อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

นครรัฐใต้ดิน

สาธารณรัฐสิงคโปร์ ประเทศเกาะขนาดเล็กประชากร 5.64 ล้านคน ทางใต้สุดของคาบสมุทรมลายู มีเนื้อที่เพียงน้อยนิดจนจัดอยู่ในประเภท นครรัฐ (city-state)  หรือประเทศที่มีขนาดเนื้อที่ใกล้เคียงกับเมือง ๆ หนึ่ง ของประเทศขนาดใหญ่อื่น ๆ พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 07.30 น.

        
   สาธารณรัฐสิงคโปร์ ประเทศเกาะขนาดเล็กประชากร 5.64 ล้านคน ทางใต้สุดของคาบสมุทรมลายู มีเนื้อที่เพียงน้อยนิดจนจัดอยู่ในประเภท นครรัฐ (city-state)  หรือประเทศที่มีขนาดเนื้อที่ใกล้เคียงกับเมือง ๆ หนึ่ง ของประเทศขนาดใหญ่อื่น ๆ
      
   เนื้อที่สิงคโปร์ทั้งประเทศ เล็กกว่ากรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยเราประมาณครึ่งหนึ่งและใหญ่กว่าเกาะภูเก็ต (พื้นที่  576 ตารางกิโลเมตร) ไม่มากนัก
     
    ดินแดนอาณาเขตของสิงคโปร์ ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ 63 เกาะ รวมเนื้อที่ล่าสุด 725.1 ตารางกิโลเมตร โดยเนื้อที่ในช่วงแรกหลังจากแยกประเทศออกจากมาเลเซีย  เมื่อปี พ.ศ. 2508  มีอยู่ 581.5 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนที่งอกเงย กว่า 24% ในระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา เกิดจากการนำดินถมทะเลขยายเนื้อที่ออกไป ทรายถมทะเลจำนวนมากถูกขนลงเรือข้ามทะเลไปจากกัมพูชา และอินโดนีเซีย
   
      รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งเป้าหมายถมทะเล ขยายเนื้อที่ของประเทศเป็น 766 ตารางกิโลเมตร ภายในปี พ.ศ. 2573
    
     สิงคโปร์ประสบปัญหาขาดแคลนพื้นที่ มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามการขยายตัวของพลเมือง ปัจจุบันสิงคโปร์มีอัตราความหนาแน่นของประชากรต่อเนื้อที่ 7,804 คนต่อตารางกิโล เมตร สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากราชรัฐโมนาโก ในยุโรปตะวันตก ซึ่งอยู่อาศัยกันอย่างแออัดสุด ๆ ถึง 18,713 คน ต่อตารางกิโลเมตร
        
     ตามจริงมาเก๊ามีอัตราความแออัดสูง สุดในโลกที่ 21,340 คนต่อตารางกิโลเมตร   แต่มาเก๊าเป็นเพียงแค่เขตดินแดน ในสถานะเขตบริหารพิเศษของจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่รัฐเอกราช
       
     การแก้ปัญหาพื้นที่ขาดแคลน โดยหลักที่ผ่านมา มี 2 ทางคือ สร้างตึกสูงและถมทะเล ตอนนี้รัฐบาลสิงคโปร์กำลังมองลงไปใต้ดิน เป็นแนวทางที่ 3  เพื่อสงวนพื้นที่บนดินไว้ใช้ประโยชน์อย่าง “เหมาะสมที่สุดและดีที่สุด”
     
      ก่อนหน้านี้สิงคโปร์ก่อสร้างทางหลวงใต้ดิน และระบบปรับอากาศล้ำยุคใต้ดิน นายอภินีท กาอูล ผู้เชี่ยวชาญบริษัทที่ปรึกษา        ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน  ในสิงคโปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์จำเป็นต้องพิจารณาทางเลือก ในการนำเอาระบบสาธารณูปโภคสำคัญลงไปไว้ใต้ดิน เพราะมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการใช้พื้นที่บนดินสำหรับอุตสาหกรรม  การค้า ที่อยู่อาศัย และปลูกต้นไม้
      
     ข้อมูลจากร่างแผนการพัฒนา เผยแพร่เมื่อเดือน มี.ค. ปีนี้ ทางการสิงคโปร์ต้องการย้ายระบบสาธารณูปโภค การขนส่ง โกดังสินค้า และโรงงานอุตสาหกรรม ลงไปไว้ใต้ดิน ส่วนที่อยู่อาศัยใต้ดิน ยังไม่อยู่ในแผนขั้นตอนแรกนี้
  
      ตามแผนจะมีการใช้เทคโนโลยี 3 มิติ ทำแผนที่ใต้ดิน โดยมีพื้นที่นำร่อง 3 แห่งเป็นเป้าหมายแรก
       
      สิงคโปร์นับเป็นประเทศล่าสุดที่พยายามใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ดิน กรุงเฮล ซิงกิ เมืองหลวงฟินแลนด์ ทางยุโรปตอนเหนือ สร้างอุโมงค์ใต้ดินเป็นที่จอดรถยนต์ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่สระว่ายน้ำใต้ดิน ส่วนเมืองมอนทรีออลของแคนาดา ถูกเรียกขานเป็น เมืองใต้ดิน (Underground City) ไปแล้ว  จากการมีเครือข่ายอุโมงค์ เชื่อมต่อจุดสำคัญต่าง ๆ ทั่วเมือง
     
       รายงานของคณะผู้เชี่ยวชาญ จัดทำโดยได้รับการว่าจ้างจากบริษัทซัมซุงของเกาหลีใต้ เกี่ยวกับภูมิทัศน์ที่อยู่อาศัยของมนุษย์โลกในชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ในอีก 50 ปีข้างหน้า จะมีลักษณะอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญทำนายว่า จะเกิดปรากฏการณ์ ตึกลึกใต้ดิน (Earthscraper) อาคารมุดลงไปใต้ดินหลายสิบชั้น คำนี้ตรงกันข้ามกับคำว่า ตึกระฟ้า (Sky scrapper)
       
     โครงการ เอิร์ธสแครพเปอร์ ขนาด   ลึกที่สุดในโลก จนถึงขณะนี้อยู่ที่ลานจัตุรัส Constitucion ใจกลางเมืองหลวงของเม็กซิโก สร้างเป็นแบบแท่งพีระมิดกลับหัวลงล่าง อาคารขนาด 65 ชั้่น ลึกลงไปใต้ดิน 300 เมตร น่าทึ่งตรงระบบป้องกันแรงกดดันข้างล่าง
      
     ทางการสิงคโปร์หันมาพิจารณา สร้างเมืองใต้ดินอย่างจริงจัง หลังจากแนวทางถมทะเล มีความยากลำบากและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะต้องถมทะเลในระดับที่ลึกลงไปเรื่อย ๆ นอกจากนั้น หลายประเทศที่เคยขายทรายให้ ได้หยุดส่งออก เนื่องจากความวิตกด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  หลังถูกโจมตีหนักจากกลุ่มอนุรักษ์.

......................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17