อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562

"ขุนแผน ฟ้าฟื้น" มิตรภาพ-ความรัก-ศัตรู

"ดูหนังกับหมี" สัปดาห์นี้ รีวิว ภาพยนตร์ไทยแอ๊คชั่นแฟนตาซี ที่ดัดแปลงจากนิทานพื้นบ้านของไทย โดยจับมาตีความและนำเสนอในรูปแบบใหม่อย่างลงตัวใน "ขุนแผน ฟ้าฟื้น" ศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.

หลังจากประสบความสำเร็จกับผลงานหนังไทยสุดมันอย่าง "ขุนพันธ์" และ "ขุนพันธ์ 2" ที่สร้างความฮือฮาให้คอหนังไทยทั้งประเทศไปแล้ว เหล่าคอหนังแอ๊กชั่นก็ได้เฮกันอีกรอบเมื่อ "ก้องเกียรติ โขมศิริ" ผู้กำกับชื่อดัง จัดเต็มภาพยนตร์ไทยแบบฉบับใหม่ ด้วยนิยายพื้นบ้าน "ขุนช้าง-ขุนแผน" ที่นำมาปรับเปลี่ยนการตีความให้เข้ากับสมัยปัจจุบัน พร้อมเสริมทัพด้วย CG สุดอลังการเนรมิตรเมือง "กรุงศรีอยุธยา" เป็นเมือง "ยูท่า" ในสายตาชาวต่างชาติ ผู้ชมจะเพลิดเพลินไปกับการผจญภัยของ "แก้ว-ช้าง-พิมพ์" ที่นอกจากจะต้องชิงรักหักสวาทกันแล้ว ยังต้องร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากเหล่าร้ายอีกด้วย





ย้อนรอย...."ขุนช้าง-ขุนแผน" แบบฉบับดั้งเดิม
เมืองสุพรรณบุรี มีครอบครัว 3 ครอบครัว ที่มีลูกหลานเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เด็ก โดยครอบครัวแรกของ "ขุนไกรพลพ่าย" รับราชการทหาร มีภรรยาชื่อ  "นางทองประศรี" มีลูกชายชื่อ "พลายแก้ว", ครอบครัวที่ 2 "ขุนศรีวิชัย" เศรษฐีใหญ่ของเมืองสุพรรณบุรี รับราชการเป็นนายกองกรมช้างนอก ภรรยาชื่อ "นางเทพทอง"  มีลูกชายชื่อ "ขุนช้าง" และครอบครัวที่ 3  "พันศรโยธา" เป็นพ่อค้า ภรรยาชื่อ "ศรีประจัน" มีลูกสาวรูปร่างหน้าตางดงามชื่อ "พิมพิลาไลย"

การสูญเสียเสาหลักของครอบครัว
วันหนึ่งสมเด็จพระพันวษา (พระเจ้าแผ่นดิน) มีพระประสงค์จะล่าควายป่า จึงสั่งให้ขุนไกรปลูกพลับพลาและต้อนควายเตรียมไว้ แต่ควายป่าเหล่านั้นแตกตื่นไม่ยอมเข้าคอก "ขุนไกร" จึงใช้หอกแทงควายตายไปมากมาย ที่รอดชีวิตก็หนีเข้าป่าไป สมเด็จพระพันวษาโกรธมากสั่งให้ประหารชีวิต "ขุนไกร" ส่วน "นางทองประศรี" รู้ข่าวรีบพา "พลายแก้ว" หนีไปอยู่เมืองกาญจนบุรี ขณะเดียวกัน มีโจรจันศรขึ้นปล้นบ้านและฆ่า "ขุนศรีวิชัย"ตาย ส่วน "พันศรโยธา" เดินทางไปค้าขายต่างเมือง พอกลับมาถึงบ้านก็เป็นไข้ป่าตาย ทำให้ทั้ง 3 ครอบครัวขาดซึ่งเสาหลัก เหล่าแม่ของเด็ก ๆ จำต้องเป็นเสาหลักแทนพ่อที่เสียไป



รักสามเศร้า "แก้ว-พิมพ์-ช้าง"
"พลายแก้ว" บวชเป็นเณร เรียนวิชาอยู่ที่วัดส้มใหญ่ พออายุ 15 ปี ต้องย้ายไปเรียนต่อที่ "วัดป่าเลไลย" ต่อมาที่วัดป่าเลไลยจัดให้มีเทศน์มหาชาติ เณรพลายแก้วเทศน์กัณฑ์มัทรีทำให้ "พิมพิลาไลย" ซึ่งเป็นเจ้าของกัณฑ์เทศน์ เลื่อมใสมากถึงกับเปลื้องผ้าสไบบูชากัณฑ์เทศ์ ขุนช้างเห็นเช่นนั้นก็เปลื้องผ้าห่มของตนวางเคียงกับผ้าสไบ แถมยังอธิฐานขอให้ได้นางเป็นภรรยา ต่อมาเณรพลายแก้วก็สึก และขอให้มารดา คือ นางทองประศรี ไปสู่ขอ พิมพิลาไลย ก่อนทั้งสองฝ่ายจะแต่งงานกัน ต่อมาทางกรุงศรีอยุธยาได้ข่าวว่ากองทัพเชียงใหม่ตีได้เมืองเชียงทอง ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพันวษาจึงถามหาเชื้อสายของขุนไกร ขุนช้างซึ่งเข้าไปรับราชการอยู่จึงเล่าเรื่องราวความเก่งกล้าสามารถของพลายแก้ว  เพื่อหวังจะให้ไปไกลจาก "พิมพิลาไลย" สมเด็จพระพันวษาจึงให้ไปตามตัวมา แล้วแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพไปรบกับเมืองเชียงใหม่ ภายหลังได้รับชัยชนะ นายบ้านแสนคำแมนแห่งหมู่บ้านจอมทอง เห็นว่าพลายแก้วกับพวกทหารไม่ได้เบียดเบียนให้ชาวบ้านเดือดร้อน จึงยก "ลาวทอง" ลูกสาวให้เป็นภรรยาของ "พลายแก้ว"



ขณะที่ "พิมพิลาไลย" เมื่อสามีไปทัพได้ไม่นานก็ป่วยหนักรักษาเท่าไรก็ไม่หาย ขรัวตาจูวัดป่าเลไลยแนะนำให้เปลี่ยนชื่อเป็น "วันทอง" อาการไข้จึงหาย ขุนช้างทำอุบายนำหม้อใส่กระดูกไปให้นางศรีประจันกับวันทองดู อ้างว่า "พลายแก้ว" ตายแล้วและขู่ว่านางวันทองจะต้องถูกคุมตัวไว้เป็นม่ายหลวงตามกฏหมาย นางวันทองไม่เชื่อ แต่นางศรีประจันคิดว่าเป็นจริง ประกอบกับเห็นว่าขุนช้างเป็นเศรษฐีจึงบังคับให้นางวันทองแต่งงานกับขุนช้าง นางวันทองจำต้องตามใจแม่ แต่นางไม่ยอมเข้าหอ เมื่อพลายแก้วกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยา ได้บรรดาศักดิ์เป็น "ขุนแผนแสนสะท้าน" ทั้งยังพา "ลาวทอง" กลับสุพรรณบุรีด้วย ปรากฏซ่า "วันทอง" เห็นขุนแผนพาภรรยาใหม่มาก็โกรธแค้น ด่าทอโต้ตอบกับ "ลาวทอง" และลืมตัวพูดก้าวร้าวขุนแผน ทำให้ขุนแผนโมโหพานางลาวทองไปอยู่ที่กาญจนบุรี จึงเป็นเหตุให้ "วันทอง" ตกเป็นภรรยาของขุนช้างอย่างจำใจ....



เสาะหาของวิเศษ 3 สิ่ง
ขุนช้างและขุนแผนเข้าไปรับการอบรมในวังและได้เป็นมหาดเล็กเวรทั้ง 2 คน วันหนึ่งนางทองประศรีให้คนมาส่งข่าวว่านางลาวทองป่วยหนัก ขุนแผนจึงฝากเวรไว้กับขุนช้าง เพื่อไปดูอาการของนางลาวทอง ตอนเช้าสมเด็จพระพันวษาถามถึงขุนแผนขุนช้าง ทูลบอกว่าขุนแผนปีนกำแพงวังหนีไปหาภรรยา สมเด็จพระพันวษาโกรธตรัสให้ขุนแผนตระเวนด่านที่กาญจนบุรี  ห้ามเข้าเฝ้าและริบนางลาวทองเข้าเป็นม่ายหลวง ขุนแผนได้ทราบเรื่องก็โกรธขุนช้าง คิดจะแก้แค้นแต่ยังมีกำลังไม่พอ จึงออกตระเวนป่าไปโดยลำพัง จนไปพบเข้ากับ "ม้าสีหมอก" จึงเสกหญ้าและเสกบ่วงจับม้าตัวนี้ไว้ได้ ขุนแผนไปอยู่กับ "หมื่นหาญ" นักเลงใหญ่ คอยช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ จนหมื่นหาญไว้วางใจ ยก "บัวคลี่" บุตรสาวให้แต่งงานด้วย หมื่นหาญอยากได้วิชาของขุนแผนจึงให้ "บัวคลี่" วางยาสามี แต่ขุนแผนรู้มาก่อนเพราะโหงพราย(ผีที่เลี้ยงไว้)มาบอก จึงเอ่ยปากขอลูกจาก "บัวคลี่" ปรากฏว่า "บัวคลี่" ไม่รู้ว่าความหมายจึงเอ่ยปากยกลูกให้ ขุนแผนจึงฉวยโอกาสที่นางนอนหลับผ่าท้องนำเอาเด็กไปทำกุมารทอง หมื่นหาญทราบข่าวโกรธแค้นเป็นอย่างมาก ออกไล่ล่าขุนแผนทันที แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ เพราะขุนแผนเสกกุมารสำเร็จแล้ว แถมยังตีดาบฟ้าฟื้นสำเร็จอีกด้วย เมื่อได้สิ่งของ 3 อย่างมาแล้ว ก็เตรียมกลับไปแก้แค้นขุนช้าง....



เรื่องย่อ ขุนแผน ฟ้าฟื้น
ภายใต้ฉากอันสุขสงบ ยังคงมีภัยสงครามระหว่างสองอาณาจักร อยุธยาต้องเตรียมการรับมือกับแผนร้าย เมื่อศัตรูต่างเมืองได้ส่งจอมเวทย์ด้านมืด "แสนตรีเพชรกล้า" (รับบทโดย ปราโมทย์ แสงศร) และพรรคพวกมาลอบสังหารอำมาตย์ใหญ่ผู้นำหน่วยอาทมาต  "แก้ว" (รับบทดโดย มาริโอ้ เมาเร่อ) หนุ่มพเนจรชาวสุพรรณ ผู้สูญเสียความทรงจำวัยเยาว์ไปด้วยเหตุอันเป็นปริศนา เดินทางมาแสวงโชคกับ "เพชร" (รับบทโดย สิรินัฎฐ์ อภิจันทร์เดช) เพื่อนสนิท แต่แล้ว "แก้ว" กลับได้เจอ "ช้าง" (รับบทโดย ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์) และ พิม (รับบทโดย ยงวรี งามเกษม) เพื่อนเก่าสมัยเด็ก ภาพอดีตของตนจึงค่อย ๆ ร้อยเรียงประติดประต่อขึ้นว่าแท้จริงแล้ว เขามีพ่อเป็นกบฏต้องอาญาจนถูกประหารชีวิต ยังความอับอายไปในหมู่ขุนนางรุ่นเดียวกัน



"แก้ว" ไปมีเรื่องกับอันธพาลท้องถิ่นจนถูกสั่งขัง แต่เหมือนฟ้าลิขิตให้เขาได้พบกับ อาจารย์เดช (รับบทโดย ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ) จอมอาคมที่ปลอมตัวมาเพื่อหาลูกศิษย์ เดชเห็นแววว่าแก้วจะเติบโตเป็นนักรบผู้หาญกล้าจึงกระตือรืนร้นฝึกปรือสรรพวิชาให้ แก้วสมัครเข้าเป็นทหารอาสาเพื่อแก้ปมที่ถูกเหยียดหยามว่าพ่อเป็นกบฏ
การขับเคี่ยวระหว่างแก้วและช้างจึงเกิดขึ้นเพื่อแย่งความเป็นหนึ่งในหมู่ทหารอาสาและช่วงชิงหัวใจพิม หญิงอันเป็นที่รักของทั้งคู่ ระหว่างนั้น คลังสรรพาวุธของกองทัพถูกแสนตรีเพชรกล้าโจมตี ฝ่ายกลาโหมจึงสั่งเสริมกำลังรักษาความปลอดภัย แก้วและช้างพร้อมเหล่าทหารอาสา ถูกเกณฑ์เข้าร่วมหน่วยอารักขาเหล่าอาคันตุกะต่างชาติผู้มาร่วมงานฉลองพระนคร แก้ว ช้าง และเหล่าทหารอาสา จะสามารถปกป้องอยุธยาได้มากแค่ไหน ติดตามกันได้ในโรงภาพยนตร์



จุดเด่นของ ขุนแผน ฟ้าฟื้น
ความแปลกใหม่ที่มาพร้อมกับความหลากหลายอารมณ์ ถือเป็นภาพยนตร์ไทยที่พยายามสร้างสีสันตัวละครให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะขุนแผน จากเด็กหนุ่มธรรมดา "พลายแก้ว" กลายมาเป็น "ฮีโร่จำเป็น", ขุนช้าง ที่ปกติต้องเป็นชายอ้วนหัวล้าน แต่กลับกลายเป็นคุณชายหน้าตาหล่อเหลาสาว ๆ รายล้อม, พิม เจ้าของห้องเสื้อสุดหรู ที่ใช้สายตายั่วยวน กุมหัวใจชายทั้งสอง ขณะที่ฉากการต่อสู้ที่ดูทรงพลัง เพราะใช้ CG เข้ามาช่วย ก็ยังสามารถดึงอารมณ์คนได้เป็นอย่างดี ส่วน "มุกตลก" ยังคงปล่อยออกมาให้ฮากันได้ต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมก็คือ การนำเอาเรื่องจริงในโลกปัจจุบันใส่เข้าไป เพื่อให้คนได้เฮกันสนุกสนาน ถือเป็นหนังไทยอีกเรื่องที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี มีสาระและคุณธรรมแฝงไว้มากมาย

จุดด้อยของ ขุนแผนฟ้าฟื้น
การทำให้หนังมีฉากคล้ายกับภาพยนตร์ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฉากมิวสิคัล (La La Land), ขี่กุมารลอยได้คล้ายกับ พรมวิเศษจาก Aladdin โดยใช้ ลาลาลอย (100%) ของ The TOYS ยังทำออกมาได้ไม่เนียนพอ การเชื่อมโยงฉากหนึ่งไปฉากหนึ่งยังมีรอยต่อที่ยาวเกินไป เช่นเดียวกับมุขตลกที่บางครั้งก็แป๊กแบบไม่รู้ว่าจะปล่อยมาทำไม การยิงมุขตลกบ่อย ๆ บางครั้งก็ไม่ได้ช่วยให้ฉาก ๆ นั้นครื้นเครงได้ บางมุกก็ยังขำไม่สุด ๆ นอกจากนี้การวางน้ำหนักบทตัวละครบางตัวก็ยังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก 

3/5 กะโหลก สำหรับภาพยนตร์ไทยที่น่าสนใจ ด้วยบทบาท องค์ประกอบต่าง ๆ รวมทั้งสกิลความสามารถของนักแสดงที่ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่



................................

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี

โดย "แพนด้าอ้วน"

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เว็บไซต์ เอสเอฟซีเนม่า , M Pictures และ ยูทูป


ร่วมสนับสนุนความสนุกในการชมภาพยนตร์โดย SF

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 48