อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

สิ่งที่อยากเห็น..บทบาท"มหาเถรสมาคม"ชุดใหม่

สัปดาห์นี้จับตาดู “มหาเถรสมาคม” ชุดใหม่ กับการแบ่งบทบาททำงาน เพื่อเร่งฟื้นฟูวิกฤติศรัทธา พุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ฉับพลันที่ผมเห็นรายชื่อโปรดกล้าฯ กรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ แล้ว ในฐานะชาวพุทธผ่านการบวชเรียนมา ในฐานะพสกนิกรชาวไทยภายใต้ร่มพระบารมี อดปลื้มปีติไม่ได้ เนื่องจากหลายปีมานี้ มรสุมค่อนข้างถล่มเข้ามายัง “สถาบันสงฆ์” ค่อนข้างรุนแรง จนคณะสงฆ์เองได้แต่ภาวนาและใช้ขันติบารมี อดทนต่อบุคคลกลุ่มหนึ่งๆ ที่เป็นพวกประเภทแอนตี้คณะสงฆ์อย่างรุนแรง อาศัยผนวกกับ “ความเน่าเฟะ” กับพฤติกรรมของพระภิกษุบางรูปในวงการคณะสงฆ์เป็นฐานก่อกระแสสร้าง “จิตสำนึกร่วม” กับกลุ่มชาวพุทธ เพื่อปฎิรูปคณะสงฆ์ไม่ว่าจะเป็น “การตรวจสอบเงินบริจาค การใช้บัญชีวัด รณรงค์ให้เลิกสมณศักดิ์ ยุบมหาเถรสมาคม หรือแม้กระทั่งจะสับเปลี่ยนเจ้าอาวาสทุก 5 ปี” จนปั่นป่วนไปทั่วประเทศ

คณะสงฆ์เองเท่าที่สัมผัส ก็กลืนไม่ได้ คายไม่ออก เพราะตนเองอยู่ได้ด้วยอาศัยความศรัทธาของชาวพุทธ ไม่มีอาวุธอะไรที่จะไปต่อกรกับบุคคลกลุ่มนี้ ที่เพียบพร้อมด้วยอำนาจทางการเมืองและอำนาจทางกฎหมาย สุดท้ายได้แต่ภาวนาต่อหน้าองค์พระปฎิมาว่า “ขอให้พระบารมีพระมหากษัตริย์ไทย” ที่เคยร่วมเกื้อกูลสร้างชาติไทยมาด้วยกัน คุ้มครองปกป้องรักษาในฐานะองค์ศาสนูปถัมภกด้วยเถิด..



สุดท้าย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ก็โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง กรรมการมหาเถรสมาคม จำนวน 20 รูป แบ่งเป็นฝ่ายมหานิกาย 10 รูป ฝ่ายธรรมยุต 10 รูป ส่วนกรรมการมหาเถรสมาคม 2 รูปเดิมที่หลุดไปก็คือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำและสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ 

เท่าที่ดูรายชื่อกรรมการมหาเถรสมาคมทั้งหมด เป็นพระสงฆ์อยู่เมืองหลวง เหตุผลคิดว่าน่าจะเพื่อความสะดวกในการเดินทางการประชุม และเพื่อความสะดวกในการดำเนินงานกิจการคณะสงฆ์ มีครบทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น ฝ่ายวิชาการและฝ่ายมวลชน 

และกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ทุกรูป สมณศักดิ์ต่ำสุดคือ “ชั้นธรรม” บางรูปมีตำแหน่งทางปกครอง บางรูปมีตำแหน่งทางวิชาการ บางรูปมีตำแหน่งการขับเคลื่อนโครงการกับภาครัฐ บางรูปไม่เคยปรากฎผลงานอะไรเลยนอกจากความเป็น “เจ้าอาวาส”



ต่อจากนี้ไป สิ่งที่สังคมจะต้องจับตามองคือ “การแบ่งบทบาททำงาน” ของมหาเถรสมาคม ซึ่งมีทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ ฝ่ายการต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งฝ่ายด้านการศึกษา จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ เมื่อปรับเปลี่ยนแล้ว รูปไหน วัดไหนดูแลต่อ เพราะที่ผ่านมากรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปควบสองตำแหน่งบ้าง บางรูปควบสามตำแหน่งบ้าง บางรูปมีตำแหน่ง แต่งานไม่ปรากฎเลยก็มี ต่อจากนี้คงต้องแบ่งตำแหน่งกันทำ

ต่อจากนี้ไปกรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูป “ต้องแบกภาระ” กิจการพระพุทธศาสนาในเมืองไทย ต้องเร่งฟื้นฟูวิกฤติศรัทธา ต้องเร่งฟื้นฟูการศึกษาของคณะสงฆ์ที่ออกมาแล้ว ต้องเร่งสร้างศาสนทายาทที่ลดลงไปอย่างน่าใจหาย ต้องกระจายสมณศักดิ์และตำแหน่งทางปกครองออกไปอย่างภูมิภาค เพื่อเป็นแรงจูงใจให้พระสงฆ์ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพและในเมืองใหญ่ รวมทั้งต้องส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาออกไปนานาชาติอย่างจริงจัง มิใช่เพียงแค่อบรมพระธรรมทูตที่เป็นเพียงแค่ “ทูตวัฒนธรรม” ดั่งปัจจุบันเท่านั้น ต้องเป็นสมณทูตด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่นานาชาติโดยเฉพาะ “สติและสมาธิ” อย่างจริงจังด้วย



ผมในฐานะสื่อมวลชนคลุกคลีกับคนจำนวนมาก เมื่อพูดถึงคณะสงฆ์ ทุกคนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ากรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่จำเป็นต้องทำ คือ การดึงนักวิชาการ การดึงกลุ่ม NGO สายชาวพุทธ รวมทั้งพระภิกษุรุ่นใหม่ที่เก่งด้านวิชาการ นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเป็นทีม เป็นอนุกรรมการ เพื่อกลั่นกรองการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะสงฆ์ ไม่อย่างนั้น...ไม่พ้นคำติฉินนินทาว่า กรรมการมหาเถรสมาคมก็เหมือนกับ “สภาคนแก่ สภาตรายาง” รองรับแต่สิ่งที่ข้าราชการประจำส่งเรื่องเข้ามาให้รับรองลงมติเท่านั้น และที่สำคัญพวกท่านต้องไม่ผูก “ความรักพระพุทธศาสนา” ไว้เฉพาะกับพวกพระคุณเจ้าเพียง 20 รูปเท่านั้น.
…...........................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 251