสีขาว แต่ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำพุสีไหน ก็จะมีกลิ่นตุๆ ของซัลเฟอร์หรือกำมะถันเหมือนกันครับ



ส่วนไฮไลต์ คือ การขับลงเขาต่อไปอีก ไปยัง Hell Valley หรือ หุบเขานรก เมื่อไปถึงแค่ต้นทางผมก็ตื่นตาตื่นใจแล้วครับ เพราะบริเวณหุบเขานรกกินพื้นที่กว้างใหญ่มาก มีทั้งภูเขาที่เป็นหินสีส้มอิฐ ปกคลุมด้วยฝุ่นสีเทาๆ ภูเขาด้านหลังมีต้นไม้ขึ้นสีเขียวครึ้ม ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสด แล้วมีควันขาวๆ พุ่งออกมาจากภูเขาหรือไม่ก็เป็นฟองขึ้นมาจากน้ำ ช่างเป็นนรกที่สวยงามจริงๆ ครับ



หุบเขานรกแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิสูงถึง 150 องศาเซลเซียส น้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุนี้จะถูกส่งไปยังออนเซ็นตามโรงแรมต่างๆ มีการปรับลดอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 40-44 องศา สำหรับคนไทยน่าจะคุ้นเคยกับเมืองนี้อยู่พอสมควร เพราะที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์: แฟนกันแค่วันเดียว แต่ฉากที่ปรากฏในหนังแฟนเดย์จะเป็นช่วงหน้าหนาวที่มีแต่หิมะปกคลุมขาวโพลน..ก็สวยไปอีกแบบนะครับ 

ผมเดินตามทางสะพานไม้ไปจนสุดทาง แวะถ่ายรูปได้ทั้งซ้ายและขวา เพลิดเพลินมากจนเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นถามผมว่า คุณชอบที่นี่มากเลยเหรอ ผมบอกว่าผมชอบมากเพราะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาไฟแล้วมีควันพุ่งออกมาจากภูเขาแบบนี้ที่ประเทศผมไม่มี แม้ว่าไทยจะมีน้ำพุร้อนที่ภาคเหนือและภาคใต้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนกับที่นี่ ผมเล่าถึงตรงนี้ก็นึกได้ว่าน้ำพุร้อนแบบไทยๆ ก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากญี่ปุ่น คือ มีการเอาไข่มาต้มที่บ่อน้ำพุด้วย เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นทั้ง 2 คนฟังแล้วตื่นเต้น บอกว่าอยากมาเที่ยวน้ำพุร้อนของไทยดูบ้าง



ใครอยากมาชมหุบเขานรกที่มีภูมิประเทศแปลกตา ถ่ายรูปออกมาสวยมากๆ ผมอยากให้ลองมาที่เมืองโนโบริเบทสึกันครับ ไม่ว่าจะมาฤดูกาลไหน รับรองว่าประทับใจแน่นอน.
.................................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage
หนังสือเด็กก้อนเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 154