อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

'บิ๊กตู่'ลั่นอุปกรณ์กองทัพไทย ต้องทันสมัยไม่เอาบุโรทั่ง

สัปดาห์นี้ “รหัสมอร์ส” พาไปดูการปฏิบัติภารกิจของ “กองทัพ” ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในภาคอีสานและภาคเหนือ ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุ “โพดุล” และ “คาจิกิ” และเรื่องอุปกรณ์กองทัพไทยที่ “บิ๊กตู่” บอกว่าต้องมีศักยภาพ ทั้งคนและเครื่องมือ ไม่ใช่บุโรทั่งที่ไปสู้หรือไปอวดเขาไม่ได้ เสาร์ที่ 7 กันยายน 2562 เวลา 07.00 น.


@@@...สวัสดีท่านผู้อ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” มาพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “รหัสมอร์สส่องกองทัพ” ตรงวันเสาร์ที่ 7 ก.ย. 2562 หลังจากที่อิทธิพลของพายุ “โพดุล” และ “คาจิกิ” ได้พัดผ่านเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้ 21 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้รับผลกระทบ โดยน้ำไหลท่วมบ้านเรือนของประชาชน และพืชผลทางการเกษตรก็ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ว่า ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงห่วงและมีพระราชกระแสรับสั่งมาโดยตลอด ให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด





@@@……ตั้งแต่เกิดอุทกภัย เหล่าทัพต่างๆ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ได้ระดมกำลังทหารลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยกองทัพบกให้การช่วยเหลือดูแลประชาชนร่วมกับทุกภาคเป็นอย่างดีที่สุด แม้ว่าขณะนี้ระดับน้ำท่วมในหลายจังหวัดได้ลดลงต่อเนื่อง มีเพียงบางจังหวัดที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอาทิ จังหวัดอุบลราชธานี ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ เป็นต้น ซึ่งการช่วยเหลือจะยังคงมีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการฟื้นฟูเพื่อคืนสภาพเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกได้สรุปภาพรวมการทำงานของหน่วยทหารในพื้นที่อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.จนถึงปัจจุบัน ดังนี้ จัดกำลังพลจากหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 2,100 นาย รถยนต์บรรทุก 83 คัน เรือท้องแบน 28 ลำ ปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง จัดชุดค้นหาและกู้ภัยค้นหาผู้สูญหายทางน้ำ 1 ชุด จัดโรงพยาบาลสนามและชุดแพทย์เคลื่อนที่ 7 ชุดให้บริการประชาชน จำนวน 850 คน จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน จำนวน 4 แห่ง ให้บริการข้าวกล่อง อพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัย 627 ครัวเรือน ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง 485 ครัวเรือน แจกจ่ายสิ่งของอุปโภคบริโภค 3,190 ชุด ขนย้ายซากปรักหักพังทับอาคารบ้านเรือน180 ครัวเรือน ขนย้ายสิ่งกีดขวางการจราจร 109 ครัวเรือน สนับสุนนหน่วยงานติดตั้งสะพานแบรี่ 1 ชุด บรรจุกระสอบทรายทำพนัง กั้นน้ำ 4,300 กระสอบ ทำความสะอาดฟื้นฟูบ้านเรือน 325 ครัวเรือน การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร 19 จุด 



@@@……วันก่อน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานรับฟังการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 61 วิทยาลัยเสนาธิการทหาร รุ่นที่ 60 วิทยาลัยการทัพบก ชุดที่ 64 วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ 51 และวิทยาลัยการทัพอากาศ รุ่นที่ 53 โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งผู้แทนจากองค์กรต่างๆ ส่วนราชการและภาคเอกชน เข้าร่วมรับฟัง โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังรับฟังข้อเสนอของนักศึกษาว่า ขอชื่นชมการนำเสนอผลงานของนักศึกษา ที่มีพัฒนาการมาจากปีก่อนๆ มาก ซึ่งคนทุกรุ่นต้องเดินหน้าแก้ปัญหาไปด้วยกัน สำหรับกองทัพไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นกองทัพที่ต้องมีศักยภาพ ทั้งคนและเครื่องมือ เป็นกองทัพชั้นนำ อุปกรณ์ต้องทันสมัยพอสมควร ไม่ใช่เอาบุโรทั่งไปสู้ไปอวดเขามันไม่ได้ วันนี้ทหารเรือไทยไปถึงโซเวียต ถ้าเป็นเรือเก่ามากไปก็อายเขา เวลาไปเสียระหว่างทาง เขานัด 3 เดือน แต่ 5 เดือนยังเดินทางไปไม่ถึง มันไม่ได้ จะต้องมีการปรับเปลี่ยน ไม่ใช่ว่า ตนอยากซื้อ ถ้ามันไม่ต้องซื้อได้ก็ดี รวมถึงเครื่องบินที่มีอยู่ 20-30 ปี ที่ตกกันบ่อยๆ แล้วก็มาเสียใจกัน 



@@@..."ทุกคนต้องนึกถึงชีวิตของคนที่ใช้สิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นบนบก ทะเล อากาศ บางทีนายสั่งลูกน้องก็ไม่อยากไปเพราะอายเขา เพราะมันเก่าบุโรทั่งมาก วันนี้เราต้องดูส่วนนี้ให้เหมาะสม และจำเป็นจริง ๆ แต่ไม่ใช่ซื้อกันเกลื่อน ไม่มีเงินขนาดนั้น ซึ่งเราต้องขายของให้มากขึ้น เวลาใครจะมาขายของ ผมถามว่าคุณจะซื้อของเรามากขึ้นหรือเปล่า ถ้าคุณซื้อสินค้าเกษตรของเรามากขึ้น เราก็จะซื้อเรือของเขามากขึ้น เวลาซื้อเรือลำหนึ่ง เครื่องบินลำหนึ่ง ต้องแลกข้าวหมดไปไม่รู้เท่าไหร่ ผมได้พูดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปด้วย ว่า พร้อมซื้อ แต่ขอมีเงินก่อน ก็เป็นการกดดัน ต่อรอง ต่างตอบแทนกันอยู่แบบนี้ ผมก็ต้องเจรจากับเขาให้ดี ไม่เช่นนั้นเราอาจผิดพลาด หลายอย่างอาจเป็นบริบทของโลกในเวลานี้ ดังนั้นกองทัพต้องมีประสิทธิภาพในทุกมิติ พร้อมดำรงอยู่ ไม่ได้เตรียมไว้รบอย่างเดียว ต้องเตรียมไว้ฝึกร่วมกิจกรรมต่างประเทศมีจำนวนมาก หลายคนอาจบอกว่า วันนี้ไม่มีการรบกันแล้ว ซึ่งวันนี้ไม่ได้รบกันแบบขนาดใหญ่ แต่รบกันตามแนวชายแดนที่มีความขัดแย้ง รบในพื้นที่จำกัด ถ้ารบกันรุนแรงก็จะหยุดเจรจา ถ้าเราหยุดไม่ได้แต่แรก หรือสู้เขาไม่ได้ เขตชายแดนที่เคยเกิดปัญหา ไม่มีทางที่จะต่อรองเขาได้ สิ่งเหล่านี้มีไว้ให้เกิดความเกรงใจ ถ้ารบเราต้องเหนือกว่า ถ้ามันจำเป็น เราไม่ได้อยากรบกับใครอยู่แล้ว ตรงนี้ถือเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลและกองทัพในการดูแลความมั่นคงปลอดภัย” นายกรัฐมนตรี กล่าว 

@@@……ด้วยแนวทางปกติและแนวคิดทางทหารที่ถือเป็นสากลนั้น มาตรการด้านความมั่นคง คือมาตรการที่ถูกเตรียมไว้เพื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่คาดไม่ถึง สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศขึ้นอยู่กับสถานภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เคลื่อนไหวเป็นพลวัต เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คาดหมายได้ยากยิ่ง การเตรียมกำลังและยุทโธปกรณ์ทางทหารให้พร้อมไว้ จึงเป็นความจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ซึ่งมิใช่เพื่อรุกรานต่อชาติใด แต่เพื่อให้เกิดผลในการป้องปราม และเกิดความยับยั้งชั่งใจที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยกำลัง นอกจากนั้น กำลังทหารและยุทโธปกรณ์เหล่านั้น ยังจะถูกใช้เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภัยภิบัติให้แก่ประชาชนคนในชาติอีกด้วย ซึ่งภาพดังกล่าวมีให้เห็นเป็นที่ประจักษ์อยู่เป็นประจำ ปัจจุบันประเทศไทยมิได้คงกำลังทหารพร้อมยุทโธปกรณ์มากเกินความจำเป็นแต่อย่างใด สัดส่วนในการใช้งบประมาณด้านความมั่นคงของไทยต่อผลผลิตมวลรวมของชาติ และต่อวงเงินงบประมาณ เมื่อเปรียบเทียบกับนานาอารยประเทศแล้ว ถือว่าน้อยมากอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ปัจจัยชี้ขาดที่ชี้ว่าความมั่นคงของชาติจะได้รับการประกัน ได้แก่ คุณภาพกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยนั่นเอง ดังนั้น การฝึกอบรมกำลังพลให้มีความพร้อม กับการจัดหายุทโธปกรณ์ในยุค 4.0 บรรจุเข้าประจำการ จึงเป็นความจำเป็นยิ่งยวดเพื่อให้มั่นใจว่าความมั่นคงของไทยจะได้รับการประกัน



@@@……“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีคณะนายทหารที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาทางทหารประจำคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ผู้ช่วยทูตทหาร, ผู้ช่วยทูตทหารเหล่าทัพ,รองผู้ช่วยทูตทหาร และรองผู้ช่วยทูตทหารเหล่าทัพ ณ ต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 และวันที่1 เม.ย. 2563 จำนวน 23 นายเข้าอำลาก่อนไปปฏิบัติหน้าที่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อให้ไปปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนของกองทัพในต่างประเทศ ทั้งนี้ ภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญยิ่งต่อประเทศชาติและกองทัพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการปฎิบัติตามแนวความคิดทางยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ โดยการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและมิตรประเทศให้มีความแข็งแกร่ง ซึ่งการมีมิตรภาพอันแน่นแฟ้นนั้นจะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติในอนาคต โดยเฉพาะปี 2562 นี้ที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน 



@@@……นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผมขอเน้นย้ำความมุ่งมั่นในความร่วมมือเพื่อสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคตภายใต้แนวคิด “ร่วมมือร่วมใจก้าวไกลอย่างยืน” ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความมั่นคงในทุกมิติเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่างๆ ในอนาคตและร่วมผลักดันความร่วมมือต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรม ผมขอให้ทุกคนช่วยกันเสริมสร้างความเข้าใจในความตั้งใจจริงของประเทศไทยให้แก่มิตรประเทศต่างๆ ได้รับทราบต่อไป ทั้งนี้ ผมขอให้ตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจดังกล่าวและใช้ความรู้ความสามารถของท่านที่มีอยู่อย่างเต็มที่ในการปฎิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ต้องนำสิ่งที่ดีๆ ที่เป็นของประเทศไทยไปเผยแพร่สร้างมิตรให้มากยิ่งขึ้น สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยในทุกมิติ ไม่ว่าจะการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การทหารทั้งหมด เพราะทุกเรื่องมีความเกี่ยวโยงกันซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันสิ่งดีๆ ที่ต่างประเทศมี ก็ขอให้ส่งกลับมาเป็นแนวปฏิบัติ เพื่อที่รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมจะได้นำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ ให้ทัดเทียมกัน



@@@0……ปิดท้ายด้วยข่าว คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 7 คน โดยมี “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นหัวหน้าผู้แทนพิเศษรัฐบาล พล.อ.จำลอง คุณสงค์ เป็นรองหัวหน้าผู้แทนพิเศษรัฐบาล ส่วนผู้แทนพิเศษรัฐบาล อีก 5 คน ได้แก่ 1.พล.อ.ปราการ ชลยุทธ 2.พล.อ.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ 3.พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ 4.นายฉัตรพงศ์ ฉัตราคม และ 5.นายจำนัล เหมือนดำ.
................................................
คอลัมน์ : รหัสมอร์สส่องกองทัพ
โดย "รหัสมอร์ส" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%