อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

ชื่นชม"หมอจิตอาสา" ทำดีกับพระ-ผู้ป่วยบุญหลายชั้น

อุทิศตัวตอบแทนสังคม หลังเห็นภาพ “หลวงพ่ออวยพร” ลงพื้นที่เยี่ยมญาติโยมป่วย-ชรา ลั่นพระไม่ใช่หมอยังมีความห่วงใยชาวบ้าน หมอแท้ๆ กลับนั่งรอให้คนป่วยมาหา ปวารณาตัวช่วยเหลือผู้คนตั้งแต่นั้นมา เชื่อได้บุญหลายชั้น เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.


ตามที่ได้นำเสนอไปในตอนที่แล้วเรื่อง โยมไม่มา อาตมาไปหาเองว่าเป็นโครงการที่ดีควรค่าแก่การยกย่องของหลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม .นครปฐม นอกจากได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง และคนชราทั้งทางกาย และทางใจแล้วยังเป็นแบบอย่างให้ลูกศิษย์ลูกหาได้ปฏิบัติตามต้นแบบในเรื่องจิตอาสา ซึ่งในวันสัมภาษณ์หลวงพ่อฯได้พบคุณหมอแพทย์แผนไทยท่านหนึ่งที่ขอตามหลวงพ่อฯไปช่วยตรวจรักษาผู้ป่วย-บันทึกอาการก่อนส่งยาแผนไทยมาให้ชาวบ้านฟรี ๆ

โดยชายคนดังกล่าวชื่อว่า ภพ รักษาพุทธ หรือหมอภพ อายุ 54 ปี ชีวิตเขาผ่านเรื่องราวมามากมาย เริ่มต้นด้วยการเป็นทหารชั้นประทวน ประจำ พล.ร.16 จ.ประจวบฯ ด้วยความมานะเขาเรียนปริญญาตรี สาขานิเทศศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราชไปด้วย เมื่อเรียนจบก็มาทำงานเอกชนในสายสื่อสิ่งพิมพ์ที่สนใจ ก่อนจะได้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิช เมื่ออายุมากขึ้น-ฐานะไม่ลำบากจึงตัดสินใจลาออกเพื่อรับเงินเกษียณฯแล้วมาใช้ชีวิตเพื่อตอบแทนสังคมด้วยการเปิดคลินิกแพทย์แผนไทยชื่อเวชสิทธาคลินิกการแพทย์แผน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ปณิธานว่าพระภิกษุสงฆ์ และผู้ป่วยยากไร้รักษาฟรี ส่วนผู้มีกำลังทรัพย์ก็เรียกเก็บในราคาที่สามารถเลี้ยงคลินิกให้สามารถดำเนินการต่อได้



หมอภพ บอกว่า วิชาแพทย์แผนไทยสนใจตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณแม่ชอบพาไปเดินเล่นในวัดโพธิ์ จึงสนใจท่าฤษีดัดตนแต่นั้นมา อีกเหตุหนึ่งคือสมัยเด็กเป็นฝีในหูทรมานมากจะไปโรงพยาบาลก็แพง แม่เลยพาไปหาหลวงพ่อเมี้ยนวัดโพธิ์ ท่านใช้วิชาแพทย์แผนไทยผสมผสานกับการท่องคาถาแล้วสับไปที่ขอนไม้ และให้น้ำมันมาทา กลับมาถึงบ้านก็เริ่มยุบลง 2-3 วันอาการก็หายไปเอง จึงเชื่อว่าแพทย์แผนโบราณมีความสามารถรักษาคนได้จริง จึงเริ่มศึกษาอ่านหนังสือตำราแพทย์ไทย จนเมื่อเรียนมัธยมไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญ วัดถ้ำสองพี่น้อง .สระบุรี นอกจากท่านจะเป็นหลวงอาของเพื่อนสนิทแล้วยังเป็นพระหมอยาด้วย ปิดเทอมจะไปช่วยบดยาตลอด

เมื่อเรียนจบทำงานเป็นหลักแหล่งก็สนใจทางแพทย์แผนไทยจริง ๆ จัง ๆ ไปเรียนวิชาทำยาดมยาหม่องจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ.พาณี พันธุมนาวิน เป็นครูคนแรกแนะนำให้ไปเรียนที่สมาคมเภสัช และอายุรเวชโบราณแห่งประเทศไทย เป็นสถาบันการเรียนการสอนที่เก่าแก่เทียบเท่ากับวัดโพธิ์ ได้เรียนวิชาแพทย์แผนไทยทั้งเวชกรรม เภสัชกรรมและการนวด มีครูหลาย ๆ ท่านที่ควรระลึกถึง โดยเฉพาะอาจารย์ธนาพล คงน้อย เป็นต้นแบบในการรับใช้สังคม เพราะท่านจะไปช่วยรักษาผู้ป่วยยากไร้ตามชุมชนวัดต่างๆ ซึ่งวิชานวดสายแม่ชีบุญเรือนก็ได้ความรู้จากท่าน





หมอแผนไทย บอกต่อว่า จากนั้นก็สอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยได้ แต่ยังคงทำงานสื่อสิ่งพิมพ์เรื่อยมา กระทั่งทราบพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 ทั้งสองพระองค์ทรงเห็นว่าแพทย์แผนไทยเป็นภูมิปัญญาของชาติควรค่าแก่การรักษาไว้เลยอยากเป็นหนึ่งในผู้สืบสานมรดกของบรรพชนนี้ตามแนวพระราชดำรัส ช่วงแรกเนื่องจากติดงานประจำจึงเข้าช่วยเหลือสมาคมเภสัชและอายุรเวชโบราณแห่งประเทศไทย เป็นทั้งวิทยากรและกรรมการสมาคม เน้นไปที่การส่งเสริมให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นยิ่งๆ ขึ้นไป จนเมื่ออายุและฐานะถึงเวลาที่เหมาะสมเห็นว่าควรได้เวลาช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง จึงตัดสินใจลาออกมาเปิดคลินิก

แรกเริ่มตั้งใจรักษาฟรีให้แก่ภิกษุสงฆ์เพื่อเป็นพุทธบูชา แต่นึกถึงพระราชกรณียกิจของในหลวง ร. 9 ที่ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเป็นนิจเลยอยากเดินตามรอยของพระองค์ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ เป็นการสืบสานพระราชปณิธานที่ทรงช่วยประชาชนคนไทยเสมอมา ในส่วนผู้มีกำลังทรัพย์ก็เรียกเก็บในราคาไม่สูงเพียงเพื่อช่วยเลี้ยงคลินิกให้พอดำเนินการต่อไปให้ได้นานที่สุด เน้นไปที่การทำการกุศล แม้ว่าแพทย์แผนไทยไม่เป็นที่นิยมมากนักในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงจะดำเนินการต่อไปเท่าที่มีแรง เพราะอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพที่ดีจากภูมิปัญญาแบบไทย ๆ



หมอจิตอาสา บอกอีกว่า ส่วนที่ไปร่วมโครงการของหลวงพ่ออวยพรนั้น สมัยทำงานที่ไทยวัฒนาพาณิชย์ งานมีปัญหาติดขัด บริษัทเองก็ลงทุนไปกับโครงการนั้นมาก ถ้าไม่สำเร็จอาจจะถึงขั้นต้องเลิกกิจการ ตอนนั้นเองตนในฐานะที่เป็นผู้จัดการแผนกก็ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ แต่ติดต่อราชการไปก็ปฏิเสธแบบไม่ใยดี ระหว่างนั้นเดินทางไปกราบหลวงพ่อแช่มอาจารย์ของหลวงพ่ออวยพร ขอเมตตาบารมีจากทั้งสองท่านเป็นที่พึ่งทางใจ ท่านก็พรมน้ำมนต์อวยพรให้ปัญหาลุล่วง เมื่อกลับออกมาทางราชการติดต่อกลับมาว่าให้นำเอกสารมาพิจารณา เนื่องจากมีคณะกรรมการชุดหนึ่งว่างพอดี เห็นดังนั้นก็เกิดความนับถืออยู่เป็นทุนเสมอมา และได้ศึกษาวัตรปฏิบัติของทั้งสองหลวงพ่อ

กระทั่งเห็นเฟซบุ๊กชมรมศิษย์หลวงพ่ออวยพรที่มีลูกศิษย์ติดตามไปร่วมโครงการถ่ายภาพมาบอกเล่าโครงการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วย -คนชรา เกิดความคิดที่ว่าขนาดหลวงพ่อเป็นพระไม่ใช่หมอยังมีความห่วงใยไปเยี่ยมเยียนชาวบ้าน เราเสียอีกเป็นหมอแท้ๆ กลับนั่งรอให้คนป่วยมาหา จึงปวารณาตนขอร่วมโครงการฯกับหลวงพ่อ สิ่งใดพอที่จะสนับสนุนปณิธาน​-ความตั้งใจของท่านได้​ เราต้องขวนขวาย​ อีกด้านหนึ่งในเรื่องของบุญ​มองว่า​มันเป็นบุญหลายชั้น​ ได้ช่วยคนป่วย​ ได้ช่วยชาวบ้าน ได้ช่วยหลวงพ่อ​ ได้เชิดชูศาสนาพุทธ​ที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า​ผู้ศึกษาธรรมในศาสนานี้​นำมาปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม​



ความรู้สึก​บอกไม่ถูกเดินตามท่านหลาย บ้าน​ ผมเหนื่อยนะ​ แต่ท่านกลับเบิกบาน เดินลิ่ว ๆ​ ทั้ง ที่ชราภาพ​ เจอคนทักคน​ เจอวัว​ทักวัว​ เจอหมาแมว​ก็ทักหมาแมว​ ดูท่านอารมณ์ดี​ เหมือนปีติอยู่ในบุญทุกขณะ​ และยิ่งเห็นภาพ​ตอนผู้ให้กับผู้รับเจอกัน​ ทั้งสองฝ่ายมีแต่รอยยิ้ม​ ผู้ป่วยบางคนน้ำตาไหลพราก​ดีใจมาก​ที่หลวงพ่อมา​หา-มาเยี่ยมถึงที่บ้าน ความรู้สึก​เหมือนเราอยู่ใกล้​พระโพธิสัตว์​ที่กำลังสร้างบุญบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป​ ใครได้ร่วมบุญกับท่าน​ก็พลอยจะได้อานิสงไปด้วย

หลวงพ่อฯช่วยเหลือสังคมอย่างไม่เคยลดละ อันท่านจิตกุศลของได้ต่อยอดให้ลูกศิษย์ลูกหาหลายคนเอาเป็นแบบอย่าง และเริ่มต้นโครงการช่วยเหลือสังคมมากมาย อาทิ พระมหาใจ วัดดอนยายหอมที่ช่วยเผยแพร่ศาสนาในประเทศอเมริกา คุณแอร์-ไชยากรที่บูรณะโรงเจเพื่อช่วยระดมทุนดูแลคนยากไร้และประสบภัยพิบัติและทนายแจ็ค- ศราวุธ ที่ช่วยอุปถัมภ์โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2 ทุกคนล้วนดำเนินรอยตามของหลวงพ่ออวยพรทั้งสิ้น.
......................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ ขจร วัตรเอก เดลินิวส์ออนไลน์ จ.นครปฐม และคุณศราวุธ ฤกษ์ล้วน

อ่านข่าวเพิ่มเติม..
"โยมไม่มา-อาตมาไปหาเอง" พระแท้ที่คู่ควรกราบไหว้

ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 124