อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

"พีท-ประณิธาน"สร้างสรรค์-มุ่งหวัง "ยั่งยืน"

เมื่อมีโอกาสก็จะทำอะไรเพื่อตอบแทนสังคมตามแนวทางที่คุณพ่อวางไว้ เรื่องการอนุรักษ์ การสร้างจิตสำนึกให้คนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ที่ใช้ดนตรี ศิลปะ อาหาร ดึงผู้คนปลูกฝังจิตสำนึก “รักษ์สิ่งแวดล้อม” และ “รับผิดชอบต่อสังคม” ...เป็นคำกล่าวของผู้ชายที่ชื่อ...“พีท-ประณิธาน พรประภา” อาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น.


   เมื่อมีโอกาสก็อยากที่จะทำอะไรเพื่อตอบแทนสู่สังคมตามแนวทางที่คุณพ่อวางไว้มาเนิ่นนานแล้ว นั่นก็คือเรื่องของการอนุรักษ์ การสร้างจิตสำนึกให้คนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม แต่เรานำมาปรับให้เป็นในรูปแบบแนวทางของเรา โดยปลูกฝังแนวคิดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านความสนุกในรูปแบบงานเทศกาล” ...เป็นคำกล่าวของคนรุ่นใหม่ ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอ งานเฟสติวัลที่มีแนวคิดในการใช้ดนตรี ศิลปะ อาหาร ดึงผู้คนที่สนใจในแต่ละด้านเข้ามารวมในงานเดียวกัน เป็นการหลอมรวมความสนุกไปพร้อมกับการปลูกฝังจิตสำนึก รักษ์สิ่งแวดล้อมและ รับผิดชอบต่อสังคม...เป็นคำกล่าวที่เผยถึงแนวคิด-แนวทางของผู้ชายที่ชื่อ...พีท-ประณิธาน พรประภา

e e e e


    
    พีท-ประณิธาน เป็นผู้บริหารรุ่นที่ 3 เครือสยามกลการ เป็นลูกชายคนกลางของ ดร.พรเทพ - มยุรี พรประภา โดยมี ประนัปดา พรประภา เป็นพี่สาว และมีน้องชายคือ ประกาสิทธิ์ พรประภา โดยปัจจุบันพีทดูแลธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลหนัก และธุรกิจการลงทุน โดยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางกอกโคมัตสุเซลส์ จำกัด และเขายังเป็นหนึ่งในสามผู้บริหารบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าพรีเมี่ยมสกูตเตอร์สัญชาติอิตาลี เวสป้าและพิอาจิโอ
     
    นอกจากเข้าบริหารงานธุรกิจในเครือของตระกูลแล้ว เขายังเปิดบริษัท สแครทช์เฟิร์สท์ จำกัด เพื่อทำเฟสติวัลที่มีชื่อว่า “วันเดอร์ ฟรุ๊ต (wonderfruit)” ที่เป้าหมายหลักไม่ใช่แค่เรื่องความสนุก แต่ยังสอดแทรกเรื่องการปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติเข้าไปไว้ในงานด้วย ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ก่อตั้ง และซีอีโอ เฟสติวัลระดับโลกโดยคนไทย ที่นำเสนอแนวทางสร้างสรรค์..
   
      เพื่อนำไปสู่... วิถีชีวิตแบบยั่งยืน
 
       ทั้งนี้ เจ้าตัวเล่าเรื่องราวชีวิตว่า... ไปอยู่ที่ประเทศแคนาดากับคุณแม่ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ซึ่งที่นั่นมีป่าเขาเยอะ ก็ได้เห็นมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ซึมซับในเรื่องของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตลอด ประกอบกับทางครอบครัวทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ก็จะปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องการอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ยังเด็กด้วย จนทำให้เรารู้สึกอินกับธรรมชาติและมีความคิดต้องการที่จะ...
 ปกป้องสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
     
     อายุ 8 ขวบ ก็กลับมาเรียนและมาอยู่ประเทศไทย ซึ่งช่วงนั้นคุณพ่อได้ทำโครงการติ้งค์ เอิร์ธ (THINK EARTH) ที่เป็นโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกจิตสำนึกให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และทุกครั้งที่มีกิจกรรม ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยว ข้องกับการอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมของโครงการ ท่านก็มักจะพาเราไปทำกิจกรรมด้วยตลอด ผมจำได้ว่าท่านพาไปปลูกต้นไม้ในสถานที่ต่าง ๆ เยอะมาก จนผมเองก็จำไม่ได้ว่าไปปลูกต้นไม้ไว้ที่ไหนบ้าง...เหมือนคุณพ่อจะพยายามให้เราซึมซับ และปลูกจิตสำนึกให้เรารักสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็ก
    
      ...
พีทกล่าว พร้อมบอกอีกว่า...การปลูกจิตสำนึก เป็นคำที่คุณพ่อมักจะพูดอยู่บ่อย ๆ เพราะมันเป็นจิตวิญญาณของโครงการติ้งค์ เอิร์ธ โดยท่านพยายามที่จะปลูกจิตสำนึกให้คนรักและหวงแหนสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็ก...
    
     เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
    
      จากการที่พีทได้รับการปลูกฝังและสัมผัสในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่เด็ก บวกกับเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ชอบใช้ชีวิตแบบอิสระ แนวลุย ๆ และชอบเล่นกีฬาประเภทไตรกีฬาที่มักจะได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ก็ยิ่งทำให้เขาอินในเรื่องนี้ จนหลังจากเรียนจบและได้เข้าช่วยบริหาร ธุรกิจของครอบครัว เขาก็ขอดูแลโครงการติ้งค์เอิร์ธจากพ่อ...ผมเข้าทำงานได้สักระยะหนึ่ง ก็มีความคิดที่อยากจะทำโครงการในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก็เลยขอคุณพ่อดูแลโครงการฯ เอง ...พีทกล่าว และว่า...


      
   
แรก ๆ ผมก็ทำไปในแนวทางที่คุณพ่อเคยทำไว้ จนเริ่มมีความคิดที่อยากจะทำเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม การปลูกจิตสำนึกให้คนหันมาใส่ใจรักสิ่งแวดล้อมในแนวทางของตัวเอง จึงเกิดเป็นเทศกาล ที่เป็นเทศกาลศิลปวัฒนธรรมผสมรวมกับเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม...โดยใช้ทั้งศิลปะ ดนตรี อาหาร ดึงกลุ่มคนเข้ามา...เป็นการหลอมรวมความสนุกไปพร้อมกับการปลูกจิตสำนึก...เป็นแนวคิดและรูปแบบการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแบบของพีท
   
      เขาบอกเล่าต่อไปว่า... หลายคนคิดว่าสิ่งที่เขาทำเป็นแค่เทศกาลดนตรี แต่จริง ๆ เป็นมากกว่านั้น ซึ่งพื้นที่ที่ใช้สร้างเทศกาลได้พยายามจะสื่อทำให้เป็นเหมือนโมเดลที่เป็นแพลตฟอร์มในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน และปีนี้ก็รังสรรค์เทศกาลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน ด้วยคอนเซปต์ “ป๊อปอัพซิตี้” แนวคิดสร้างเมืองในอุดมคติตามวิถีความยั่งยืน
   
      “
การทำเทศกาลงานเฟสติวัล ก็เหมือนเป็นการสร้างเมืองขึ้นมาเมืองหนึ่ง ซึ่งเราใส่ใจในเรื่องของผลกระทบที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อมมาก...เพราะการสร้างเมืองนั้นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีก็คือ ความต้องการพื้นฐาน โครงสร้างพื้นฐาน อย่างสาธารณูปโภค ระบบขนส่ง ระบบสาธารณสุข เหล่านี้มันมีผลโดยตรงกับสิ่งแวดล้อม เราจึงคิดและทำโดยเน้นให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ต้องเอาสิ่งเหล่านี้มาคำนึงในวิธีที่เราสร้างเมืองเรามีความเอาใจใส่ในเรื่องนี้มาก

         การสร้างที่ว่านั้น มีผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ มาร่วมสร้างสรรค์ สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ และงานศิลปะอินสตอลเลชั่น ได้สร้างสรรค์ขึ้น   จากการนำวัสดุเก่ากลับมาใช้ซ้ำ หรือใช้วัสดุที่มีความยั่งยืนในการประกอบสร้าง ภายในงานจะไม่อนุญาตให้ใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง   ขยะทั้งหมดที่เกิดขึ้นในงานจะถูกนำไปคัดแยกประเภทเพื่อนำไปรีไซเคิล โดยแยกเป็นขยะทั่วไป โลหะ ขวดแก้ว กล่องน้ำดื่ม และภาชนะใส่อาหาร การจัดการขยะมูลฝอยภายในงานที่สามารถย่อยสลายได้จะถูกกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ส่วนกล่องน้ำดื่มจะนำไปผลิตเป็นกระเบื้องมุงหลังคา   และแผ่นกระดานรีไซเคิลสำหรับใช้ประโยชน์ในชุมชนท้องถิ่น เศษ  อาหารเหลือจากการบริโภคจะถูกนำไปทำปุ๋ยหมัก มีการให้ใช้แก้ว   แบบรีฟิลเพื่อเติมน้ำ เป็นการช่วยลดปริมาณขยะในงาน ภาชนะและอุปกรณ์รับประทานอาหารที่ใช้ภายในงานผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ 100% ซึ่งเทศกาลเฟสติวัลที่สร้างขึ้นนี้ได้รับการรับรอง Carbon Neutral จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
          
     สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นโลกแห่งการเรียนรู้วิถีความยั่งยืน ที่ให้ทั้งความสนุกสนานและประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ผมเชื่อว่าแนวทางความยั่งยืนในแบบของเราจะสามารถปลุกกระแส เรียกร้องให้เกิดแนวร่วมปฏิบัติในวงกว้าง พื้นที่นี้ไม่เพียงสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม แต่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน และเน้นย้ำให้สังคมตระหนักถึงสิ่งที่ส่งผลกระทบมากที่สุดต่อชีวิตของเรานั่นก็คือสิ่งแวดล้อม
                                          
    นอกจากนี้ พีทยังกล่าวอีกว่า...เราได้จำลองเมืองในอุดมคติ ที่เราอยากจะเห็นขึ้นมา และพยายามแสดงให้เห็นว่า ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือของคนในสังคม ด้วยการคิดต่อ ยอดและพัฒนากลไก  พื้นฐานที่ขับเคลื่อนเมือง ด้วยการสร้างความรู้สึกร่วม และด้วยศักยภาพของพลังคิดสร้างสรรค์ จะสามารถจุดประกายการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับสังคมของเราได้

   e e e e
      
   ทั้งนี้ ทิ้งท้าย พีท-ประณิธาน พรประภา บอกว่า... พยายามสร้างคอนเทนต์ที่มีความน่าสนใจ ที่เกี่ยวข้องกับการให้คนมาอยู่คู่เคียงกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้งขึ้น ทำอย่างไรที่จะสนับสนุน พัฒนา สร้างสรรค์ ทำอย่างไรที่จะสร้างความยั่งยืนในการรักษา  สิ่งแวดล้อม และทำลายสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เราก็พยายาม    จะหาวิธีสื่อในสิ่งพวกนี้ในวิธีที่สร้างสรรค์ ผมมีความเชื่อว่า...ใน     ทุกวันนี้การที่เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรโดยการไปบอกให้ทุกคนต้อง   ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่าอาจจะไม่มีใครฟัง เราจึงสร้างแพลต  ฟอร์มขึ้นมาเพื่อจะรวมคนให้เยอะ ๆ เราจึงจำลองเมืองที่เราอยากจะเห็นขึ้น เป็นเมืองที่จะเชื่อมโยงผู้คนให้มาร่วมแสดงพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ที่จะส่งผลดีต่อสังคม ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม...
 และส่งผลดีต่อโลกใบนี้”.

   บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%