อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าคนไทยเข้าใจสถานการณ์

สัปดาห์นี้มองประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปได้ ต้องมีการปฏิรูปประเทศในทุกด้านและมีแผนยุทธศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน เป็นหน้าที่ของคนในชาติทุกคน พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.


คนไทยในยุคนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ควรให้ความสำคัญและความสนใจกับเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ทั้งนี้จะได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในความเป็นมาและความเป็นไปต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้รับรู้ถึงผลเสียหรือผลร้ายที่ส่งผลกระทบต่อชาติบ้านเมืองมาจวบจนถึงปัจจุบันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย (History repeats itself) มิเช่นนั้นแล้วประเทศชาติจะต้องเผชิญกับความผิดพลาดและล้มเหลวที่เกิดขึ้นซ้ำซาก การขาดความรู้ความเข้าใจในสภาพปัญหาที่มีอยู่โดยไม่รู้โจทย์ แก้โจทย์ไม่ถูกจุดและไม่ถูกวิธี รังแต่จะเกิดผลเสียหรือผลร้ายไม่รู้จักจบสิ้น ซึ่งรัฐบาลต้องทุ่มเทสรรพกำลังทั้งกำลังคนและงบประมาณมากมายอย่างไร้คุณค่า นับเป็นการสูญเปล่าโดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังเป็นการสูญเสียโอกาสและสูญเสียเวลาในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ

ย้อนหลังกลับไปในทศวรรษเมื่อปี 2530 กระแสโลกาภิวัตน์ได้พัดกวาดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงไปทั่วโลก ประเทศไทยในขณะนั้นไม่มีมาตรการสกัดกั้นระบบทุนนิยมเสรีที่ถั่งโถมมาอย่างบ้าคลั่งเพียงเพื่อแสวงหาผลกำไรอย่างไร้ขอบเขต จึงก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมที่เรียกว่า “สังคมชนบทล่มสลาย” ชาวชนบทต่างหลั่งไหลเข้าสู่เมืองเพื่อเป็นลูกจ้างในโรงงาน โดยทอดทิ้งวิถีชีวิตเดิมในชนบท ซึ่งมีสมาชิกครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่นและมีที่ทำกินสำหรับการยังชีพตามอัตภาพ ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างครอบครัว ครอบครัวในชนบทจึงเหลือเพียงแต่คนแก่และเด็กเท่านั้น การขาดการเลี้ยงดูที่ถูกต้องและเหมาะสมทำให้เด็กและเยาวชนขาดที่พึ่งและไม่ได้รับการเหลียวแลจากพ่อแม่ อาจกล่าวได้ว่าวิกฤตการณ์ทางสังคมดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อความเจริญมั่นคงของประเทศชาติมาจนถึงทุกวันนี้



วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2540 ได้สร้างความสั่นคลอนและเกิดความระส่ำระสายกับเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงเมื่อเกิดฟองสบู่แตก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกว่าเกิด “โรคต้มยำกุ้ง” และแพร่พิษร้ายไปยังประเทศต่างๆ สาเหตุหลักคือประเทศไทยไม่มีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจจากการแทรกซ้อนของปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นผลพวงของระบบทุนนิยมเสรีที่มีการเคลื่อนย้ายทุนจำนวนมหาศาลเข้ามาทับถมประเทศไทย มีการเก็งกำไรราคาที่ดินในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีการเก็งกำไรจากการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงมีการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินสกุลต่างประเทศ ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐเกิดจากการโจมตีค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่องจากกองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Fund) ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้ในการต่อสู้กับการโจมตีค่าเงินบาท จนทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศร่อยหรอลงจนเกือบหมด ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นต้องประกาศลอยตัวค่าเงินบาท (Manage Float) ส่งผลให้เงินบาทไทยมีค่าลดลงถึงหนึ่งเท่าตัว

เมื่อเปรียบเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ กิจการธุรกิจไทยล้มระเนระนาดโดยทั่วกันมีการขายกิจการให้กับต่างชาติหรือยอมให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใหญ่ ประเทศไทยต้องเข้าโครงการรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund- IMF) ต้องสูญเสียอิสรภาพทางการเงิน ไม่สามารถบริหารการเงินการคลังของประเทศได้ดังเดิม ซึ่งต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและกฏเกณฑ์ที่ไอเอ็มเอฟควบคุมอย่างเคร่งครัด

วิกฤตการณ์ของประเทศไทยยังไม่สิ้นสุด เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในทศวรรษ ปี 2540 ซึ่งมีพรรคการเมืองใหม่กำเนิดขึ้น โดยมีนักธุรกิจเป็นเจ้าของพรรคและมีกลุ่มทุนใหญ่เข้ามาร่วมสนับสนุน พรรคการเมืองใหม่นี้ มีกลยุทธ์ใช้โครงการประชานิยมสร้างความโดนใจให้กับประชาชนระดับฐานรากในต่างจังหวัด ซึ่งมีฐานเสียงสำคัญอยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ เนื่องจากพรรคการเมืองใหม่นี้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินด้วยความไม่โปร่งใส มีการทุจริตมากมายทั้งการทุจริตเชิงนโยบายและการมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการใช้อำนาจตามอำเภอใจในลักษณะเผด็จการทางรัฐสภา ตลอดจนทำลายระบบคุณธรรมของการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการ รวมถึงแทรกแซงอำนาจฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ ประชาชนจึงออกมาประท้วงและเรียกร้องให้รัฐบาลมีการบริหารราชการแผ่นดินตามหน้าที่และอำนาจด้วยความถูกต้องชอบธรรม แต่รัฐบาลไม่สามารถสร้างการยอมรับและความน่าเชื่อถือแก่ประชาชนได้ สถานการณ์บ้านเมืองจึงมีความสับสนอลหม่าน เกิดความโกลาหลวุ่นวายและมีความระส่ำระสายในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ผลที่เกิดขึ้นตามมามีการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57





ประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปได้ต้องมีการปฏิรูปประเทศในทุกด้านและมีแผนยุทธศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน คนในชาติจึงควรตระหนักรู้ร่วมกันถึงสภาวการณ์อันเลวร้ายที่มีการสะสมและหมักหมมมายาวนาน เพื่อส่งมอบประเทศชาติในสภาพที่สมบูรณ์แก่ลูกหลานไทยในอนาคต จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบสำคัญของคนในชาติทุกคน.
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 255