อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

เจอกันอีกแล้ว!จับโจรตั้งแต่ยศ'ร.ต.ท.'ยัน'พล.ต.ต.'

สัปดาห์นี้เล่าเรื่องหัวขโมยโดนตำรวจจับตั้งแต่เป็นยศร้อยโทยันตำแหน่งพลตำรวจตรี แม้สัญญาแล้วสัญญาเล่าว่าจะเลิกเป็นโจร พุธที่ 25 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น.


พลตำรวจตรีนับวันรอการเกษียณ ความฝันที่จะได้เป็นพลตำรวจเอกสูญสลายไปนานแล้ว ขณะที่นักสืบคุมตัวผู้ต้องหาวัยเกือบ 60 ปี มาพบนายตำรวจเพื่อรายงานการจับกุม “เจอกันอีกแล้วเหรอ” พลตำรวจตรีชะงักเมื่อผู้ต้องหาร้องทัก

“แหม...นาย..ทำเป็นลืมผมนะครับ”

แล้วความทรงจำก็ผุดพรายออกมาทันที ตอนเป็นร้อยตำรวจโทใหม่ๆ ขณะทำงานเป็นสายตรวจ เขาได้จับกุมหนุ่มวัยกระทงวิ่งราวกระเป๋าถือสาวๆ ที่มาเที่ยวงานกาชาด ร้อยตำรวจโทปลุกปล้ำจับกุมคนร้ายไว้ได้ “ปล่อยผมไปทำเถอะครับ” หนุ่มวัยกระทงถูกใส่กุญแจมือนั่งปวดร้าวและปวดแผลที่หัว ผลจากการปลุกปล้ำ พยายามอ้อนวอนหมวดหนุ่ม “ทำผิดก็ต้องติดคุก”

ว่าแล้วก็คุมตัวโจรหนุ่มไปโรงพัก ขณะนั่งรถสายตรวจ ไม่รู้อย่างไร โจรกับหมวดหนุ่มนั่งคุยว่าเป็นใครมาจากไหนกัน โจรหนุ่มนั้นครอบครัวแตกสลายแตกต่างจากครอบครัวหมวดหนุ่มที่สมบูรณ์ดี โจรหนุ่มรู้ตัวว่ามือตัวเองเบา และเท้าตัวเองสับได้ไว จึงริเป็นโจรเพื่อหาเงินมาดูแลคนรู้จัก ส่วนหมวดหนุ่มฝันอยากเป็นตำรวจเพื่อดูแลประชาชนอต่างคนต่างทำความฝันที่ตั้งใจไว้ได้ “ออกจากคุก ก็ทำตัวสุจริตสักทีเถอะ”



“ครับๆ” โจรหนุ่มสัญญาแบบขอไปที

ผ่านไปหลายปี หมวดหนุ่มกลายเป็นสารวัตรสืบสวน เขาจับกุมคนร้ายย่องเบาบ้านคนรวย ฝีมือคนร้ายนั้น ร้ายกาจเดินเบาและนุ่มนวล คนในบ้านหลับอยู่ไม่รู้สึกตัว แต่พอตื่นมาของหายทันที สารวัตรสืบใช้เวลาอยู่นานหลายเดือนกว่าจะจับคนร้ายได้ยกแก๊ง เจอหัวหน้าแก๊ง เป็นหนุ่มวัย 30 นิดๆ ผู้ใหญ่พอสมควร

“อ้าว! เจอกันอีกแล้วนะหมวด เอ....ผมว่าไม่ใช่หมวดแล้ว เป็นสารวัตรแล้วกระมังนิ” ทั้งสองพบกันอีกครา

“ไหนว่าจะทำตัวถูกกฎหมาย” สารวัตรหนุ่มโวยวาย

“ก็ถูกแล้ว แต่มันโดนรังแกจากคนรวยๆ เลยตัดสินใจปล้นบ้านคนรวยดีกว่า เอาให้ยับเลย”

“มันผิดกฎหมาย” สารวัตรโวยวาย “โทษติดคุกนะ”

“ผมเคยเข้ามาแล้วสารวัตร ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก”

ทั้งสองจากกันไป คนหนึ่งติดคุกหลายปี อีกคนเหมือนจะก้าวหน้าในอาชีพ แต่ไปติดพันตำแหน่งรองผู้กำกับการเสียนาน กว่าจะได้เป็นผู้กำกับการก็มีอันต้องฉลอง ลูกน้องในโรงพักจับโจรวัย 40 กว่าปีได้ เป็นโจรแสบอาศัยทำทีเป็นคนขายสารานุกรมตามบ้าน หากหลังไหนไม่อยู่ ก็จะปีนรั้วงัดขโมยของ



“เจอกันอีกแล้วนะครับ ดีใจด้วย เป็นผู้กำกับแล้ว”

“อีกแล้วเหรอ!!! ทำไมไม่ทำตัวให้มันถูกต้องตามกฎหมาย”

“ก็ทำแล้วครับนาย แต่เงินไม่พอใช้ ลูกไม่สบาย เมียก็ติดค่าแชร์ ผมก็ติดค่าเหล้า เงินสุจริตไม่พอ เลยต้องกลับมาเดินสายโจรอีกครั้ง ครั้งสุดท้ายแล้วครับ” โจรบอกอย่างมั่นใจก่อนเข้าคุก ส่วนผู้กำกับการเขยิบไปเป็นรองผู้บังคับการก็ใช้เวลาหลายปี จนมาปีสุดท้ายตอนวัย 60 ปี ได้เป็นผู้การกับเขา ผู้กำกับการโรงพักใจดีจับโจรมาให้

“อ้างทำทีว่ามาส่งของ พอบ้านไหนไม่อยู่ ก็ไปซื้ออุปกรณ์งัดแงะเข้าบ้านคนอื่น กวาดทรัพย์เพียบ คนในวงการเรียกว่า อาจารย์ แกเอาเงินที่ขโมยมาได้ แจกคนจน ได้ฉายาว่า โรบินฮู้ด” ผู้กำกับการรายงานข้อมูล ผู้การเดินไปเจอคนร้ายวัยเกือบ 60 ปีแล้ว

“เจอกันอีกแล้วเหรอ” พลตำรวจตรีชะงักเมื่อผู้ต้องหาร้องทัก

“แหม...นาย..ทำเป็นลืมผมนะครับ” นายตำรวจร้องอ้อ ทักทายโจรราวกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันเสียนาน “เป็นไง”

“สบายดีครับนาย ..อ้าว! เป็นนายพลแล้วเหรอครับ ดีใจด้วย ผมนะพยายามจะเป็นคนดี แต่ลูกกับเมียมันขอค่าดูแลเดือนละหมื่น ไม่พอเมียใหม่วัยคราวลูก ก็เพื่อนลูกแหละครับ มาติดผมเอง ก็ต้องรักต้องดูแล มันต้องใช้เงินเดือนละหลายหมื่น ถ้าทำอาชีพสุจริตก็คงไม่พอ ทำไงได้ ไอ้ผมมันปฏิเสธใครไม่เป็น เห็นคนได้รับการช่วยเหลือแล้วสงสาร เลยเอาดีทางโจร ขึ้นบ้านคนรวย เพราะมันคงไม่จนเพราะโจรขึ้นบ้านครั้งเดียวหรอกครับ”

พลตำรวจตรียิ้มเหมือนเจอเพื่อนเก่าที่ชอบเกเรหลงทางไปบ้าง “สุขภาพเป็นไงบ้างล่ะ เอ็ง”

“ดีครับ ถือว่ายังแข็งแรง ติดคุกไปหลายครั้ง ก็ยังไม่แย่มาก เจอนายทุกครั้งเลย ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ นะครับ หวังว่าจะได้เป็นพลตำรวจเอกเร็วๆ นี้”

“ช่างมันเถอะ” พลตำรวจตรียิ้มกว้าง “อย่างน้อยก็ไม่ได้ปล้นฆ่าใคร โดนคราวนี้ ขอให้ออกมาแล้วหยุดจริงๆ นะ”

“คงจะหยุดล่ะครับ คงจะได้ฤกษ์บวชสักที ผมมันก็เหนื่อยกับการดูแลคนอื่น อยากดูแลตัวเองบ้าง ตอนหนุ่มๆ ขึ้นบ้านเขาเพื่อแม่เพื่อน้อง โตหน่อยก็เพื่อเมียเพื่อลูก พอแก่มาก็ยังต้องเมียและลูก แถมเมียเด็กอีก ติดคราวนี้ออกมา ขอออกบวชหลุดพ้นบ่วงกรรมจากโลกนี้สักที ชาติหน้าจะได้เกิดมาเป็นคนดีๆ กับเขาบ้าง”



พลตำรวจตรีตบเข่า คิดถึงความหลัง หันไปบอกลูกน้องให้ดูแลแกดีๆ

ทั้งสองจากกัน พลางครุ่นคิดว่าทำไมถึงต้องมารู้จักกันด้วยสถานการณ์แบบนี้ด้วย

“เอ่อ...นายครับ ถ้าไม่คิดอะไร เห็นนายเป็นคนน่าจะดี เพราะหมั่นจับโจร มาครั้งนี้ผมขอฝากเมียเด็กผมด้วยนะ สงสารมัน ถือเสียว่าช่วยดูแลมันเหมือนเมียเพื่อนหน่อยนะครับ ผมฝากแค่นี้ล่ะ ถ้ามันยังรอผม ก็ดูแลด้วย ถ้ามันจะมีคนใหม่ก็ช่วยดูผู้ชายที่มันจะคบหน่อย ผมล่ะกลัว มันจะได้คนไม่ดีจริงๆ หนุ่มๆ สมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหนล่ะครับ”

พลตำรวจตรีพยักหน้าก่อนจะยกมือรับไหว้โจรเฒ่าที่โดนพาตัวเข้าห้องขัง ทิ้งนายตำรวจใกล้เกษียณยืนมองคนรู้จักในชีวิตค่อยๆ เดินหายลับตาไปอย่างช้าๆ
......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%

บอกต่อ : 137