อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

กลุ่มอ้อยและน้ำตาล เดินหน้าอบรมเกษตรกร

เกษตรกรไร่อ้อย จำนวน 5,000 ราย สมัครใจร่วมอบรมการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ตามมาตรการจำกัดการใช้สารพาราควอต ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมร้องขอใช้สารเคมีดังกล่าวต่อไป จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น.


นายกิตติ ชุณวงศ์ นายกสมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม จัดโครงการอบรมความรู้การใช้สารกำจัดวัชพืช ให้กับเกษตรกรของโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ ตามหลักสูตรของกรมวิชาการเกษตรและมาตรการจำกัดการใช้ เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว เกษตรกรจึงมีสิทธิ์ไปซื้อและใช้สารฯ ดังกล่าวที่ร้านค้าได้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 20 ตุลาคม 2562 นี้





โครงการดังกล่าว ได้รับความสนใจจากโรงงานน้ำตาล และเกษตรกรไร่อ้อยเป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศ เพราะทั้งโรงงาน และเกษตรกรยังมีความจำเป็นในการใช้สารกำจัดวัชพืช หนึ่งในพื้นที่สำคัญในการเร่งสร้างความรู้และการปฏิบัติอย่างถูกต้อง คือ จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีเกษตรกรไร่อ้อยและกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลเข้าร่วมมากถึง 5,000 ราย โดยศูนย์ส่งเสริมอ้อยและน้ำตาลเขต 4 ภาคอิสาน ได้จัดวิทยากรลงให้ความรู้แก่เกษตรกร

กลุ่มเกษตรกรยังเห็นถึงความจำเป็นของสารพาราควอตในไร่อ้อย นายเตชิต วีระชาติยานุกูล รองนายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ เอราวัณ และเกษตรกรไร่อ้อย กล่าวว่า การใช้สารเคมีดังกล่าว ยังมีความจำเป็นอยู่มาก เนื่องจากเครื่องจักรที่ใช้ไม่สามารถกำจัดวัชพืชได้หมด และแรงงานคนในพื้นที่หายาก ไม่มีใครอยากทำงานแรงงาน ทั้งนี้ เกษตรกรจะใช้พาราควอตปีละ 1-2 ครั้ง ครั้งแรก ใช้ในช่วงต้นที่อ้อยกำลังเติบโต พอใบอ้อยชนกันคลุมดินแล้ว หญ้าก็จะไม่เติบโต ไม่จำเป็นต้องฉีดพ่น ส่วนอีกครั้ง ใช้หลังจากการเก็บเกี่ยวแล้ว ฉีดเพื่อให้หญ้าตายแล้วไถ่กลบเพื่อเตรียมดินสำหรับการเพาะปลูกครั้งต่อไป





นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรกรไร่อ้อย มีความเห็นตรงกันว่า ไม่ควรแบน สารกำจัดวัชพืช พาราควอต เห็นด้วยกับมาตรการที่ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล ออกทำการฝึกอบรมและสอบเพื่อขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้สามารถใช้สารฯ ได้อย่างถูกต้อง เพราะจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน รวมทั้ง ขอให้ภาครัฐคำนึงถึงระบบเกษตรของไทย ทั้งแบบใช้สารเคมี (มาตรฐาน GAP) และแบบไร้สารเคมี ที่จำเป็นต้องสร้างความสมดุลทั้งสองระบบ ไม่สามารถพึ่งพาระบบใดระบบหนึ่งได้เพียงอย่างเดียว เพื่อให้ไทยก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็น ครัวของโลก ได้อย่างแท้จริง



สำหรับหน่วยงาน โรงงาน หรือสมาคมที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวาสินี มั่นคง โทร. 061-646-2963 โทรสาร 02-201-4949 อีเมล k.wasinee@hotmail.co.th


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13