อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

"ถอดรหัสชีวิต"..ลิขิตจากฟ้า "ดร.ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล"

ดร.ภาณุวัฒน์ หรือ ซินแสภาณุวัฒน์ คนนี้ ยึดเส้นทางการเป็นซินแส และเป็นอาจารย์สอนเกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์จีน มายาวนาน และทุก ๆ ครั้งที่มีเรื่องของ “ดวงชะตา” มาเกี่ยวพัน ทั้งกับ “บุคคลสำคัญ” หรือแม้แต่ “การเมือง” อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น.


จู่ๆ ก็เป็น คนในกระแสการเมืองเฉยเลย และยัง “ทำนายทายทัก” อนาคตการเมืองรัฐบาลชุดใหม่ว่าสดใส นัยว่าบางคนจะอยู่ยาวถึง 8 ปี จนกลายเป็น “กระแสดราม่า” เมื่อเร็ว ๆ นี้ จากที่ก่อนหน้านี้ก็มี กระแสฮือฮา จากสื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลมาก่อนแล้ว หลังจากเขาคนนี้มีชื่อติดอยู่ในโผ 16 คน ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง  เป็น ข้าราชการการเมือง ในตำแหน่ง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เขาคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน...เป็นซินแสโหราศาสตร์ จีนชื่อดัง ที่หลายคนคงคุ้นกันดี นั่นคือ ซินแสภาณุวัฒน์หรือ ดร.ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ที่วันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” มีเรื่องราวมานำเสนอ...


ดร.ภาณุวัฒน์ หรือ ซินแสภาณุวัฒน์ คนนี้ ยึดเส้นทางการเป็นซินแส และเป็นอาจารย์สอนเกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์จีน มายาวนาน และทุก ๆ ครั้งที่มีเรื่องของ ดวงชะตามาเกี่ยวพัน ทั้งกับบุคคลสำคัญหรือแม้แต่ การเมือง ชื่อของเขาก็มักจะปรากฏอยู่ในกระแสข่าวด้วยเสมอ ๆ โดยกับภารกิจชีวิตปัจจุบันก่อนหน้านี้ ซินแสชื่อดังเล่าให้ “ทีมวิถีชีวิต” ฟังว่า ภารกิจส่วนใหญ่จะเป็นการ เดินสายในฐานะวิทยากรพิเศษเพื่อบรรยายความรู้เรื่องของศาสตร์ฮวงจุ้ยและโหงวเฮ้งให้กับมหาวิทยาลัย และองค์กรต่าง ๆ นอกเหนือจากมีงานเขียนด้านนี้มากมาย อาทิ เข็มทิศชีวิต, โหงวเฮ้ง, ฤกษ์ดีมีบุตร, คู่ มือชีวิต, 12 นักษัตรจีน, ตำนานฮวงจุ้ย, มหัศจรรย์ฮวงจุ้ย, ปาฏิหาริย์ฮวงจุ้ย รวมถึงยังจัดรายการวิทยุหลายรายการ และก็รวมถึงรับหน้าที่เป็น “คอลัมนิสต์” ให้กับ “หน้าช่องทางทำกิน หนังสือพิมพ์เดลินิวส์” คอลัมน์ “ดวง-ฮวงจุ้ย-โหงวเฮ้ง เซ็งลี้ฮ่อ” ทุกวันเสาร์ ซึ่งจากนี้ก็ต้องวางมือไปก่อน
    
ชีวิตวัยเด็ก ซินแสชื่อดังเล่าว่า ตั้งแต่เด็กชอบเรียนกฎหมาย แต่เหมือนดวงชะตาถูกฟ้ากำหนดให้มาลงท้ายที่ อาชีพหมอดูฮวงจุ้ยโดยเขาเล่าว่า เคยฝันอยากเป็นนักกฎหมาย จึงเรียนนิติศาสตร์ แต่พอได้รู้จักกับศาสตร์ฮวงจุ้ย ด้วยความสงสัย เพราะความอยากรู้ จึงหันมาศึกษาศาสตร์แขนงนี้อย่างจริงจัง จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญของเมืองไทยในเรื่องนี้
      
ตอนนั้นแค่อยากรู้ว่าดวงเราจะเป็นแบบไหนในอนาคต และก็ขยายไปอยากรู้ว่า...แล้วคนอื่นล่ะ เราจะรู้ล่วงหน้าได้ไหมว่าชีวิตเขาจะเดินต่อไปอย่างไร ก็จึงศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งจุดพลิกชีวิตผมก็คงเกิดจากตรงนี้ซินแสชื่อดังระบุ

        


    
























ชีวิตครอบครัว ซินแสภาณุวัฒน์สมรสกับ สุวิมล พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ด้านโหงวเฮ้ง โดยทั้งคู่มีลูกชาย-หญิงด้วยกัน 4 คน คนโตชื่อ คมสัน คนรองเป็นผู้หญิงชื่อ ศุภางค์ คนที่สามชื่อ อัษฎา และคนสุดท้องชื่อ เตชินท์ ทั้งนี้ ซินแสดังคนนี้เคยทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และอสังหาริมทรัพย์มาก่อน และเคยลงสู่สนามการเมืองท้องถิ่นด้วย โดยเคยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) เมืองสุราษฎร์ธานี และเคยเป็นอดีตผู้ว่าการสโมสรไลออนส์สากลภาค 310 รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งกรรมการหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกด้วย
      
หลังจากนั้นพรรคพวกก็ให้ลงสมัคร ส..ในนามพรรคนำไทย ซึ่งผมดูดวงตัวเองแล้วก็รู้ว่าลงไปก็คงไม่ได้ แต่ก็ลงเพื่อทดแทนคุณของกลุ่ม ทั้งที่ตอนนั้นในใจคิดจะหยุดเล่นการเมืองแล้ว เพราะพื้นฐานนิสัยไม่ค่อยชอบการเมืองสักเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อสอบตกผมก็หันหลังให้กับการเมืองนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเป็นเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาของซินแสรายนี้
      
หลังจากนั้นไม่นาน ชะตาชีวิตก็ต้องพลิกผัน จนทำให้เข้าสู่เส้นทางการเป็น นักพยากรณ์ชีวิต โดยเขาได้รับการถ่ายทอดวิชาดูโหงวเฮ้งมาจาก คุณแม่-เซี้ยม แซ่หลี ที่ได้รับสืบทอดวิชานี้มาจากคุณยาย     อีกที จากนั้นเขาก็ได้ออกเดินทางไปบรรยายให้องค์กรต่าง ๆ ทั้งใน   ประเทศและต่างประเทศ รวมถึงได้ศึกษาเพิ่มเติมด้านหัตถศาสตร์จากผู้เชี่ยวชาญด้านลายมืออีกหลาย ๆ ท่าน เพื่อเพิ่มพูนวิชาความรู้ จนต่อมาได้รู้จักกับ อาจารย์ตังซิวเง็ก จากการที่คุณแม่ได้เชิญอาจารย์ให้มาช่วยตรวจสอบฮวงจุ้ยสุสานของตระกูล เพราะมีเหตุให้บุคคลในครอบครัวเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นับตั้งแต่คุณทวด คุณปู่ คุณย่า คุณอาคนที่ 2 และบิดา ซึ่งทุกคนฝังอยู่ในสุสานเดียวกัน โดยซินแสภาณุวัฒน์เล่าถึงอาจารย์ตังซิวเง็กท่านนี้ว่า...
        
อาจารย์อยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยท่านนั่งเครื่อง บินมาลงที่สุราษฎร์ธานี เพื่อมาดูฮวงจุ้ยตามคำเชิญของคุณแม่ของผม หลังตรวจสอบก็แนะนำให้ขุดสุสานบรรพบุรุษ เพราะที่ดินตรงนั้นไม่ดี เป็นที่ผีดิบ ทำ   ให้ร่างคนตายไม่เน่าเปื่อย ซึ่งจะดึงพลังลูกหลานไปเลี้ยงตัวเอง แต่ คุณแม่ไม่เชื่อ จึงเดินทางไปไต้หวันเพื่อพบกับอาจารย์ปู่ คือซินแสจังจื๋อหน่ำ ซึ่งเป็นอาจารย์ของอาจารย์ตังซิวเง็ก หลังกลับมาคุณแม่  ก็จ้างคนมาขุดหลุมศพทันที ปรากฏว่าร่างที่ตายมานับสิบปีที่อยู่ในสุสานกลับไม่เน่าไม่เปื่อย คุณแม่จึงตัดสินใจให้เผา แล้วเก็บเถ้ากระดูกไว้ เพราะไม่มีที่ดินที่เหมาะสมจะฝัง ปรากฏว่าอาคนที่ 4 ซึ่งป่วยหนัก จู่ ๆ ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ยิ่งทำให้ผมสนใจอยากรู้ศาสตร์ฮวงจุ้ยมากขึ้น หลังจากนั้นจึงกราบซินแสตังซิวเง็กเพื่อขอให้เป็นพ่อบุญธรรม โดยผมถือกระเป๋าติดตามท่านอยู่หลายปี จนท่านตัดสินใจถ่ายทอดวิชาฮวงจุ้ยให้ เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต ซินแสภาณุวัฒน์ คนนี้
       
ซินแสภาณุวัฒน์ บอกว่า สิ่งที่อาจารย์ตังซิวเง็กสอนและย้ำเสมอ คือ ความมีคุณธรรม ซึ่งทำให้ตนยืนอยู่ได้จนถึงวันนี้ โดยได้ปฏิญาณสาบานก่อนจะเรียนวิชาฮวงจุ้ยว่า ห้ามดูให้คนเลว โหงวเฮ้งเลว จมูกเหยี่ยว ตาเหยี่ยว คนไม่มีน้ำใจ และอาชีพบางอาชีพที่ห้ามดูดวงเด็ดขาด เช่น เจ้าของบ่อน เจ้าของซ่อง ซึ่งวิชาฮวงจุ้ยนี้ถ่ายทอดได้แต่กับเฉพาะลูกชาย ห้ามถ่ายทอดให้ลูกสาว ภรรยา และคนนอกตระกูล ทั้งนี้ ด้วยความที่ครอบครัวซินแสภาณุวัฒน์คลุกคลีกับอาชีพหมอดูมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน ซินแสคนเดิมได้เล่าให้ฟังว่า ขณะนี้ก็ได้ถ่ายทอดวิชาให้กับลูกชาย เพื่อที่จะได้อุทิศตัวให้กับการช่วยเหลือบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่ เพราะเขาฝันถึงเรื่องนี้เอาไว้นานแล้ว แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น รู้ตัวว่ากำลังวังชาลดลง ก็จึงหันไปให้สนับสนุน คมสัน ลูกชายคนโต (อดีต ส.ก.บางพลัด) ให้เป็นตัวแทนทำงานให้บ้านเมืองแทนเขา โดยไม่คิดว่า...จะ หวนคืนกลับสู่ถนนการเมือง อีกครั้ง จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็น ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
      
เคยตั้งใจครั้งสุดท้ายในบั้นปลายชีวิตว่า จะขอนำวิชาโหรา ศาสตร์ที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษมารับใช้ชี้แนะบ้านเมืองให้ก้าวเดินไปในด้านที่ถูกที่ควร เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข เพื่อสร้างความผาสุกให้บ้านเมือง เพราะตอนนี้เราก็อายุ 69 ย่าง 70 ปีแล้ว ซึ่งเราได้มีโอกาสนำเรียนท่านนายกฯ ว่าอยากช่วยงานตรงนี้ ที่ผ่านมาก็ทำงานมาตลอด เช่น ไปตรวจดูวัดวาอาราม และสถานที่ราชการต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในฐานะซินแส แต่เมื่อมาอยู่ตรงนี้ พอมีตำแหน่ง เราก็คิดว่าสามารถช่วยงานรัฐบาลได้มากกว่า โดยเฉพาะการดูแลวัดในต่างจังหวัดที่ต้องบูรณะ หรือสถานที่ที่มีปัญหาภายในควรต้องแก้ไข โดยหวังว่าจะได้นำวิชาหลักฮวงจุ้ยมาช่วยเสริมสร้าง มาช่วยทำนุบำรุงศาสนาในอีกด้าน แต่คงไม่ยุ่งเรื่องวัดวาอารามใหญ่ ๆ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้รับการมอบหมายงานที่ชัดเจน ซินแสคนเดิมกล่าว

ส่วนกระแสข่าวที่ออกไป จนเกิด ดราม่านั้น ซินแสภาณุวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องข่าวที่ออกไปนั้นตนบอกเพียงว่า... ท่านนายกฯ คนปัจจุบันจะอยู่ถึง 2 สมัย แต่ไม่ได้บอก 8 ปี ซึ่งแต่ละสมัยอาจไม่ใช่ 4 ปีก็ได้ ถ้าการเมืองวุ่นวายมาก ทั้งนี้สิ่งที่ต้องดูประกอบกันคือ ดวงรัฐมนตรี ว่าดี-ไม่ดี ซึ่งจากการดูดวงรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน 36 คน มีคนที่ดวงดี 19 คน และดวงตก 17 คน จึงปริ่มน้ำ
        
ต้นปีหน้า ปี 2563 ดวงจะเปลี่ยนจากปีกุนเป็นปีชวด มีรัฐมนตรีบางคนที่ดวงเข้าเคราะห์ แต่บางคนดวงก็จะกลับกลายเป็นดี  จึงทำให้ในปีหน้าจะมีคนที่ดวงดี 22  คน มีคนที่ดวงตก 14 คน แต่พอถึงปลายปี คนที่ดวงดีก็จะลดเหลือ 20 คน ดวงไม่ดีกลับเพิ่มขึ้นเป็น16 คน ที่กล่าวมานี้หมายถึงรัฐมนตรีชุดนี้กรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะ ส่วนอนาคตเป็นไปได้ว่าอาจมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีก็เป็นได้ ทั้งนี้ นี่เป็นการทำนายตามตำรา  ทำนายตรงไปตรงมา ไม่ได้ดูเพื่อเอาใจใคร แต่เป็นการส่งสัญญาณบอกให้รัฐมนตรีต้องทำงานแสดงฝีมือของตนให้เต็มที่เท่านั้นซินแสรายนี้แจกแจงกับ “ทีมวิถีชีวิต” ไว้ อันสืบเนื่องจากกระแสดราม่าครึกโครมก่อนหน้านี้


        
พร้อมกล่าวไว้อีกว่า ศาสตร์ด้านฮวงจุ้ย และการพยากรณ์ ไม่ใช่เรื่องล้าหลัง หรือไร้สาระ เพราะคนเราทุกคนตั้งแต่เกิดมาจนตายเกี่ยวข้องกับศาสตร์พยากรณ์ ที่ผ่านมาได้นำวิชาฮวงจุ้ยมาดูให้ผู้ที่สนใจ ซึ่งมีตั้งแต่มหาเศรษฐี นักธุรกิจ ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง โดยมีหน้าที่เพียงชี้แนะจังหวะก้าวเดินของชีวิตคน ๆ นั้น แนะนำในด้านของวิชาโหราศาสตร์ ซึ่งเมื่อผลคำทำนายออกมาอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เพราะคนเราเมื่อจุดหนึ่งถึงทางตัน ชีวิตอาจมีพลิกผันอะไรได้บางอย่าง แล้วลังเลใจว่าจะเอายังไงดี จะไปทางไหนดี ตอนนั้นแหละหมอดูจึงอาจเป็นตัวเลือกในใจของคน ๆ นั้น เพื่อขอให้ชี้แนะจังหวะการก้าวเดินชีวิต
        
คนมาหาหมอดู ก็เช่นเดียวกับเวลาที่ไปหาหมอ ยิ่งอายุมากก็ยิ่งต้องไปตรวจสุขภาพกับหมอ เพื่อต้องการรู้ว่าสุขภาพข้างหน้าจะมีอะไร ส่วนไหนต้องบำรุง ส่วนไหนต้องะวัง กับหมอดูก็เหมือนกัน เราแค่บอกแนวทางเท่านั้น ส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่จะตัดสินใจเอาเอง ซึ่งสำหรับวิชาฮวงจุ้ย ถ้าไม่ดีจริงหรือไม่แน่จริง วิชานี้คงไม่อยู่มานานถึงทุกวันนี้หรอก ส่วนโหราศาสตร์กับการเมือง ก็มีมานาน อย่างรัฐมนตรีทุกยุคทุกสมัย คนที่ได้รับตำแหน่ง ก่อนเข้าทำงานก็ไหว้ศาลไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อน นั่นคือความเชื่อด้านโหราศาสตร์แบบหนึ่ง หรือไสยศาสตร์ด้านขาวซินแสภาณุวัฒน์ ระบุ

ทิ้งท้ายการสนทนา ซินแสภาณุวัฒน์ ระบุกับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า... ผมไม่เคยเรียกร้องเอาอะไรจากใคร ไม่เคยแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ถูกต้อง ที่ไม่ชอบธรรม เพราะผมมีวิชาหมอดูที่ต้องมีหลักปฏิบัติให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมอย่างเคร่งครัด สำหรับตำแหน่งทางการเมืองที่ได้รับมานี้ ผมเชื่อมั่นว่าผู้ใหญ่คงไว้วางใจ และเล็งเห็นถึงความถูกต้องในหลักของผม จึงให้ผมมารับตำแหน่งที่ก็มีความสำคัญต่อบ้านเมือง เพื่อให้ผมได้ใช้วิชาความรู้ ได้ช่วยชี้แนะให้บ้านเมือง เพื่อประเทศไทยของพวกเราทุก ๆ คน... 

ก้าวเดินไปในทางที่ถูก...ที่ควร...”.

เสียงจากใจ.. ‘ลูกไม้ใต้ต้น’
  ดร.คมสัน พันธุ์วิชาติกุล หรือ โจ้ รองโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งอดีตเคยเป็นรองโฆษกรัฐบาล และ ส.ก.บางพลัด พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็น ทายาทคนโตของซินแสภาณุวัฒน์ ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาฮวงจุ้ยและโหงวเฮ้ง บอกกับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า ในฐานะลูก ก็รู้สึกยินดีที่คุณพ่อได้รับแต่งตั้ง ซึ่งคงเป็นเพราะผู้ใหญ่เห็นผลงานที่ผ่านมา และทราบถึงปณิธานความตั้งใจของคุณพ่อ ที่อยากนำศาสตร์โหราศาสตร์และฮวงจุ้ยมาช่วยเหลือบ้านเมือง ส่วนในฐานะที่ก็คลุกคลีอยู่ในแวดวงการเมืองนั้น ส่วนตัวคงไม่ต้องแนะนำอะไรคุณพ่อมาก เพราะคุณพ่อก็เคยมีประสบการณ์การเมืองมาเหมือนกัน แต่ที่อาจจะบอกคงเป็นเรื่องประสบการณ์ที่เราเจอมาส่วนหนึ่ง ในส่วนของรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะคนในการเมืองก็ต้องมี ลูกล่อ ลูกชน

 คงจะแนะนำแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นครับกับเรื่องนี้ เพราะคุณพ่อจะไม่มีส่วนนี้เลย (หัวเราะ) ท่านเป็นคนตรงมาก ไม่บิดเบือนเพื่อเอาใจใคร.
...................................................
 เชาวลี ชุมขำ       :  เรื่อง
จุมพล นพทิพย์   :  ภาพ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%