อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2562

บันทึกช่วยน้ำท่วมรัฐมอญ พระสงฆ์คือที่พึ่งยามยาก

สัปดาห์นี้ไปดูบทสรุปพระสงฆ์ไทยระดมสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วรัฐมอญ ยกพระสงฆ์มอญมีบทบาททรงอิทธิพลชาวบ้านพึ่งได้ทุกเรื่อง พุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 11.00 น.


ความจริงการเดินทางของคณะเราทั้งหมดไม่น่ามีปัญหา หากไม่ติดขัดเรื่องการขนของบริจาคเข้าไปยังรัฐมอญ และเราไม่จำเป็นต้องเดินทางกลางคืนท่ามกลางป่าพงดงไพรเขตปกครองของทหารกะเหรี่ยงแบบนี้ (กะเหรี่ยงถืออาวุธมีหลายกลุ่ม)

ต่อจากตอนที่แล้ว..ในขณะที่ผมเจอคนถืออาวุธสองคนหน้าตาขึงขัง ชายคนหนึ่งคุมเชิงอยู่ข้างๆ พร้อมถืออาวุธปืนหากเดาไม่ผิดคือปืนอาก้า พร้อมลั่นไก คนที่โบกรถให้จอดส่งเสียงถามด้วยน้ำเสียงดุดันขอค้นรถด้วยหน้าตาตาดุๆ ตื่นๆ ส่องไฟฉายมาที่รถ ผ่านพระและผมเข้ามาและถามอะโกว่าไปไหน มากี่คน ประมาณนี้ โชคดีว่าอะโกตอบได้อย่างฉะฉานว่า นำสิ่งของไปบริจาคมาด้วยกัน 4 คัน พร้อมกับชี้ป้ายที่เราติดไว้ด้านหน้ากระโปรงรถ ชายคนนั่นมองมาที่พระ พระส่งเสียงพม่าได้ ความดุดันจึงหายไป เดินจากรถไปตรวจรถด้านหลังต่อ ผมนั่งนิ่งได้แต่ภาวนาพุทโธๆ ผ่านไปสักพักถามอะโกว่า เคยเจอแบบนี้ไหม เป็นทหารหรือโจร อะโกบอกว่าไม่มีอะไร หากเราโชคร้ายสุดเขาคงขอเพียงค่าผ่านทาง แต่ไม่รู้ว่าเป็นทหารหรือใคร เป็นคนกลุ่มไหน



แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่เราถึงที่เป้าหมายคือมหาวิทยาลัยสงฆ์มอญ เวลา 04.00 น. คณะเราทั้งหมดพักที่นี้ พวกเราตื่นเช้าเวลา 07.00 น. เพื่อเตรียมแพ็คของและปรึกษาหารือจุดที่จะเดินทางไปช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งมี 4 จุดใหญ ๆ ตอนกลางวันมีตัวแทนของคณะสงฆ์รามัญนิกายมาทำพิธีรับมอบของและเงินบริจาคซึ่งได้ทั้งหมดประมาณ 1,000 ล้านจ๊าต ซึ่งก่อนทำพิธีมอบได้ตกลงกันว่าของทั้งหมดทางคณะสงฆ์มอญเมืองไทย มูลนิธิรามัญรักษ์ สมาคมการค้าไทย-เมียนมา รวมทั้ง ชมรมพระนิสิตมอญ มจร. จะทำการแจกผู้ประสบภัยพิบัติตามที่ 4 จุดที่ประชุมตกลงร่วมกันไว้ พร้อมกับเงินที่จะไปมอบให้ชาวบ้าน วัดที่ประสบภัยน้ำท่วมให้ถึงกับมือโดยไม่เลือกชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์



เนื่องจากน้ำท่วมใหญ่คราวนี้ขยายวงกว้างทั่วรัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยงที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในรอบ 70 -80 ปี ทางการพม่าไม่สามารถระดมสรรพกำลัง ระดมอุปกรณ์ได้ทั่วถึง พระสงฆ์จึงเป็น “จุดศูนย์กลาง” ทุกอย่างในการช่วยเหลือ วันแรกเราไปแจกในชุมชนคนมุสลิมที่เจอภูเขาถล่มเสียชีวิตหลายสิบราย ตอนที่เราไปไม่สามารถกู้ซากศพคนเสียชีวิตที่ทับถมอยู่ใต้ดินได้ ฟังจากชาวบ้านเล่าว่า ตอนภูเขาถล่ม มีก้อนหินหลายก้อนหนักเป็นตันไหลมากับดิน ได้ทับถมรถเมล์ที่กำลังชะลอเนื่องจากถนนมีน้ำท่วม 1 คัน พร้อมกับชาวบ้านที่อยู่ตีนเขาหลายสิบราย ซ้ำมีวัว แพะหลายสิบตัวก็ถูกดินหินถล่มทับไปด้วย เนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุคนมุสลิมกำลังจะทำพิธีกรรมเกี่ยวกับศาสนาบางอย่าง ซึ่งคณะเราสัมผัสได้ถึงกลิ่นซากศพโชยๆ มากับสายลม ส่วนอีกจุดคือเกาะใกล้ๆ กับเมืองเมาะละแหม่งเป็นชุมชนคนมอญขนาดใหญ่มีบ้านถูกถล่มเหมือนกัน แต่ไม่มีคนเสียชีวิตเนื่องจากเกิดกลางวัน ทั้งสองจุดคณะเรามอบเงินและอาหารหมดไปประมาณ 5 ล้านจ๊าต





ส่วนอีกวันลงไปทางใต้ของรัฐมอญเรายังเห็นสภาพน้ำท่วมขังอยู่ ชาวบ้านที่ไร้ที่อยู่ “ศาลาวัด” คือที่พึ่ง ท่านเจ้าอาวาสเล่าว่า น้ำท่วมคราวนี้หนักสุดในรอบ 80 ปี ตอนน้ำท่วมไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย นอกจากเรือพายที่ใช้สำหรับงาน “สะเดาะเคราะห์” 1 ลำ ท่านพายไปช่วยเหลือชาวบ้านที่เป็นคนแก่ เด็กๆให้มารวมตัวกันที่วัด ในขณะที่วัดเองน้ำก็ท่วมประมาณ 3 เมตร โชคดีมีศาลาหลังหนึ่งเป็น 2 ชั้นสูง พระและชาวบ้านอาศัยอยู่ร่วมกันได้ ที่นี้เราเห็นทหารพม่ามาร่วมด้วยช่วยกัน ท่านเจ้าอาวาสเล่าว่า หลังน้ำลดก็ได้ทหารกลุ่มนี้คอยช่วยทำความสะอาดเช็ดถูก และอำนวยความสะดวก





การไปช่วยน้ำท่วมคราวนี้เราได้เห็นบทบาทของพระสงฆ์ บทบาทของวัด บทบาทของเจ้าอาวาส เป็นบทบาทที่ “ทรงอิทธิพล” ทางความคิดจริงๆ คือ ชาวบ้านพึ่งได้ทุกเรื่อง วัดคือศูนย์กลางมีโรงครัวเปิดเลี้ยงผู้มาเยือนและคนเดือนร้อนตลอด 24 ชั่วโมง และทุกที่ๆ ที่เราลงไปสัมผัส ลงไปแจกของมันก็เป็นเช่นนี้ ซึ่งก็เหมือนกับบทบาทของคณะสงฆ์ประเทศไทยในอดีตนั่นเอง.
..................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 301