อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

นักสู้เก็บขยะคุ้ยหาของเก่า ยื้อชีวิตแม่82ป่วยมะเร็งลิ้น

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตนักสู้ยอดกตัญญูวัย 45 ปี คุ้ยขยะหาของเก่า แลกเงินซื้อยารักษาแม่แก่ชรา หลังถูกตัดลิ้นป่วยมะเร็ง-อัมพฤกษ์ แม้รายได้น้อยแต่ไม่ยอมให้แม่อดข้าว ลั่นจะดูแลจนกว่าจะจากกันไป อาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2562 เวลา 08.00 น.

 
การทดแทนค่าน้ำนมแก่ “แม่ผู้ให้กำเนิด” สำหรับชายผู้นี้เป็นเสมือนพรอันประเสริฐที่เขาสามารถตอบแทนคุณ และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ของเขาได้ แม้วันนี้พื้นฐานชีวิตจะถูกจำกัดด้วยฐานะทางสังคม แต่เขาก็พยายามอดทนอดกลั้นทำทุกวันให้ดีที่สุด เพราะคำเดียวคำว่า “แม่” ผู้ที่มีพระคุณกับเขาอย่างมาก
 
ในวันนี้หากทุกท่านได้ฟังเรื่องราวจากชายผู้นี้ แม้เป็นเพียงบางส่วนของพายุชีวิตที่ซัดเข้ามาทดสอบความแกร่งของจิตใจคนเป็นลูก แต่เชื่อเหลือเกิน…บุญกุศลที่เขาได้ดูแลผู้ให้กำเนิด สักวันจะทำให้เขาเจริญในวันข้างหน้า ก็ขอเป็นกำลังใจให้ “พี่เบิ้ม” หรือ “นายเบิ้ม เปลี่ยนขุนทดวัย 45 ปี ชายที่มีอาชีพเก็บขยะเลี้ยงแม่ และมีหัวใจยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชื่อของเขาแม้แต่น้อยเลย


 
“ผมเหนื่อย…ผมต้องอดทน ถ้าผมท้อ…แล้วแม่ผมจะกินอะไร” เบื้องลึกของหัวใจผู้เป็นลูกชาย ถ่ายทอดออกมาจากคำพูดแสนธรรมดา แต่แฝงไปด้วยความหมายและความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความกตัญญูที่ประเสริฐยิ่งนัก
 
ช่วงเวลางานประจำของ พี่เบิ้ม” จะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ออกไปตามกองขยะ เพื่อคุ้ยหาเก็บของเก่าที่สามารถนำมาซ่อมแซมได้ ส่วนขยะพลาสติก ลังกระดาษ เศษเหล็ก ก็จะรวบรวมแล้วนำไปขาย เพื่อนำเงินที่ได้มาซื้อข้าว ซื้อน้ำ ซื้อยารักษาโรค ให้กับแม่ที่นอนป่วยอัมพฤกษ์อยู่ภายในบ้านเช่าเดือนละ 1,800 บาท ละแวกใกล้เคียงกับธนาคาร ออมสิน (สาขา สะพานแดง)


 
คุณยายยิ้ม วัย 82 ปี แม่ของพี่เบิ้ม เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ตนนอนป่วยติดเตียงเป็นอัมพฤกษ์เช่นทุกวันนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน วันนั้นตนอยู่บ้านเพียงลำพัง ในบ้านมีเตาถ่านที่ใช้ฟืนหุงหาอาหารเป็นประจำทุกวัน แต่ระหว่างที่ตนกำลังเดินกลับก้าวเท้าพลาดล้มลงไปทับกองไฟ เป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้เสื้อผ้าและลามมาติดที่ลำตัว ถูกไฟคลอกผิวหนังอย่างรวดเร็ว ทำให้ตนเดินไม่ได้เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัวเช่นทุกวันนี้ ซ้ำสิ่งที่ทำให้กลายเป็นแรงฉุดรั้งชีวิตและกำลังใจ ไม่นานมานี้ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเล็งที่ลิ้น ซึ่งแพทย์ได้ตัดลิ้นทิ้งเพื่อรักษาชีวิต ทุกวันนี้การพูดอะไรจึงต้องย้ำหลาย ๆ รอบกว่าจะรู้เรื่อง
 
“ตอนนี้ยายก็มีแผลกดทับ ก็มีเจ้าเบิ้มนี่แหละที่คอยช่วยเหลือยาย...เวลาเบิ้มมันไปขายของเก่า ยายก็อยู่ในบ้านคนเดียว..แต่พอเที่ยง ๆ เบิ้มมันก็จะรีบกลับมาดูยายแบบนี้ทุกวัน” คุณยายยิ้ม กล่าว


 
พี่เบิ้ม บอกว่า ตนขายของเก่าวันหนึ่งได้เงินประมาณ 100 บาท แต่บางวันโชคก็ไม่ได้เข้าข้าง ยังดีขายได้ 30-40 บาท บางวันไม่ได้เลยก็ต้องอดมื้อกินมื้อ แต่ถึงแม้ตนจะอด ทว่าแม่ของตนต้องได้กินอิ่มท้อง “ผมอยู่กับแม่แค่ 2 คนในบ้านที่นี่ แม่ผมคงอยู่ได้อีกไม่นาน...ผมเป็นลูก ผมต้องดูแลแม่ให้ดีที่สุดจนกว่าจะมีใครหมดลมหายใจจากกันไป...” สิ้นเสียงที่เข้มแข็งกลับถูกแทรกด้วยเสียงสะอื้นที่ดังขึ้น ๆ น้ำตาเริ่มไหลอาบที่สองแก้มของชายผู้นี้
 
นี่แหละ “ความกตัญญู” ต่อให้ตัวคุณจะลำบากเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน หัวใจของคนเป็นลูกก็คงไม่อยากเห็นผู้เป็นแม่ต้องเจ็บป่วย นอนอดข้าวอดน้ำ ผู้ชายคนนี้จึงยอมทำทุกอย่างเพื่อชีวิตของแม่ที่เหลือยู่.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : Poramet Misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่ 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%