อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

กระแส"พริตตี้ลัลลาเบล" อีกแง่มุมลับๆในสังคมไทย

ปรากฏการณ์ "ลัลลาเบล" มีหลากแง่มุมลับๆ ในสังคมไทยที่ต้องขยาย หากอยากให้ออกกฎหมายห้ามดื่มกันในบ้าน แต่งานนี้สุดโต่งเกินไปหรือเปล่า แล้วควรแก้ให้พอดีตรงไหน พฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ช่วงนี้ก็มีข่าวอะไรที่น่าสนใจหลายข่าว ทั้งการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไปประชุมที่สหประชาชาติ แล้วพูดถึงเรื่องหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องโลกร้อน แต่ “วาระร้อนๆ” ที่ชาวเน็ตเขาเอามาจิกกัดนายกฯ คือที่ไปพูดว่า “พวกเรานักบริหารก็จะเปิด google เป็นส่วนใหญ่ ประชาชนเขาไม่ค่อยเปิด ทำให้ปัญหายิ่งเกิดขึ้นเพราะเขาไม่เรียนรู้ไง” เล่นเอากลายเป็น meme ว่อนเน็ต

แบบว่า “เขาเปิดใช้กันมานานแล้วล่ะลุง” เด็กนักเรียนเดี๋ยวนี้หาอะไรไม่เจอก็ google it เข้าไป บางคนเหน็บไปขนาดว่า “แกเพิ่งรู้จัก google” เหรอ แล้วรู้หรือเปล่าว่าบางเรื่องในนั้นน่ะมันข่าวปลอมก็มี แล้ว “นักบริหาร” นี่เคยอ่าน research อ่าน journal ที่เป็นงานทางวิชาการที่สถาบันการศึกษาใหญ่ๆ รับรองหรือเปล่า หรือแค่ google เอาก็พอ คนที่พาลไม่ชอบนายกฯ อยู่แล้วเขาถึงขนาดบอกว่า “ขายขี้หน้า” ที่ไปพูดเสียแบบนั้นมันดูถูกคนไทย



กระแส google it ของนายกฯ ไม่แรงเท่าไร เพราะมีกระแสข่าวที่ตีขึ้นมาอีกอัน คือมีการเปิดเผยว่า พรรคอนาคตใหม่ไปจ้างบริษัทลอบบี้ยิสต์ต่างชาติ ในช่วงที่เดินสายต่างประเทศช่วงเดือน ส.ค. โดยเรื่องนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคก็ออกมายืนยันว่า การจ้างเพื่อความสะดวกในการติดต่อเข้าพบบุคคลสำคัญเท่านั้น และที่ทำสัญญาจ้างนานจนสิ้นปีเพราะคล้ายๆ ว่ามันเป็นกฎของบริษัท และอาจต้องใช้ในช่วงที่นายธนาธรยังไม่ได้คืนสถานะ ส.ส.

ฝ่ายที่ไม่ชอบขั้วอนาคตใหม่เขาก็ตั้งแง่ขึ้นมาว่า “จ้างลอบบี้ยิสต์ไปเที่ยวพูดอะไรโจมตีประเทศชาติ เร่ขายชาติหรือเปล่า” ขนาด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ยังจะสั่งให้สอย เดี๋ยวอีกไม่กี่วันคงมี “นักร้อง” หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาร้องเรียนให้ตรวจสอบอีกล่ะ ความเห็นทางการเมืองในประเทศนี้มันก็ยังคงแตกแยกเป็นสองฝ่ายอยู่ดี และมันน่ากลัวตรงที่มันกำลังสุดโต่งขึ้นเรื่อยๆ เดิมพันสูงเพราะส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลเสียงปริ่มนี่แหละ



จะว่าไป เรื่องของนายกฯ สิ่งที่พูดเรื่องอินเทอร์เนต ถ้าจะเอาให้มันดูเป็นวาระสำคัญระดับโลกเสียหน่อย แทนที่จะสอนให้คนใช้ google ก็น่าจะพูดเรื่องปัญหา fake news หรือข่าวปลอม ที่มันแพร่ระบาดไปทั่วขณะนี้ และคนหลายๆ คนก็เลือกจะเชื่อมันเสียด้วยถ้ามันสอดคล้องกับอุดมการณ์ความคิดทางการเมืองเดิมของตัวเอง แล้วก็เรื่องอัลกอริธึ่ม หรือการเก็บข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เช่น เฟซบุ๊ก ที่มีโอกาสเลือกข่าวให้คนเห็นแค่ฝั่งเดียว ไม่มีการสร้างสมดุลสองฝั่ง

แต่วาระทางการเมืองต่างๆ เหล่านี้ ในประเทศไทยกลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันน้อยกว่ากรณีพริตตี้สาว “ลัลลาเบล” น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ ซึ่งรับ “งานเอน” หรืองาน entertainment แขกเจ้าหนึ่ง แล้วเสียชีวิต โดยตรวจพบภายหลังว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปจนน็อค ..เรื่องนี้กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ชนิดที่สื่อตามข่าวกันรายวัน คนวิพากษ์วิจารณ์กันทั่ว ก่อนผลตรวจสาเหตุการเสียชีวิตออกมา ก็มีคนมโนกันไปใหญ่ว่า “เขาทำอะไรเธอ”



เอาจริงๆ ข่าวที่มีองค์ประกอบเรื่องเพศ เป็นข่าวที่ค่อนข้างได้รับความสนใจจากผู้อ่านมาก เพราะมันเป็นเรื่องลับๆ ที่ “อยากรู้โลกตรงนั้นเขามีอะไรกัน” แล้วจะได้วิพากษ์วิจารณ์ เมาท์ หรือใช้มุมมองศีลธรรมตัดสินกันสนุกปาก ยิ่งบุคคลในข่าวเป็นพวกหนุ่มหล่อสาวสวย บางทีตามข่าวกันไปตามข่าวกันมาเกิดอาการผิดหลงไปชื่นชมซะอย่างนั้น เช่น กรณี “เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ” ที่เป็นข่าวเมื่อ 1-2 ปีก่อน ก็มีความเห็นประเภทเป็น “แฟนคลับฆาตกร” โผล่มาอยู่

เรื่อง “พริตตี้รับงานเอน” มันมีมาตั้งนานแล้ว ถามว่าหาที่ไหน ตอบว่า คุณก็ต้องรู้แหล่ง คือรู้จักโมเดลลิ่งที่ส่งงาน หรือรู้จักพวกที่รับงานแนวๆ นี้ ให้เขาหาคนให้ มันก็มีไลน์กรุ๊ปที่พวกพริตตี้ หรือนายแบบนางแบบส่ง “งานเอน” ให้กันและกัน แบบว่ามีคนรับงานมาสักคน แต่แขกจะเอาอีกสี่ห้าคน ก็มาโพสต์ถามกันว่า ใครรับงานได้บ้าง ไปวันเวลานี้ เรทเท่านี้ ลูกค้ากี่คน ทำงานอะไรบ้าง แค่กินเหล้าดูแลเหมือนในบาร์โฮสต์หรืออย่างไร



ถ้ามันจะเลยเถิดไปมากกว่านั้น ก็จะเป็นงาน “เอนวี” วีนี่มาจากวีไอพี คืออาจต้องบริการอะไรพิเศษๆ เพิ่มขึ้นหน่อย แล้วแต่จะคิดแล้วกันว่าให้ทำอะไร เช่น อาจนุ่งน้อยห่มน้อยระหว่างบริการ หรือถ้าเป็นงาน “เอนทิป” คือเป็นงานเอนธรรมดาๆ แต่ถ้าจะเอา “ทิป” คือขึ้นอยู่กับว่าคนไหนจะรับ “ทิป” บ้าง ( ไม่ใช่รับทุกคน ) แล้วคนนั้นก็อาจมีบริการเสริมเพิ่มจากเรทงานเอนที่เขาจ้าง “บริการเสริม” คืออะไร คิดว่าไม่ต้องบอก ณ ที่นี้หลายคนก็คงเข้าใจ

มันเป็นโลกของวงการกลางคืนโลกหนึ่งที่เรียกง่ายๆ ว่า แทนที่คุณจะไปใช้บริการที่ร้าน แบบนั่งห้องคาราโอเกะเรียกเด็กมานั่งเอนเตอร์เทนหลายๆ คน ก็จัดเป็นหมู่คณะส่งไปสถานที่ส่วนตัว สะดวกสบายใจกว่าให้ใครเห็นว่าเที่ยว และวงการพวกนี้คือเงินสะพัดมาก เพราะเงินที่จ่ายตามเสน่หานี่ไม่มีต้นทุนหรอก คนจ้างบางทีก็อยากอวดรวยหรืออยากซื้อใจคนหล่อคนสวยก็เปย์ไม่อั้น แบบตอนสนุกล่ะสุดเหวี่ยงได้ แล้วค่อยไปเขียมเอากับค่าใช้จ่ายปกติ

มีเสียงกระซิบเข้าหูว่า ถ้าพริตตี้ ทั้งบอยทั้งเกิร์ลนั่นแหละ มีเกรดหน่อย เขาไม่รับงานเอนในประเทศด้วยนะจ๊ะ ไม่ให้ตกเป็นขี้ปากใคร ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินพาไปเอนกันถึงเมืองนอกเมืองนา และขณะเดียวกัน ชาวต่างชาติก็มาใช้บริการงานเอนในประเทศไทย อย่างคนจีนก็เหมาทริปเรือสำราญ เอาพริตตี้ขึ้นไปเอนบนเรือ เดี๋ยวนี้เขาให้สังเกตกระทั่งว่าไปดูอินสตาแกรมเด็กหน้าตาดีๆ บางคนสิ ดูไม่เห็นบอกงานการทำอะไรแต่รวย นั่นน่าจะรับงานเอน



พอเกิดปรากฏการณ์ลันลาเบลขึ้นมา ก็แน่นอนว่า คนสนใจ ก็มีหน่วยงานหรือใครบางคนบ้าจี้เกาะกระแสไปด้วย แบบว่า ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยสังคมอย่าให้มีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก นี่ได้ยินข่าวกระทั่งอยากตั้ง “สหภาพพริตตี้” ขึ้นมาแบบคอยดูแลกันว่า ถ้าแขกเล่นเลยเถิดไปจากข้อตกลงต้องมีการคุ้มครอง และก็ทำได้ไม่น่าผิดเพราะงานเอนเตอร์เทนมันก็ไม่ใช่งานที่น่าจะเสียหาย ถ้าอยู่ในขอบเขตของความยินยอมพร้อมใจ ไม่ใช่บังคับเล่นยาหรือกระดกเหล้าถี่ๆ

แม้กระทั่งพวกเครือข่ายงดเหล้าก็เป็นห่วงเป็นใย เห็นข่าว นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถูกถามเรื่องนี้ก็ตอบว่า เรื่องปาร์ตี้กินดื่มในบ้าน ในมาตรา 30 เรื่องห้ามขายยังไม่ไปครอบคลุมถึงการจัดงานในบ้าน แต่ที่ประชุมมอบอนุกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายรับไปพิจารณาว่า จะมีกฎหมายส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร เพราะในวิธีการขายจะมีในมาตรา 30 (6) ที่เปิดให้ออกกฎหมายเพิ่มขึ้นมาได้   

ถ้าเอาจริงก็เรียกว่าถึงขนาดจะออกกฎหมายห้ามดื่มกันในบ้านอย่างนั้นเลยหรือ? คงกะว่าถ้าจะขายควรอยู่ในร้านหรือพื้นที่ที่เห็นพฤติกรรมและควบคุมได้ ก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนว่ามันโอเคหรือมันสุดโต่งไป ..เท่าที่ดูภาพรวมของเหตุการณ์ เรื่องที่มีองค์ประกอบทางเพศในข่าว เป็นโลกลับๆ แบบนี้พอเกิดปัญหาเรื่องหนึ่งก็ขยายต่อไปเรื่อยๆ ถ้าไม่หยุดขุดกันก่อนคงเจออะไรประหลาดๆ อีกเยอะล่ะ มันก็น่าคิดว่า “สังคมไทยควรพูดเรื่องเพศได้แค่ไหน อย่างไร”

มันคงเปรียบได้เป็น “เรื่องใต้พรมศีลธรรม” ที่อยากแก้ต้องเปิดพรมมาดูปัญหากันจริงๆ จังๆ เสียที.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 143