อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 กันยายน 2562

'ขอนแก่นโมเดล'อนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกเพลงพื้นบ้าน

สัปดาห์นี้สะท้อนศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านพื้นถิ่นที่ถูกลืม อยากให้ รมว.วัฒนธรรม นำ “ขอนแก่นโมเดล” ไปทำกิจกรรมต่อยอดให้จังหวัดอื่น ฟื้นฟูกลับมา ดีกว่าจัดวันเดียวแล้วจบ พุธที่ 11 กันยายน 2562 เวลา 11.00 น.


ช่วงนี้สถานการณ์พระพุทธศาสนามีหลายเรื่องเหลือเกินที่จะให้ชาวพุทธในประเทศไทยชวนทะเลาะกัน แค่ภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนภาพเดียวชาวพุทธก็คิดเห็นไปคนละทิศคนละทาง แต่ก็อย่างว่า “ระบบไพร่” บ้านเราเพิ่งผ่านพ้นไปได้ร้อยกว่าปี



“ความคิดแบบไพร่” ยังฝังหัวอยู่ในหมู่พลเมืองคนไทยทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ พระสงฆ์ หรือประชาชนทั่วไป คือ ทะเลาะกัน ชิงดีชิงเด่นกันเอง ลอง “ผู้มีอำนาจพูด” ตัดสินคำเดียวจบ อันนี้เป็น “จุดอ่อน” ของพลเมืองไทย คือ คิดเรื่องใหญ่ๆ ไม่เป็น คิดแต่เรื่องปลีกย่อยแล้วชวนทะเลาะ ทำนองสุภาษิตไทยที่ว่า “สาวไส้ให้กากิน” ตื่นขึ้นมัวแต่จับผิดชาวบ้าน ตื่นขึ้นมาก็นินทาว่าร้ายกัน ต่างคนต่างลืม “ทำหน้าที่” ของตัว และลักษณะความคิดที่ฝังหัวอยู่แบบนี้ คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะรู้ว่าล้าหลัง หรืออย่างเพลง “นะโม” มีกลุ่มชาวพุทธกลุ่มหนึ่งกำลังรณรงค์ไม่เห็นด้วยอยู่ตอนนี้เพราะมองว่ามี “อคติ” ต่อพระสงฆ์ ผมฟังบทเพลงที่ร้องโดยนักแสดงตลกคนหนึ่ง พร้อมพรรคพวกตลกด้วยกันเองเป็นหางเครื่องแล้ว



บทเพลงส่วนใหญ่ก็เป็น “ภาษาพูด” อยู่ในสังคมไทยอยู่แล้ว แต่แน่นอนว่า การใช้เชิงดูถูกดูแคลนพระภิกษุแบบนี้ผมเอง “ก็มองว่าไม่เหมาะสม” บางเรื่องแม้จะเป็นเรื่องจริง แต่การสื่อออกไปสู่สาธารณะแบบนี้ อาจจะไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะสังคมไทยที่เราให้ความเคารพพระสงฆ์อยู่ ทั้งเรื่องภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนหรือเพลงนะโม หากเป็นศาสนาอื่นๆ ป่านนี้ทั้งผู้วาดภาพและผู้ร้องเพลงถูกดำเนินคดีหรือถูกปองร้ายไปแล้ว แต่บ้านเราเมืองเรา “จิตสำนึกร่วม” ในสถาบันของชาติยังไม่เกิดขึ้น เหมือนกับประเทศอื่นๆ เขา



เฉกเช่นเดียวกันเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่นดินแดนแห่งเมืองหมอลำ ระหว่างวันที่ 6-8 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรม “งานหมอลำคาร์นิวัล 2562” กิจกรรมนี้เกิดขึ้นก็เพื่อเผยแพร่สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านศิลปะ และสร้างภาพลักษณ์ให้จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหมอลำ ทั้งอาศัยกิจกรรมนี้ยกระดับการแสดงหมอลำสู่นานาชาติ เพื่อให้เห็นความสำคัญของศิลปะการแสดงหมอลำและสร้างรายได้ให้กับผู้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมหมอลำพื้นบ้าน รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดและเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับเด็กและเยาวชนได้มีเวทีแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้าน “หมอลำ” แต่ก็ไม่วายมีคนประเภท “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” พูดเขียนโยงมั่วไปหมด จนทำให้คนทำงานหมดขวัญกำลังใจ ทั้งๆ ที่งานแบบนี้ควรภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นในดินแดนแห่งเมืองหมอลำแห่งนี้



งานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแบบนี้ผมว่าไม่ควรทำแค่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอื่นๆ ควรเอาแบบอย่างโดยใช้จังหวัดขอนแก่นโมเดลนี้ไปฟื้นฟูศิลปะการแสดงของดีในจังหวัดตัวเองขึ้นมา อย่างเช่น ทะแยมอญ จังหวัดสมุทรสาคร ก็กำลังจะสูญหาย เพราะไม่มีผู้ต่อยอด เพลงลำตัด เพลงฉ่อย เพลงอีแซว ปัจจุบันแทบไม่มีผู้สืบทอดกันแล้ว รำมอญ 12 ท่า ของดีมอญปากเกร็ดก็กำลังสูญหาย และเพลงพื้นบ้านอีกหลายจังหวัดก็ตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกัน อย่าง เพลงหมอลำ หากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นดินแดนแห่งเมืองหมอลำ หากจังหวัดขอนแก่นไม่ทำแล้วใครจะไปทำ ลงทุนเงินไม่กี่ล้าน แต่สามารถฟื้นฟูส่งเสริมเพลงพื้นบ้านแบบนี้ได้ หาคนต่อยอดสืบทอดรุ่นใหม่ได้ สร้างงานให้ศิลปินมีงานมีเวทีแสดงออก คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ดีกว่าไปสร้างตึก สร้างถนนงบเป็นร้อยล้าน ใช้ได้ไม่กี่ปีก็พัง



งานนี้รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมคนใหม่ คุณอิทธิพล คุณปลื้ม ต้องนำกิจกรรม “ขอนแก่นดินแดนแห่งเมืองหมอลำ” เป็นโมเดลนำไปให้วัฒนธรรมจังหวัดอื่นๆ ไปทำมั่ง ให้ไปสำรวจดูว่าจังหวัดไหนใครเป็นศิลปินพื้นบ้าน จังหวัดไหนที่มีการแสดง มีของดีของตัวเอง ร่วมกันฟื้นฟูกลับคืนมา ร่วมกันสร้างงานให้ศิลปินพื้นบ้าน สร้างอาชีพสร้างความภาคภูมิใจให้คนรุ่นใหม่ห่วงแหนของดีที่มีอยู่ในชุมชนในจังหวัดตนเอง ดีกว่าจัดงานวันเดียวแล้วจบ ไม่ได้ต่อยอดอะไรเลย.


..................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 58