อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

เที่ยวบินไกลสุด

สายการบินแควนตัสของประเทศออสเตรเลียทำการทดสอบการบินไกลเชิงพาณิชย์แบบไม่มีการหยุดพักได้เสร็จสิ้นไปเรียบร้อย จากสนามบินเจเอฟเคนครนิวยอร์ก สหรัฐ อเมริกา มายังสนามบินซิดนีย์ ออสเตรเลีย จัดเป็นเที่ยวบินระยะไกลที่สุดในโลก พุธที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลา 07.30 น.


   สายการบินแควนตัสของประเทศออสเตรเลียทำการทดสอบการบินไกลเชิงพาณิชย์แบบไม่มีการหยุดพักได้เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา จากสนามบินเจเอฟเคนครนิวยอร์ก สหรัฐ อเมริกา มายังสนามบินซิดนีย์ ออสเตรเลีย จุดมุ่งหมายนั้นก็เพื่อทำการทดสอบและประเมินผลการบินระยะไกลว่าจะมีผลต่อความเหนื่อยล้าของลูกเรือ และอาการเจ็ตแล็กของผู้โดยสารหรือไม่
        
   แควนตัสใช้เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ เที่ยวบินคิวเอฟ 7879 บินจากนิวยอร์กในทวีปอเมริกาเหนือมาถึงซิดนีย์ในทวีปออสเตรเลีย ใช้เวลาบินทั้งสิ้น 19 ชั่วโมง 16 นาที จัดเป็นเที่ยวบินระยะไกลที่สุดในโลก เพราะไม่มีการหยุดพักเติมน้ำมันและบินตรงมายังจุดหมายปลายทางเท่านั้น
       
     คนบนเครื่องก็คือลูกเรือและพนักงานของแควนตัสที่จะทำการประเมินและทดสอบมีทั้งหมด 49 คนในการเดินทางบนเที่ยวบินนี้ ระยะทางก็กว่า 16,000 กม. และอย่างที่บอกไม่มีการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นน้ำหนักบรรทุกจึงให้น้อยที่สุดเพื่อประเมินการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงบนเครื่องด้วยว่า สามารถบินสู่จุดหมายปลายทางได้
   
      อลัน จอยซ์ ซีอีโอของแควนตัสบอกว่านี่คือช่วงสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสายการบินแควนตัสและธุรกิจการบินระดับโลก ถือเป็นเที่ยวบินแรกของการทดสอบการบิน 3 เที่ยว เพื่อดูว่าจะแก้ไขอาการอ่อนเพลียของนักบินอย่างไรและอาการเจ็ตแล็ก(อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานาน)เพราะต้องเดินทางข้ามเส้นเวลาหลายจุดด้วยกัน
       
   โครงการทดสอบนี้เรียกว่า Project Sunrise_Qantas เพื่อเปิดเส้นทางบินปกติสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์จากชายฝั่งตะวันออกออสเตรเลีย คือ บริสเบน ซิดนีย์ และเมลเบิร์นไปยังลอนดอนและนิวยอร์ก ซึ่งก็ต้องบินทดสอบอีกสองเที่ยวบินเป็นอย่างน้อย คือ ลอนดอนไปซิดนีย์ในเดือน พ.ย. และนิวยอร์กมาซิดนีย์ในเดือน ธ.ค.นี้
   
       แควนตัสได้ทำการตรวจวัดคลื่นสมองของนักบินระหว่างการบิน วัดระดับเมลาโทนินและสร้างความตื่นตัวให้กับผู้โดยสารบนเครื่องด้วยการยืดกล้ามเนื้อ เป็นต้น
    
      ซีอีโอของแควนตัสบอกอีกว่า เที่ยวบินระยะไกลถือเป็นการท้าทายอย่างมาก ประกอบกับเทคโนโลยีที่ก้าวไกลแสดงให้เห็นว่าเราสามารถบินได้ไกลขึ้น ดังนั้นจึงควรหาวิธีการที่ดีในการปรับปรุงความสะดวกสบายและความเป็นอยู่ระหว่างเดินทาง
   
       แควนตัสได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 2 แห่งในการศึกษาวิจัยว่าเจ็ตแล็ก มีผลกระทบอย่างไรต่อผู้โดยสารและลูกเรือเมื่อต้องบินข้ามเส้นแบ่งเวลาหลายจุดด้วยกัน เพราะหลังจากขึ้นเครื่องเที่ยวบินนี้ที่นิวยอร์กแล้ว ผู้โดยสารจะต้องปรับเวลาให้เป็นเวลาของซิดนีย์จุดหมายปลายทาง และต้องตื่นตัวไปตลอดจนถึงเวลาค่ำตามเวลาทางตะวันออกของออสเตรเลีย วิธีการทำให้ตื่นตัวก็คือ เปิดไฟ ออกกำลัง กาเฟอีนจากกาแฟและอาหารรสเผ็ด
      
     6 ชั่วโมงต่อจากนั้น ผู้โดยสารจะได้รับการเสิร์ฟอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง และบอกกล่าวว่าไม่ควรดูจอทีวีได้แล้ว พนักงานก็จะปรับลดแสงในห้องโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารได้หลับพักผ่อน
    
        ศาสตราจารย์มารี แคร์รอลล์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ผู้ทำการทดสอบในครั้งนี้ คาดหวังว่านวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นมาใหม่นี้จะช่วยให้เกิดอาการน้อยที่สุดจากเจ็ตแล็ก เพราะเป็นการทดสอบกับสายการบินว่าสามารถจัดตารางใหม่ทั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม การออกกำลังกายและจัดแสงให้สอดคล้องกับเวลาของจุดหมายปลายทาง
 
        ขณะที่นักบิน 4 คนบนเครื่อง ซึ่งจะทำหน้าที่สลับหมุนเวียนกันระหว่างการบินก็จะถูกทดสอบด้วยการวัดคลื่นสมองและการตื่นตัว
        
      สมาคมนักบินออสเตรเลียและนานา ชาติซึ่งเป็นตัวแทนนักบินแควนตัสด้วย ได้หยิบยกข้อวิตกกังวลว่า นักบินจะได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอหรือไม่ในการทำหน้าที่นักบินของเที่ยวบินระยะไกลซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังสามารถ จึงต้องทำการตรวจสอบระยะยาวทางด้านวิทยาศาสตร์ว่าด้วยผลกระทบต่อลูกเรือ
        
    แควนตัสบอกอีกว่า การทดสอบการบินครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งมุมมองของการทำงานเพื่อดูว่าจะสามารถบินระยะไกลได้อย่างปลอดภัยที่สุด และเมื่อปีที่แล้ว แควนตัสเคยบินตรงระยะไกลจากเพิร์ทไปลอนดอนนาน 17 ชั่วโมง เป็นอีกหนึ่งเส้นทางบินไกลที่สุดในโลก.

......................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 79