อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 8 กันยายน 2562

นายธนาคม จงจิระ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางเยือนนครซิดนีย์ กรุงแคนเบอร์รา และนครเมลเบิร์น ระหว่างวันที่ 1-7 ก.ย. 2562 อาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 06.30 น.


@@@@ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2562 นายธนาคม จงจิระ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าเยี่ยมคารวะนางนันทนา ศิวะเกื้อ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เนื่องในโอกาสที่รองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้นำคณะผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางเยือนนครซิดนีย์ กรุงแคนเบอร์รา และนครเมลเบิร์น ระหว่างวันที่ 1-7 กันยายน 2562 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการผู้อพยพและการโยกย้ายถิ่นระหว่างประเทศ ในโอกาสดังกล่าว เอกอัครราชทูตฯ ได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับออสเตรเลีย และความสัมพันธ์ระหว่างไทยและออสเตรเลียแก่คณะฯ ด้วย

@@@@ นายวิชชุ เวชชาชีวะ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ พร้อมด้วยข้าราชการจากกองแปซิฟิกใต้ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมาราชการที่กรุงแคนเบอร์รา ระหว่างวันที่ 2 – 3 กันยายน 2562 นายวิชชุฯ ได้พบหารือนางจูลี เฮคเชอร์ อธิบดีกำกับดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายฟิลิป กรีน กำกับดูแลภูมิภาคอเมริกาและยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย เกี่ยวกับการกระชับความร่วมมือและเตรียมการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตและความร่วมมือระหว่างไทยและออสเตรเลีย ไปสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” หรือ “Strategic Partnership” และการดำเนินการร่วมระหว่างไทยและออสเตรเลียในการส่งเสริมความมั่งคั่ง สันติภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน และอินโด-แปซิฟิก ในโอกาสนี้ นายวิชชุฯ พร้อมด้วยนายชาตรี อรรถจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา และข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือและรับฟังการบรรยายสรุปจาก น.ส. ฟิโอนา เว็บสเตอร์ รักษาการอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย และเยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการกรณีเกิดเหตุภัยภิบัติ (Crisis Centre) ด้วย นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตนันทนา ศิวะเกื้อ และนายวิชชุฯ พร้อมด้วยคณะข้าราชการ ได้พบหารือกับ ดร. นิโคลัส ฟาเรลลิ รองคณบดี วิทยาลัยเอเชียและแปซิฟิก มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของออสเตรเลีย โดยเฉพาะการสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในหมู่เยาวชน/นักศึกษาและการส่งเสริมกิจกรรมและหลักสูตรไทยศึกษา และการเรียนการสอนภาษาไทย
 
 
นายวิชชุ เวชชาชีวะ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ พร้อมด้วยนายชาตรี อรรถจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล และคณะ ได้พบหารือนางจูลี เฮคเชอร์ อธิบดีกำกับดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายฟิลิป กรีน
 
@@@@ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา กำหนดจัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 17 ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 ณ ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตฯ ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ประสงค์จะรับสมัครอาสาสมัครเพื่อช่วยในการจัดงานดังกล่าว รวมระยะเวลา 2 วัน ดังนี้ 1. วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 ระหว่าง เวลา 13.00 – 17.00 น. เพื่อจัดเตรียมงานและตกแต่งสถานที่ 2. วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 ระหว่างเวลา 08.30 -18.00 น. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ภายในงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย และจัดเก็บสถานที่หลังเสร็จสิ้นงาน ค่าตอบแทน 200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย/คน (มีข้าวกล่องสำหรับวันที่ 22 ก.ย. 62) ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครได้ที่ https://form.jotform.co/92440168348864 โดยหมดเขตรับสมัคร ในวันที่ 15 กันยายน 2562 หากได้รับการคัดเลือก สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดต่อผู้สมัครโดยตรงเพื่อยืนยันการช่วยงานต่อไป หมายเหตุ 1. ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขี้นไป สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี 2. รับเฉพาะผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตามเวลาที่กำหนด ระหว่างวันที่ 21 – 22 ก.ย. 62 (รวม 2 วัน)
 
@@@@ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 นายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลสนามหญ้า 7 คน Sydney Thailand Cup ครั้งที่ 1 ณ สนามกีฬา Brazilian Fields – Centennial Park จัดโดย Thai – Aus Soccer มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คนไทยในนครซิดนีย์ออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างมิตรภาพและความสามัคคีในกลุ่มชุมชุนไทยโดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง ในโอกาสนี้ นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดการแข่งขัน และเขี่ยบอลเปิดเกม การแข่งขันครั้งนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากชุมชนไทยโดยมีนักกีฬาฟุตบอลทั้งหมด 16 ทีม และผู้เข้าร่วมงานประมาณ 200 คน
 

นายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลสนามหญ้า 7 คน Sydney Thailand Cup ครั้งที่ 1 ณ สนามกีฬา Brazilian Fields – Centennial Park เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562
 
@@@@ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ร่วมกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ นำคณะวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และทีมสหวิชาชีพ จัดกิจกรรมฝึกทักษะการเพ้นท์เล็บ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิต และให้คำปรึกษาด้านสัญชาติ ทะเบียนราษฎร์ และทะเบียนครอบครัว ณ Australian Centre โดยมีนายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และนายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ กล่าวเปิดงาน และมอบใบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ที่เข้าร่วมการอบรม กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งและบทบาทคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งจัดเป็นครั้งแรก ณ นครซิดนีย์ และได้รับความสนใจจากพี่น้องชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กว่า 200 คน สำหรับท่านที่พลาดโอกาส สามารถเข้าร่วมได้ในครั้งหน้า โดยหากสนใจกิจกรรมใดสามารถแนะนำได้ เพื่อที่ทางสถานกงสุลใหญ่จะดำเนินการจัดกิจกรรมอีกต่อไป
 

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ร่วมกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ นำคณะวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยมาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิต และให้คำปรึกษาด้านสัญชาติ ทะเบียนราษฎร์ และครอบครัว ณ Australian Centre นครซิดนีย์
 
@@@@ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 นายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เข้าร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคี โครงการบวชเทิดพระเกียรติและถวายพระกุศลพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดป่าพุทธรังษี ลูเมียห์ จัดโดยสมาคมโครงการบรรพชาออสเตรเลีย โดยมีพระเทพสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธรังษี ลูเมียร์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ทรงได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศออสเตรเลีย โดยทรงเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธรังษี สแตนมอร์ และทรงมีพระเมตตาต่อชุมชนชาวไทยที่พำนักในนครซิดนีย์และออสเตรเลีย ทั้งนี้ นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานดังกล่าว และได้กล่าวกับพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่เข้าร่วมงาน เกี่ยวกับภารกิจของกรมการกงสุลในการดูแลคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศด้วย
 
  
งานทอดผ้าป่าสามัคคี โครงการบวชเทิดพระเกียรติและถวายพระกุศลพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดป่าพุทธรังษี ลูเมียห์ โดยมีพระเทพสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธรังษี ลูเมียร์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
 
@@@@ Alice Springs เป็นเมืองในใจกลางประเทศออสเตรเลีย ใหญ่เป็นอันดับสามในดินแดนทางเหนือของออสเตรเลีย Northern Territory ภูมิภาคโดยรอบเป็นที่รู้จักกันในนาม Central Australia หรือ Red Centre สภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งประกอบด้วยทะเลทรายหลายแห่ง อลิซสปริงส์มีประชากรในเมืองเกือบ 24,000 คนจากการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2559 ประมาณ 10% ของประชากรของดินแดนทางเหนือ Northern Territory ตั้งอยู่ระหว่างกลางของแอดิเลดและดาร์วิน อยู่ห่างจากเมืองดาร์วินทางทิศเหนือและเมืองแอดิเลดทางทิศใต้เป็นระยะทาง 1,500 กิโลเมตรเท่ากัน เมืองเลาะเลียบไปตามแม่น้ำทอดด์ Todd River ที่แห้งแล้งเกือบทั้งปี ทางด้านเหนือของเทือกเขา MacDonnell Ranges อุณหภูมิในอลิซสปริงส์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างมากโดยเฉลี่ยสูงสุดในฤดูร้อนที่ 35.6 ° C (96.1 ° F) และต่ำสุดเฉลี่ยในฤดูหนาวที่ 5.1 ° C (41.2 ° F) .................. รายได้หรือุรกิจหลักของเมืองก็เห็นจะเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวเพราะ  Alice Springs เป็นเหมือนประตูเปิดเข้า Gate wayไปยังโขดหินยักษ์ที่คนทั่วโลกรู้จักในนาม Ayers Rock ในอุทยานแห่งชาติ Uluru หนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของประเทศออสเตรเลีย และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกอีกด้วย เส้นทางการเดินทางที่สะดวกและเป็นที่นิยมมากที่สุดคือจากอลิซสปริง ซึ่งจะสามารถไปเยือน Uluru, Olgas, Kings Canyon และ Palm Valley ................ เดินทางจาก Alice Springs ไปประมาณ 465 กม. ก็จะถึง Ayers Rock มีรถโค้ชขนาดใหญ่แบบไปกลับ หรือจะเป็นรถตู้ขนาดเล็ก รถเช่าทุกประเภท เลือกได้สะดวกสบาย Ayers Rock เป็นโขดหินขนาดใหญ่ที่โผล่จากพื้นดินโดดๆซึ่งสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล มีขนาดความสูง 348 เมตร เส้นรอบวงที่ฐานวัดได้ 9 กิโลเมตร จัดได้ว่าเป็นโขดหินที่ใหญ่ทีสุดในโลก ลักษณะเป็นหินทรายสีแดงเป็นหินอาร์โคส มีปริมาณแร่ฟันม้าหรือแร่เฟลด์สปาร์อยู่มาก มีสภาพการกัดเซาะของฝนและลมตามธรรมชาติ มีถ้ำและแอ่งน้ำ บริเวณผิวนอกของหินโดนความร้อนจากแสงอาทิตย์ ทำให้ผิวนอกแตกหลุดออกเป็นสะเก็ดและร่วงลงมาที่พื้นทับถมกันเป็นกำแพงภูเขาขนาดใหญ่ สีสันของหินเปลี่ยนแปลงตามเวลาซึ่งในแต่ละช่วงมีสีแตกต่างกัน ในตอนกลางวันแสงอาทิตย์เจิดจ้าทำให้มีแดง แต่พอตกเย็นสีสันจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง ยิ่งเวลาหลังฝนตกจะยิ่งงามประหลาดเหมือนน้ำตกใหญ่ที่น้ำไหลหลากลงตามแนวหินสีแดง ................... แต่ถึงแม้จะอยู่ในอลิซสปริงส์ก็น่าทึ่งเช่นกัน สามารถชมสีของ McDonnell Ranges ในเวลาที่ต่างกันในแต่ละวัน สำหรับท่านที่ชอบการท่องเที่ยวแบบผจญภัยหน่อย เตรียมน้ำและอาหารกลางวันไปด้วย แล้วออกเดินทางสำรวจเขต MacDonnell ตามแนวสันเขาและช่องเขาที่นี่จะมีแอ่งน้ำและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจินให้เห็นอยู่ทั่วไป คุณสามารถเดินไปตามเส้นทาง Larapinta สักส่วนหนึ่งเพื่อชมบริเวณที่น่าตื่นใจยิ่งขึ้น เส้นทาง Larapinta Track นี้ยาวมากต้องใช้เวลาสักสองสามสัปดาห์ถึงจะพิชิตเส้นทางทั้งเส้นที่มีความยาวถึง 223 กิโลเมตรและสำหรับท่านที่ชอบศึกษาสัตว์และพืชพรรณท้องถิ่นสามารถไปเยี่ยมชมอุทยานทะเลทราย Alice Springs แต่ถ้าอยากเจาะลึกเรื่องสัตว์ที่น่าสนใจของออสเตรเลียตอนกลาง ก็ไปที่ศูนย์สัตว์เลื้อยคลานแห่ง Alice Springs พิพิธภัณฑ์ก็มีเยอะ เป็นประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย ท่านอาจแวะไปเยือนศูนย์วัฒนธรรมออสเตรเลียอะบอริจินเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับชนพื้นเมืองออสเตรเลีย หรือใช้เวลาสักสองสามชั่วโมงชื่นชมคอลเล็กชันที่พิพิธภัณฑ์แอดิเลดเฮาส์ก็ได้ ส่วนคนรักศิลปะต้องถูกใจแน่ เพราะ Alice Springs เป็นศูนย์กลางของศิลปะพื้นบ้าน มีแกลเลอรีหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วเมือง อย่าลืมไปสัมผัสคอลเล็กชันที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม Araluen ด้วย
 

Alice Springs เป็นเมืองในใจกลางประเทศออสเตรเลีย ใหญ่เป็นอันดับสามในดินแดนทางเหนือของออสเตรเลีย Northern Territory ภูมิภาคโดยรอบเป็นที่รู้จักกันในนาม Central Australia หรือ Red Centre มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 24,000 คน
 
@@@@ ชุมชนไทยใน Alice Springs มีไม่ถึงร้อยคน มีร้านอาหารไทยที่เจ้าของเป็นคนไทยอยู่ 3 แห่ง คือ ร้าน Pad Thai Takeaway ร้าน Lee's Thai Food และร้าน แซบอีหลี Sab E Lee ส่วนอีก 2 ร้าน คือ ร้าน Thai de Cuisine และ Hanuman นั้น เจ้าของไม่ใช่คนไทย เดลินิวส์จะพาไปเยี่ยมร้าน แซบอีหลี Sab E Lee ซึ่งไม่ได้เป็นร้านอยู่ในตัวอาคารเหมือนอีกสองร้าน แต่เป็น Food Truck เป็นรถขายอาหารตั้งอยู่ในที่จอดรถ Westpoint Carpark .................... เชฟยูร ประยูร เตรียมทนะ เล่าว่า “ตอนอยู่เมืองไทยทำอาชีพค้าขายก็พออยู่ได้ พอหลังจากเศรษฐกิจไม่ดีก็เริ่มจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ผมมองหาทางออก ตัดสินใจขายทุกอย่างที่มีมาเมืองนอก นั่นเป็นปี 2009 มาเมืองนอกตอนแรกคิดว่าจะเรียนภาษาแล้วกลับไป ช่วงที่เรียนก็ทำงานไปด้วยเพื่อส่งตัวเองเรียน ช่วงเรียนมีเงินจ่ายค่าเทอมส่วนที่เหลือก็เก็บ อยู่ไปอยู่มาเริ่มมองเห็นโอกาสเลยตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ถาวร ได้ไปหลายๆรัฐ ทำงานในเมืองใหญ่ที่ใครๆก็คิดว่างานเยอะ ค่าตอบแทนพอสมควร ช่วงที่ไม่ทำงานประจำก็ค้าขายคือเป็นคนชอบทำอาหาร ชอบค้าขายเป็นทุนเดิมอยู่ ก็ตัดสินใจเปิดร้านขายของที่ตลาดที่บริสเบน ล้มลุกคลุกคลานกับธุรกิจที่ตัวเองพยายามจะทำอยู่หลายครั้ง จนบางครั้งถอดใจเพราะแต่ละครั้งมันหมายถึงว่าเงินที่สะสมมามันต้องลดลงอีกเท่าตัว แต่ก็พยายามสู้พร้อมกับพูดกับตัวเองตลอดเวลาว่าเราต้องดีขึ้นกว่านี้ อยู่เมืองใหญ่การตอบรับของลูกค้าไม่เท่าไหร่นัก ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ การแข่งขันสูง ผมกับไอรินภรรยาเลยมาคิดกันว่าในเมื่ออยู่เมืองใหญ่ไม่ได้เราต้องไปละ ลองไปอยู่เมืองเล็กซิเผื่อมันจะดีขึ้น ตัดสินใจครั้งสุดท้ายถ้าครั้งนี้ไม่เป็นไปตามที่หวังกลับบ้านเราที่เมืองไทยดีกว่า เพราะเงินนี้เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เรามีอยู่ที่เราจะใช้เป็นทุน” .................... แล้วก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ไอรินลดา วราวิทยา ภรรยาของเชฟยูรเล่าว่า “ตัดสินใจมา Alice Springs เมือปี 2016 ขับรถมาจากบริสเบน 4 วัน 3 คืน ไม่มีคนรู้จัก ญาติพี่น้องก็ไม่มี อยู่แบบประหยัดสุดๆใช้เวลาหางานเดือนกว่าๆถึงได้งาน ทำงานร้านอาหารกับฝรั่ง ทำวันจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์อาทิตย์หยุด พอดีที่นี่เขามีตลาดเปิดให้ขายของได้ก็สมัครเข้า รอกว่าจะได้ที่ก็ 3 เดือนเพราะที่เข้ามีจำกัด เริ่มขายของเพียงไม่กี่อย่างมี soup กับ laksa แล้วก็ส้มตำ วันแรกที่ขายได้เงิน 300กว่าเหรียญ ดีใจมาก ขายมาสักพักก็เริ่มคิดว่า จะเอาอะไรมาเสริมดี ก็ได้ทำของทอดขึ้นมาขายมี กะหรี่ปั๊บ สปริงโรล สาโมซ่า Samosa ปีกไก่ทอด ได้ใช้ตู้ pie warmerในช่วงแรก เป็นของมือสอง ซื้อต่อจากเขามา ร้านเราก็ยังใช้เต๊นท์ตั้ง ไปกันทุกที่ ที่มีตลาดขายของ คิดว่าวันนี้เรามีงานมีเงินเพิ่มอีกแล้ว ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆทุกอาทิตย์เป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ” ................. ในช่วงนั้นเขาและเธอก็ยังทำงานประจำอยู่ แต่การทำงานก็ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร จึงได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำธุรกิจของตัวเองเต็มตัว  ประยูรเล่าว่า “เริ่มมีเวลาคิดเวลาทำมากขึ้นเห็นมุมกว้างมากขึ้น เลยตัดสินใจเริ่มขยับขยายขึ้นมาเป็นรถขายของในเดือนเมษายน ปี 2018 พอเราเริ่มมีรถเราก็สามารถไปตามงานต่างๆได้มากขึ้น รายได้ก็เริ่มมีเข้ามาเรื่อยๆ ได้เพิ่มรายการอาหารเข้ามาอีกจำนวนหนึ่ง มีแกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น ผัดขี้เมา ผัดซีอิ้ว ผัดไท ผักกะเพรา แต่เน้นทำไม่กี่อย่างเพื่อที่จะควบคุมคุณภาพและมาตราฐานได้ ออกมาได้อย่างสวยงาม หน้าตาดี รสชาติของอาหารเป็นไทยแท้ แต่จะใช้สไตล์ฟูชั่น Fusion เข้ามาผสม ของใช้สดสะอาดใช้วันต่อวัน เรารู้ว่าลูกค้าต้องการอย่างไร ลูกค้าติดเรา เพราะเราขายในราคายุติธรรม ส่วนมากจะมาที่ร้านคนละ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ เราคิดเสมอว่าลูกค้าคือพระเจ้า ไม่มีเขาจะไม่มีเราวันนี้” ................ ร้านแซบอีหลี Sab E Lee เปิดวันอังคารถึงวันศุกร์จาก 5.00 เย็นถึง 3 ทุ่ม แวะไปเที่ยว Alice Springs นึกถึงอาหารไทย ก็แวะไปอุดหนุนเขาและเธอได้ ประยูรกล่าวทิ้งท้ายว่า “รถเราจะจอดที่ Westpoint Carpark เรามีโต๊ะให้นั่งรับประทานด้วย แต่ส่วนมากลูกค้าจะซื้อกลับบ้าน หรือไม่บางทีเอาโต๊ะปิคนิคจากบ้านมาเองเนื่องจากว่าไม่มีโต๊ะให้นั่ง บางคนนั่งตรงฟุตบาทกันก็มี Street food จริงๆครับ รับรองได้บรรยากาศ ฝากอะไรถึงน้องๆนิดครับ อยากจะบอกว่าถ้าตั้งใจทำอะไรแล้ว ก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุด ไม่มีใครทำอะไรแล้วสำเร็จในครั้งแรก อย่าพึ่งถอดใจให้รักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่รักแล้วจะประสบผลสำเร็จ ดูอย่างพี่ยูรกับพี่ไอรินสิ ถึงกับถอดใจแล้ว ก็เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ ฝันให้ไกลไปให้ถึง เป็นกำลังให้ทุกๆคนที่กำลังจะทำตามความฝันให้เป็นจริงครับ”


ร้าน แซบอีหลี Sab E Lee ของ ประยูร เตรียมทนะ และไอรินลดา วราวิทยา ไม่ได้เป็นร้านอยู่ในตัวอาคารเหมือนอีกสองร้าน แต่เป็น Food Truck เป็นรถขายอาหารตั้งอยู่ในที่จอดรถ Westpoint Carpark เปิดวันอังคารถึงวันศุกร์จาก 5.00 เย็นถึง 3 ทุ่ม
 
 
รายการอาหาร มีไม่กี่รายการเพื่อที่จะควบคุมคุณภาพและมาตราฐานให้ได้ หน้าตาดี รสชาติของอาหารเป็นไทยแท้ อาทิ แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น ผัดขี้เมา ผัดซีอิ้ว ผัดไทย ผักกะเพรา กะหรี่ปั๊บ สปริงโรล สะเต๊ะไก่ ทอดมันปลา ปีกไก่ทอด และส้มตำ.
...................................
ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32