อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

เปิดแล็บตรวจพิษ-สารสำคัญ "กัญชา"

เพราะจุดตั้งต้นการใช้กัญชาในประเทศไทยคือการใช้เพื่อการแพทย์ ทุกอย่างจึงต้องสะอาดปลอดภัย ดังนั้นเรื่องกระบวนการตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนในสารสกัดจากกัญชา จึงต้องมีมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่ายาจากกัญชาที่เอามาใช้รักษาโรคมีความปลอดภัย ไม่ใช่ไปก่อโรคเพิ่ม  อาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 07.30 น.


   เพราะจุดตั้งต้นการใช้กัญชาในประเทศไทยคือการใช้เพื่อการแพทย์ ทุกอย่างจึงต้องสะอาดปลอดภัย ดังนั้นเรื่องกระบวนการตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนในสารสกัดจากกัญชา จึงต้องมีมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่ายาจากกัญชาที่เอามาใช้รักษาโรคมีความปลอดภัย ไม่ใช่ไปก่อโรคเพิ่ม 
        
  หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องคุณภาพ มาตรฐานเหล่านี้ ก็คือ “กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์” ซึ่งล่าสุด ได้มีการเปิด “แล็บกัญชา” อย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้ง สารปนเปื้อน ตรวจสารสกัดแล้ว รวมถึงตรวจวิเคราะห์พิษกัญชา และ ภายในเดือน ต.ค. นี้ ก็จะเปิดแล็บเพิ่มในภูมิภาค เริ่มที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 เชียงใหม่, ศูนย์วิทย์ฯ ที่ 6 ชลบุรี, ศูนย์วิทย์ที่ 9 นครราชสีมา และ ศูนย์วิทย์ฯ ที่ 12 สงขลา
        
   ล่าสุด นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมฯ ได้เปิดแล็บดังกล่าวให้สื่อมวลชนเข้าไปเยี่ยมชมการทำงาน พร้อมมอบหมาย นายสุพัฒน์ แสงสวย นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร อธิบาย การตรวจหาสารปนเปื้อน ซึ่งเน้นโลหะหนัก 4 ตัว คือ 1. สารหนู 2. สารปรอท 3. สารตะกั่ว และ 4. แคดเมียม  โดยนำตัวอย่างที่ได้รับมาย่อยสลาย เพื่อปรับปริมาตรด้วยกรดไนตริกแบบซูเปอร์เพียว ในหลอดแก้ว“Cuatztube”
       
   หากเครื่องมือตรวจมีความไวในระดับธรรมดาจะใช้ประมาณกัญชาแห้ง 1 กรัม หากเป็นกัญชาสดจะใช้ 4-5 กรัม ส่วนสารสกัดจะใช้ประมาณ 0.5 กรัม แต่หากเครื่องมีความไวสูง ก็อาจใช้กัญชาประเภทต่าง ๆ เพียง 0.5 กรัม ทั้งนี้ การย่อยสลายตัวอย่างจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เสร็จแล้วนำเข้าเครื่องไมโครเวฟที่มีคลื่นไมโครเวฟสูงกว่าไมโครเวฟที่ใช้ตามบ้านเรือน
          
   การเผาไหม้ใช้เวลาครึ่งวันก็ละลาย จากนั้นเทลงในขวดแก้ว “Volumntric Flask” เพื่อปรับปริมาตรต่าง ๆ ตามกระบวนการ แล้วเทใส่หลอด “High Density Polyethilene” นำเข้าเครื่องวิเคราะห์ปริมาณแร่ธาตุ และใช้เทคนิค ICP-MS ตรวจวิเคราะห์ว่ามีสารโลหะหนักปนเปื้อนหรือไม่ ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาทีต่อ 1 ตัวอย่าง ก็สามารถรายงานผลกลับไปได้
    
   ด้าน ภญ.บงกช พันธ์บูรณานนท์ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักยาและวัตถุเสพติด ได้อธิบายถึงการตรวจความเข้มข้นของสารสกัดกัญชา ทั้ง “ซีบีดี” และ “ทีเอชซี” ว่า เมื่อได้ตัวอย่างกัญชามาแล้วต้องนำเข้าสู่กระบวนการเตรียมตัวอย่างก่อน โดยทำให้เจือจาง ปรับสภาวะให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จนได้สารละลายใส
      
     เมื่อได้สารละลายใสแล้วก็ฉีดเข้าเครื่องตรวจ ซึ่งเครื่องจะใช้เวลาในการประมวลผลและวัดค่าความเข้มข้นของสารสำคัญ ทั้งทีเอชซีและซีบีดีออกมาว่ามีความเข้มข้นกี่เปอร์ เซ็นต์ และเปรียบเทียบกับสารมาตรฐาน ซึ่งเรียกว่าใช้หลักการ “โครมาโทกราฟี”
        
    ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่ว่าทำครั้งเดียวได้ผลแล้วก็จบไป แต่เราจำเป็นต้องทดสอบซ้ำเอกับบี เพื่อตรวจสอบกันและกัน ถ้าผลไม่ชัดเจนถึงต้องมีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง
   
      จะเห็นว่ากระบวนการก่อนจะนำกัญชา หรือสารสกัดจากกัญชา มาผลิตเป็นยาเพื่อใช้รักษาโรคนั้น ต้องผ่านหลายขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชน ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์สูงสุด.

...........................................
อภิวรรณ เสาเวียง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27